การออกกำลังกายในยิมจะไม่ใช่แค่เรื่องของการดูแลสุขภาพรูปร่างอีกต่อไป วันนี้ ปรากฏการณ์กีฬาฟิตเนสที่ชื่อว่า "HYROX" ได้เข้ามาพลิกโฉมวงการฟิตเนสให้กลายเป็นสมรภูมิการแข่งขันที่สนุก ท้าทาย และสร้างเม็ดเงินมหาศาล
แม้ชื่อนี้อาจยังใหม่สำหรับบางคน แต่สำหรับชุมชนคนรักการออกกำลังกายทั่วโลก HYROX คือ ปรากฏการณ์ที่มากกว่าเทรนด์ เพราะกำลังเป็นเมนสตรีมซึ่งขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ
HYROX ก่อตั้งโดย Christian Toetzke ตัวตึงในวงการจักรยาน วิ่งมาราธอน และไตรกีฬา ร่วมกับ Moritz Furste นักกีฬาฮอกกี้เจ้าของเหรียญโอลิมปิก 3 สมัย ที่เริ่มต้นจากไอเดียว่า "ทำไมยังไม่มีกีฬาสำหรับคนที่ทั้งวิ่งเก่ง และยกเหล็กได้?" พวกเขาจึงสร้างการแข่งขันที่มีการจับเวลาอย่างจริงจัง เพื่อให้ผู้เล่นกลับมาทำลายสถิติตัวเองได้เรื่อย ๆ
ภาพ : HYROX THAILAND
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ กีฬาที่นิยามตัวเองว่า “Fitness Racing” จากเยอรมนีได้กลายเป็นกระแสที่ลามไปทุกมุมโลกอย่างหยุดไม่อยู่
ด้วยจุดเด่น คือ รูปแบบแข่งขันที่ไม่ซับซ้อน วิ่ง 1 กิโลเมตรสลับกับด่านออกกำลังกาย functional workout 8 ด่าน ซึ่งไม่ว่าจะแข่งสนามไหนบนโลกนี้ ก็กติกาเดียวกัน โดยมีลำดับสถานีดังนี้
- SkiErg (เครื่องสกี) 1,000 ม.
- Sled pull (ดึงเลื่อน) 50 ม.
- Sled push (ผลักเลื่อน) 50 ม.
- Burpee broad jumps (เบอร์ปี้กระโดดไกล) 80 ม.
- Rowing (เครื่องพาย) 1,000 ม.
- Farmers carry (แบกน้ำหนัก) 200 ม.
- Sandbag lunges (ลันจ์พร้อมกระสอบทราย) 100 ม.
- Wall balls (ขว้างบอลผนัง) 100 ครั้ง
ภาพ : HYROX THAILAND
โดยผู้เข้าร่วมแข่งขันทุกคนจะสวมชิปจับเวลาและได้รับเวลาเข้าเส้นชัยอย่างเป็นทางการ ซึ่งสามารถนำไปเปรียบเทียบกับอันดับจากการแข่งขัน HYROX ในกว่า 30 ประเทศ และปิดท้ายฤดูกาลด้วยการแข่งขันชิงแชมป์โลก
แม้จะมีการแข่งระดับตัวตึงชิงแชมป์โลก แต่เสน่ห์ที่ทำให้ HYROX ขยายวงกว้างได้ ก็เพราะนี่คือการแข่งขันที่ออกแบบมาเพื่อ “ทุกคน” ไม่ต้องเป็นเทพก็ร่วมสนุกได้ ซึ่งผู้จัดยืนยันว่า 99% ของผู้เข้าแข่งขัน “สามารถแข่งจบ” แบบไม่ต้องกดดันเรื่องเวลา หรือ ความกังวลที่ว่า กลัวจะต้องเป็นผู้เข้าเส้นชัยเป็นคนสุดท้าย เพราะการแข่งขันจะปล่อยตัวเป็นรอบทุก ๆ 10 นาทีตลอดทั้งวัน ครอบคลุมทุกประเภทการแข่งขัน
หมายความว่า แม้คนที่อาจต้องใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมง ก็ยังสามารถได้เข้าเส้นชัยพร้อมกับนักกีฬาที่ทำเวลาได้ต่ำกว่า 60 นาที
ภาพ : HYROX THAILAND
