แบทเทิล ออฟ ตลิ่งชัน (Battle of Talingchan) คอมมูนิตี้มาแรงในวงการการ์ดเกมเมืองไทย ที่หลายคนอาจจะคุ้นหูที่ชอบเรียกกันว่า “การ์ดพี่หน่วง” ซึ่งมีต้นแบบจากพิธีกรคนดัง หนุ่ม - กรรชัย กำเนิดพลอย
อันที่จริง การ์ดพี่หน่วง เป็นแค่ซีรีส์หนึ่งในอาณาจักร “Battle of Talingchan” การ์ดเกมสัญชาติไทยที่เริ่มต้นจากช่องยูทูบ PASULOL ช่องการ์ตูนสายเกรียน ฝีมือสร้างสรรค์โดย พสุ-หล่อเพ็ญศรี เจ้าของช่องที่แม้เรียนจบบริหารธุรกิจ แต่ขอมาเอาดีเต็มตัวในฐานะยูทูบเบอร์ ทำอนิเมชั่นแนวเสียดสีสังคมด้วยมุมมองแหวกขนบ เช่น เอา “นนทก” (ทศกัณฐ์) มาเป็นพระเอก ส่วนแก๊งเทพก็ย้ายฝั่งไปเป็นตัวร้าย
สำหรับตัวการ์ตูน “พี่หน่วง” นั้นก็ถือกำเนิดขึ้นในช่อง PASULOL นี้เช่นกัน ผ่านคลิปที่ชื่อว่า "PASULOL กุ่ย นาย ฮอล และชีวิตติดหน่วง [The Afternoon Show with Nuang]" ที่รับมงเป็น “วิดีโอยอดนิยม” YouTube ประเทศไทยปี 2567 ไปครอง โดยนับจนถึงปัจจุบัน ผ่านไปปีครึ่ง คลิปแจ้งเกิดพี่หน่วงนี้ มียอดชมไปแล้วกว่า 24 ล้านวิว
จุดกำเนิดจากความเกรียน
แม้จะไม่ได้มีจุดเด่นเรื่องลายเส้นสวยงาม แต่ด้วยความสนุก มุกตลก เสียดสี สอดแทรกแง่มุมให้สะดุดคิด ที่ถือเป็น “ลายเซ็น” ของ พสุ เจ้าของช่อง PASULOL จนทำให้คนติดใจและติดตามชม เกิดคลิปหลัก “สิบล้านวิว” จำนวนไม่น้อย
ที่นำโด่งมาเลยก็คือ คลิป PASULOL รามเกียรติ์ ตอนที่ 1 นนทกโดนแกล้ง ที่มียอดชมสะสมแล้วกว่า 35 ล้านวิว และเกิดเป็น PASULOL รามเกียรติ์ เดอะซีรีส์ [Ramakien Series] โดยใช้เวลาถึง 5 ปี กว่าจะมาถึงตอน Happy Ending ในตอนที่ 5 มณโฑอยู่ไหน? [Ramakien Ep.5: Finding Montho] เมื่อปลายปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา
ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Pasulol
“PASULOL เขาเป็นช่องที่ทำการ์ตูนแนว Parody (ล้อเลียน) เริ่มแรก เขาก็ล้อการ์ตูนดัง อย่างโดเรมอน หลังๆ ก็เริ่มมีคอนเทนต์ออริจินัลของตัวเองด้วย ก็เลยกลายเป็นช่องที่เด็กตามกันเป็นล้าน... แล้วเขาก็มาจับมือกับ Toylaxy ทำการ์ดเป็นที่ระลึก แต่ทำไปทำมาก็ตัดสินใจทำให้มันเล่นได้ เหมือนใช้เป็นบอร์ดเกมด้วย เปิดตัวเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว”
โหยว-มัฐฌญากร มีทรัพย์ปรุง หนึ่งในคนที่เล่นแบทเทิล ออฟ ตลิ่งชัน ในยุคแรก เล่าถึงจุดเริ่มต้น ก่อนที่แบทเทิล ออฟ ตลิ่งชัน จะครองโต๊ะเกมวันนี้ ที่แทบจะเรียกได้ว่า มีจัดแข่งกันทุกเดือน แถมในบางสัปดาห์ก็มีหลายเวทีชนกัน
โหยว-มัฐฌญากร มีทรัพย์ปรุง หนึ่งในคนที่เล่นแบทเทิล ออฟ ตลิ่งชัน ในยุคแรก
เธอบอกว่า ความนิยมในการ์ดเกมนี้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก็เมื่อต้นปี 2569 ที่ผ่านมานี่เอง
“จริงๆ แบทเทิล ออฟ ตลิ่งชัน มีมาได้ซักสองปีแล้ว แต่มาเริ่มดังก็เมื่อปลายปีที่แล้ว จากเดิมเราจะมีอีเวนต์แข่งขันเล็กๆ ที่มีผู้เข้าร่วม 80-120 คน แต่เดี๋ยวนี้มีจัดแข่งระดับ 400 คนก็เริ่มเป็นเรื่องปกติ” โหยว เอ่ย
