บางครั้งคำแนะนำเรื่องอาชีพที่ได้ผลที่สุด อาจไม่ใช่คำพูดสวยหรูหรือกำลังใจหวานๆ แต่กลับเป็นความจริงที่ฟังแล้วอาจทำให้คุณรู้สึกเจ็บใจเล็กน้อย หรืออาจเจ็บใจมากสำหรับวัยทำงานบางคน
"คริส เคมป์ชินสกี" (Chris Kempczinski) ซีอีโอของ แมคโดนัลด์ (McDonald’s) ก็ยอมรับแบบนั้น ก่อนหน้านี้เขาเคยโพสต์วิดีโอบนอินสตาแกรมชื่อว่า “Tough Love with the McDonald’s CEO” หรือแปลตรงตัวว่า “คำแนะนำแบบตรง แรง แต่จริงใจ จากซีอีโอแมคโดนัลด์” พร้อมบอกว่า นี่คือคำแนะนำเรื่องอาชีพที่เขาอยากพูดกับคนทำงานทุกคน ถ้าไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้ใครรู้สึกเจ็บ
คำแนะนำนั้นสั้นมาก แต่ตรงไปตรงมาจริงๆ เขาบอกว่า “เรื่องอนาคตการทำงานของคุณ ไม่มีใครใส่ใจเท่าตัวคุณเองหรอก”
อย่ารอให้ใครมาปั้นเส้นทางอาชีพให้คุณ
เคมป์ชินสกีอธิบายว่า แม้คุณจะมีหัวหน้าที่ดี หรือมีเมนเทอร์ที่คอยให้คำแนะนำอยู่บ้าง แต่ในโลกการทำงานจริงๆ แล้ว แทบจะไม่มีใครที่คอยมองหาโอกาสให้คุณตลอดเวลา หรือคอยผลักดันให้คุณก้าวหน้าแทนตัวคุณเอง
หลายคนมักหวังว่า วันหนึ่งจะมีคนมองเห็นศักยภาพของพวกเขา แล้วหยิบยื่นโอกาสดีๆ ให้ แต่ความจริงคือ เส้นทางอาชีพไม่ได้เดินไปข้างหน้าด้วยความหวังแบบนั้น ซีอีโอของแมคโดนัลด์จึงพูดให้เห็นภาพชัดเจนว่า ถ้าอยากก้าวหน้าในงาน คุณต้องเป็นคนที่ลุกขึ้นมาผลักดันตัวเอง
“อย่ารอให้ใครมาคอยพาคุณเดินในเส้นทางอาชีพ คุณต้องเป็นเจ้าของมันเอง และทำให้โอกาสเกิดขึ้นด้วยตัวคุณเอง”
ผู้บริหารระดับโลกหลายคน ก็ให้คำแนะนำแบบเดียวกันนี้
ไม่ใช่แค่ซีอีโอแมคโดนัลด์คนเดียว ที่ให้คำแนะนำในลักษณะนี้ แต่ผู้นำองค์กรอย่าง "บอนนี แฮมเมอร์" (Bonnie Hammer) อดีตรองประธานของเอ็นบีซียูนิเวอร์แซล (NBC Universal) ก็เคยพูดถึงเรื่องเดียวกันในการให้สัมภาษณ์กับรายการ “Squawk Box” ของ CNBC
เธอมองว่า คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะ Gen Z ยังไม่คุ้นเคยกับการต้อง “วิ่งหาโอกาส” ด้วยตัวเองเท่ากับคนรุ่นก่อน หลายคนเติบโตมากับความคิดว่า ถ้าเรียนจบมหาวิทยาลัย มีปริญญา และทำเกรดได้ดี ก็จะมีงานดีๆ รออยู่โดยอัตโนมัติ แต่ในความเป็นจริง ตลาดงานทุกวันนี้ไม่ได้ทำงานแบบนั้น
แฮมเมอร์จึงแนะนำว่า คนทำงานรุ่นใหม่ต้องเป็นฝ่ายสร้างโอกาสให้ตัวเอง ซึ่งวิธีง่ายที่สุดคือ อย่ารอให้คนอื่นเรียกใช้ แต่ควรยกมืออาสาเข้าร่วมทุกโอกาสที่มี ไม่ว่าจะเป็นโปรเจกต์ใหม่ งานท้าทาย หรือหน้าที่ที่คนอื่นไม่อยากทำ
สภาพแวดล้อมการทำงานต้องเป็นระเบียบ ซีอีโอ McDonald’s ย้ำสิ่งนี้สำคัญ!