กติกาที่ไม่ซับซ้อนนี่เอง ที่ทำให้ HYROX เป็นกีฬาที่คนทั่วไป (ที่เข้ายิม-ออกกำลังกาย) เข้าถึงได้ง่าย และสามารถวัดสถิติของตัวเองกับคนทั่วโลกได้ทันที ซึ่งช่วยจุดติดไฟให้ HYROX โด่งดังยิ่งขึ้น
ฤดูกาลล่าสุด (2023/24) มีผู้ลงทะเบียนเข้าแข่งขันรวมกว่า 175,000 คนในกว่า 65 รายการแข่งขันทั่วโลก เป็นการเติบโตที่น่าทึ่งระดับเกิน 100% ในแต่ละปี นับตั้งแต่เริ่มจัดการแข่งขันครั้งแรกที่เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี ในปี 2017 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมแข่งขันเพียง 600 คน
และมีการคาดการณ์ว่า ในซีซั่นล่าสุดนี้ จะมีนักกีฬาเข้าร่วมกว่า 650,000 คนใน 100 อีเวนต์ทั่วโลก และจะพุ่งทะลุล้านได้ในปีถัดไป
ภาพ : HYROX THAILAND
สำหรับในไทยเอง กระแสนี้ร้อนแรงพอๆ กัน เพราะมีดารา คนดัง กระโดดลงมาแข่งมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น ณเดชน์ คูกิมิยะ, แอน ทองประสม, หมาก-ปริญ สุภารัตน์ และ แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส ฯลฯ โดยงาน BYD HYROX Bangkok ซึ่งจะจัดวันที่ 20-22 มีนาคม 2026 ที่ไบเทค พบว่าจำนวนผู้สมัครพุ่งกระฉูด จาก 8,700 คนในปีที่แล้ว กระโดดไปเท่าตัวไปถึง 17,500 คนในปีนี้
แน่นอนว่า ฟีเวอร์ระดับนี้ ในแง่ธุรกิจก็ต้องประสบความสำเร็จเช่นกัน โดยโมเดลธุรกิจ รายได้ไม่ได้มาจากแค่ค่าสมัคร แต่มาจาก “โปรแกรมยิมพันธมิตร” ที่ยิมทั่วโลกยอมจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีเพื่อแลกสิทธิ์ใช้แบรนด์ HYROX อย่างเป็นทางการ
ภาพ : HYROX THAILAND
ยกตัวอย่างจากการรายงานของ ฟอร์บส ออสเตรเลีย ระบุว่า แค่ออสเตรเลียประเทศเดียวก็มีพาร์ทเนอร์ยิมแล้วกว่า 1,400 แห่ง ดังนั้น HYROX จึงไม่ได้แค่ขายการแข่งขัน แต่กำลังสร้าง ecosystem ที่ยิมทั่วโลกกลายเป็นกองทัพการตลาดให้โดยแทบไม่มีต้นทุน โดยคาดว่า บริษัทปิดรายได้ปี 2025 ที่ 130 ล้านดอลลาร์ และจะพุ่งทะลุ 220 ล้านดอลลาร์ในปี 2026
ถ้าถอดสูตรความสำเร็จของกีฬาฟิตเนสที่กำลังมาแรงนี้ ที่ชัดเจน คือ การทำให้ HYROX เป็น "กีฬาสำหรับทุกคน" จริงๆ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นนักกีฬาอาชีพก็เข้าร่วมได้ มีรุ่นแข่งตั้งแต่เดี่ยว คู่ ไปจนถึง Adaptive สำหรับผู้มีข้อจำกัดทางร่างกาย และกลายเป็น “เป้าหมาย” ที่ทำให้คนอยากซ้อมหนักขึ้น บวกกับประสบการณ์แบบเฟสติวัลที่มีทั้ง DJ ซาวน่า และกิจกรรมไอซ์บาธ
HYROX จึงไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่คืออีเวนต์ที่คนอยากเข้าร่วม เหมือนการมาเที่ยวงานเฟสติวัลและโพสต์โซเชียล ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ที่ว่า “สุขภาพ” คือ new luxury ที่ใครๆ ก็อยากอวด!