และบอกว่า ในตอนนี้ งานแข่งไซส์ 80 คนถึงร้อยต้นๆ กลายเป็นอีเวนต์ที่พบได้แทบทุกสัปดาห์ แถมหลายครั้งก็จัดชนกันหลายเวทีอีกด้วย อย่างเช่น ประชันรำวงมาตรฐาน by SE-ED ซึ่งเป็นงานแข่ง Standard Format จัดโดย SE-ED เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมานั้น ก็มีอีกสามอีเวนต์แข่งขันจัดชนกัน และที่สำคัญคือ “เต็มทุกงาน”
บรรยากาศการแข่งขัน Battle of Talingchan ที่จัดโดย SE-ED
ตลกร้าย สไตล์ไทย
จากที่ก่อนหน้านี้ ในตลาดการ์ดเกมที่เล่นๆ กันอยู่ในเมืองไทย แทบทั้งหมดเป็นการ์ดเกมต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น Pokémon และ Magic: The Gathering ที่ครองตลาดอยู่ แต่เมื่อน้องใหม่สัญชาติไทยอย่าง แบทเทิล ออฟ ตลิ่งชัน กระโดดเข้ามา ก็สร้างความแปลกใหม่ให้คนเริ่มหันมาลองเล่น
เมื่อถามถึง “เสน่ห์” ของการ์ดเกมนี้ จิ๊ป-ฉัตรพันธ์ ต้นรุ่งโรจน์ อีกหนึ่งผู้เล่นเจนแรก ให้คำตอบว่า ที่เด่นๆ เลยก็คือ “มีมคนไทย”
"คือมันจะมี Sense of Humor บางอย่างที่คนไทยเข้าใจกันเอง แล้วก็จะมีความตลกร้าย ซึ่งมันก็มาจากช่อง PASULOL เขาเป็นตลกร้ายอยู่แล้ว ก็เลยเอาความตลกร้ายเข้ามาในการ์ดเกมนี้ด้วย"
จิ๊ป-ฉัตรพันธ์ ต้นรุ่งโรจน์
“อย่างเช่นมีการ์ดใบนึงชื่อว่า ‘แหมกำบ่อ้าย’ เป็นภาษาเหนือแบบ ‘จะเอาอีกมั้ย’ การ์ดบางใบตลก บางใบเล่นกันเพื่อขำๆ แพ้ยังหัวเราะ
หรืออย่างการ์ดมีมตลกร้าย ‘เป่ายิ้งฉุบสั่งตาย’ สมมติโหยวปั้นตัวนี้มาแทบตาย พอใช้การ์ดใบนี้ให้เป่ายิ้งฉุบ ใครชนะตัวนั้นตายเลย มันก็ตลกใส่กัน เน้นเฮฮาซะมากกว่า” โหยว ช่วยยกตัวอย่าง
เสน่ห์จากมุกตลกแบบไทยๆ แบบนี้ ก็เลยกลายเป็นจุดขายที่หาไม่ได้ในการ์ดเกมต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่จะเล่นกันจริงจัง การเกิดขึ้นของแบทเทิล ออฟ ตลิ่งชัน ก็เลยเป็นวัฒนธรรมที่หาได้ยากในการ์ดเกม จนผู้เล่นเพิ่มจำนวนขึ้นต่อเนื่อง
บรรยากาศการแข่งขัน Battle of Talingchan ที่จัดโดย SE-ED
คนเล่นเพิ่ม ราคาการ์ดพุ่ง
นอกจากเสน่ห์ที่ว่าไปข้างต้นแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จุดติดความนิยมให้ไปได้เร็วขึ้นก็เกิดจากการที่ช่อง PASULOL ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 4 ล้านคน ปล่อยคลิปการ์ตูนที่เกี่ยวกับการ์ดโดยตรง เช่น เอาอวาตารในการ์ดมาทำเป็นการ์ตูนอนิเมชั่นด้วย ก็ทำให้แฟนช่องที่ไม่เคยเล่นการ์ดเกมมาก่อนมาสนใจเล่นบ้าง
“คนเล่นทะลักเข้ามาเยอะมาก จากตอนแรกเราเล่นเฉพาะกลุ่ม แล้วก็ดังขึ้นมา จาก 50% กลายเป็น 5,000% โดยที่แบบพรวดพราดเข้ามาเลย” จิ๊ป เล่า
และแน่นอนว่า เมื่อกระแสมาเร็วเกินจะตั้งรับได้ทัน ปัญหาก็เลยตามมา นั่นคือจำนวนการ์ดไม่เพียงพอต่อผู้เล่น
“ปัญหาตอนนี้เลย คือ พอผลิตไม่ทัน ราคาการ์ดในตลาดก็เลยสูงขึ้นด้วย จากเมื่อก่อน ผู้เล่นมีหลักร้อย ของมันก็มีเพียงพอแบ่งกัน ราคาก็เลยไม่แพง แต่เดี๋ยวนี้บางใบที่เคยซื้อกัน 30-40 บาท ตอนนี้เขาขายกันใบละหลัก 2,000-3,000 บาท