นอกจากเรื่องการเป็นเจ้าของเส้นทางอาชีพของตัวเองแล้ว เคมป์ชินสกียังเล่าถึงคำแนะนำอีกข้อหนึ่งที่เขาได้รับตั้งแต่ช่วงต้นของการทำงาน และยังใช้มาจนถึงวันนี้ คำแนะนำนั้นคือ “จัดระเบียบชีวิตและการทำงานของตัวเองให้ดี”
เคมป์ชินสกี เล่าว่า เขาให้ความสำคัญกับการทำงานในสภาพแวดล้อมที่เป็นระเบียบอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะทำงาน กล่องอีเมล หรือไฟล์งานในคอมพิวเตอร์ “ถ้าคุณเปิดกล่องอีเมลของผมดู จะเห็นว่ามันค่อนข้างเรียบร้อย โต๊ะทำงานก็สะอาด ผมไม่ชอบให้มีของรกเต็มไปหมดในคอมพิวเตอร์”
เหตุผลก็ง่ายมาก เพราะสภาพแวดล้อมที่เป็นระเบียบช่วยให้เขามีสมาธิกับสิ่งที่สำคัญจริงๆ ได้มากขึ้น โต๊ะทำงานที่เป็นระเบียบ อาจเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของคุณได้
แนวคิดนี้สอดคล้องกับคำแนะนำของ มารี คอนโดะ (Marie Kondo) ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดระเบียบชื่อดังจากญี่ปุ่น เธอเคยอธิบายไว้ว่า เมื่อพื้นที่ทำงานถูกจัดให้เป็นระเบียบ การทำงานก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะเราใช้เวลาไปกับสิ่งสำคัญได้เต็มที่ แทนที่จะเสียเวลาไปกับการหาของหรือจัดการความวุ่นวาย
เธอยังบอกอีกว่า การจัดระเบียบพื้นที่ทำงานให้ดี สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในอาชีพได้จริง เพราะเมื่อสภาพแวดล้อมดีขึ้น ความคิดสร้างสรรค์และประสิทธิภาพการทำงานก็มักจะดีขึ้นตามไปด้วย
การวางแผนเวลาให้ดี คือเคล็ดลับของคนที่ประสบความสำเร็จ
ขณะที่ซีอีโอและผู้นำหญิงแกร่งอย่าง "บาร์บารา คอร์โคแรน" (Barbara Corcoran) นักลงทุนชื่อดังจากรายการ Shark Tank ก็มีวิธีจัดการงานที่คล้ายกันกับซีอีโอแมคโดนัลด์ นั่นคือ การให้ความสำคัญกับการจัดระเบียบ การวางแผนตารางงาน การทำลิสต์รายงานสิ่งที่ต้องทำ เพื่อให้แต่ละวันทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุด
เธอเล่าว่า เคล็ดลับสำคัญของตัวเองคือการทำลิสต์สิ่งที่ต้องทำ และจัดตารางเวลาล่วงหน้าให้ชัดเจน เธอจะกำหนดว่างานแต่ละอย่างต้องทำวันไหน เช่น งานส่วนตัวและเรื่องในบ้านจะทำในเช้าวันอังคาร, งานจัดระเบียบหรือวางแผนต่างๆ จะทำในวันศุกร์ เป็นต้น
การวางตารางแบบนี้ช่วยให้เธอรับมือกับตารางชีวิตที่ยุ่งมากได้ และยังทำให้เธอทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อ่านมาถึงตรงนี้วัยทำงานคนรุ่นใหม่คงจะเห็นภาพชัดขึ้นแล้วว่า โลกการทำงานระบบองค์กร มีความซับซ้อนและอาจท้าทายกว่าที่คิด แม้ช่วงแรกๆ คุณย่อมต้องการคำแนะนำจากรุ่นพี่ เพราะคุณยังเป็นมือใหม่ แต่สุดท้ายแล้ว ในวันที่คุณโตขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น วันนั้นคงไม่ได้มีใครมาคอยแนะนำ มาคอยจับมือทำงานหรือผลักดันคุณได้ตลอดไป อนาคตอาชีพของคุณ คุณต้องวางเส้นทางเอง
ถ้ามองให้ลึก คำพูดของซีอีโอ McDonald’s อาจเปรียบได้กับการถือพวงมาลัยชีวิตการทำงานของตัวเอง ต่อให้คุณมีหัวหน้าที่ดี หรือองค์กรที่สนับสนุนมากแค่ไหน แต่ถ้าเจ้าของพวงมาลัยไม่ยอมขับ รถคันนั้นก็ไม่มีทางไปถึงปลายทางได้
นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้บริหารหลายคนถึงย้ำเรื่องเดียวกันเสมอว่า คนที่เติบโตเร็วที่สุดในองค์กร มักไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดเสมอไป แต่เป็นคนที่กล้ามองหาโอกาสใหม่ๆ และลุกขึ้นมาคว้ามันได้ก่อนคนอื่น
อ้างอิง: CNBC Make it, Chrisk MCD, Chrisk MCD 2