พอผู้เล่นขึ้นมาเป็นหลักพัน แต่การ์ดมันมีเท่าเดิม ก็เลยแย่งชิงกันนิดนึง ใครมีกำลังซื้อมากกว่า ก็จะมี Deck (สำรับไพ่) ที่เก่งกว่าคนอื่นเขา ประเด็นคือ กล่องสุ่มพวกนั้น เขาไม่ได้รีสต็อกออกมาแล้ว ราคาก็เลยสูงขึ้น” โหยว เอ่ย
การ์ดเกม Battle of Talingchan ที่กำลังครองชั้นวางสินค้า วางเท่าไหร่ ก็ขายหมด
ทั้งนี้ ของที่ “ขาด” และถูกนำมารีเซลและเทรดกันในตลาดนั้น จะเป็นการ์ดในกลุ่มของบูสเตอร์ ที่จะช่วยให้ Deck ของผู้เล่นเก่งขึ้น แต่สำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ ยังคงสามารถซื้อชุดสตาร์ทเตอร์ได้ในราคาประมาณ 349 บาท ซึ่งจะได้จำนวนการ์ดที่พร้อมเล่นได้เลย
ส่วนบูสเตอร์ ราคาขายจากหน้าร้านอยู่ที่กล่องละ 1,000 บาท แต่ในตลาดรีเซล ราคาพุ่งไปไกลกว่านั้นมาก และถ้ายิ่งเป็นการ์ดหายาก จากราคาทุน 10 บาท (แบบหารราคาตามหน้ากล่อง 1 กล่องมีการ์ด 100 ใบ) ประกาศขายกันในตลาด ราคาดีดไปถึง 5 หมื่นบาทก็มีให้เห็น
ทั้งนี้ นอกจากการสุ่มการ์ดวัดดวงแล้ว ก็ยังมีการ์ดพิเศษที่จะแจกเฉพาะในงานแข่งขันต่างๆ ให้กับผู้เล่นที่เข้ารอบตามที่แต่ละงานกำหนด ซึ่งจะเป็นการ์ดพิเศษที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้ นั่นก็ยิ่งเป็นการขยายคอมมูนิตี้ให้โตเร็วขึ้น เพราะถ้าอยากได้การ์ดแรร์ก็ต้องมาลงแข่งนั่นเอง
การ์ดเกมที่เป็นมากกว่าการเล่น
นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งความโดดเด่นของ การ์ด Battle of Talingchan ก็คือระบบ Alternate Art หรือ Full Art ที่เปิดโอกาสให้ศิลปินไทยได้มาวาดภาพลงบนการ์ดด้วย ซึ่งก็ดึงดูดทั้งสายผู้เล่นและสายสะสมงานศิลปะ
“การ์ดเกมนี้ เขาสนับสนุนศิลปินไทยด้วย... บางคนไม่ได้เล่นการ์ดด้วยซ้ำ แต่พอได้ยินว่าคนนี้มาวาดก็ตามมาซื้อ” จิ๊ปบอก
ตัวอย่างการ์ดบางส่วนที่ จิ๊ป คัดมาให้ดู
โดยทุกเดือนเมษายน ทางออฟฟิเชียลจะเปิดให้ส่งผลงานเข้าประกวดเพื่อได้วาดการ์ด และยังมีการคอลแล็บกับแบรนด์ต่างๆ เช่น ขนมโอเดนย่า ซึ่งก็จะมีนักสะสมรอตามเก็บการ์ดเหล่านี้ หรือแม้กระทั่งคนเล่นเอง ก็อดไม่ได้ที่จะตามสะสมด้วย
ทั้งนี้ จิ๊ปมองว่า แม้ตอนนี้จะดูเหมือนเป็นจุดพีคของแบทเทิล ออฟ ตลิ่งชัน แต่เขาเชื่อว่า นี่ยังไม่ใช่จุดสูงสุด
"มองว่าตอนนี้คือจุดพีคของเขา คือช่วงเก็บเกี่ยว แต่เขากำลังจะพัฒนาขึ้นไปอีกในของโซนต่างชาติ ซึ่งตอนนี้ทางการ์ดเขากำลังพัฒนาเรื่องการ์ดต่างชาติภาษาอังกฤษ เป็นแบบโซนใหม่ขึ้นมา จึงเชื่อว่า ตลิ่งชัน ยังน่าจะไปได้อีก"
นอกจากนี้ ยังชวนกันเอาใจช่วยให้การ์ดเกมไทยรายอื่นๆ ที่น่าจับตาเช่นกัน อย่างเช่น “ซัมมอนเนอร์” และ “เพียไค” ที่เริ่มเติบโตตามมา ให้ได้มีที่ยืนเคียงข้างกันไปบนสังเวียนการ์ดเกมบ้านเรา รวมถึงสนับสนุนให้ครีเอเตอร์ชาวไทยได้พิสูจน์ฝีมือ โดยมีชาวแก๊งตลิ่งชันเป็นผู้เบิกทาง!





