เบื่องานออฟฟิศที่วนลูปทุกวันไหม? หากใครกำลังมองหางานใหม่ที่รายได้ดีกว่าเดิมหลายเท่า โอกาสอาจอยู่ไกลถึงทวีปที่หนาวที่สุดในโลก เพราะแอนตาร์กติกากำลังเปิดรับสมัครบุคลากรหลายร้อยตำแหน่ง ทั้งนักวิทยาศาสตร์ ช่างเทคนิค ไปจนถึงพ่อครัวและเจ้าหน้าที่สนับสนุน รายได้สูงสุดแตะ 175,000 ดอลลาร์ต่อปี พร้อมที่พักฟรี อาหารฟรี และแถมค่าเดินทางให้อีกต่างหาก
แต่ค่าตอบแทนที่จูงใจนั้น ต้องแลกกับสภาพอากาศติดลบถึง -40 องศาเซลเซียส ความมืดตลอด 24 ชั่วโมงในฤดูหนาว และการใช้ชีวิตห่างไกลจากครอบครัวหลายเดือนติดต่อกัน
ไม่นานมานี้ มีรายงานข่าวระบุว่า แอนตาร์กติกากำลังเปิดรับสมัครบุคลากรหลายร้อยตำแหน่ง ทั้งสายวิทยาศาสตร์และงานช่างทั่วไป สำหรับผู้ที่พร้อมทำงานท่ามกลางสภาพอากาศหนาวที่สุดในโลก โดยรายได้อยู่ระหว่าง 30,000 - 175,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราวๆ 944,475 - 5,509,437 บาทต่อปี) ขึ้นอยู่กับตำแหน่งงาน ทั้งนี้ การจ้างงานดำเนินการผ่านสัญญาจ้าง ภายใต้โครงการ United States Antarctic Program ซึ่งบริหารและสนับสนุนงบประมาณโดย U.S. National Science Foundation (NSF)
สำหรับตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครนั้นมีตั้งแต่ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ไปจนถึงช่างประปา ช่างไฟฟ้า ช่างเชื่อม ช่างยนต์ ช่างไม้ พ่อครัว ช่างทำผม และเจ้าหน้าที่สนับสนุนอื่นๆ อีกจำนวนมาก โดยนายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งที่พัก อาหาร ค่าเดินทาง ชุดป้องกันพิเศษ และการฝึกอบรม
ทำงานท่ามกลางทวีปน้ำแข็ง 5.5 ล้านตารางไมล์
แอนตาร์กติกามีพื้นที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งมากกว่า 5.5 ล้านตารางไมล์ และเป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยราว 70 แห่ง จาก 30 ประเทศทั่วโลก สำหรับในช่วงฤดูร้อน (ตุลาคม-มีนาคม) มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานประมาณ 5,000 คน ขณะที่ฤดูหนาว (เมษายน-กันยายน) จำนวนจะลดลงเหลือราว 1,000 คน เนื่องจากสภาพอากาศหนาวรุนแรงจนบางช่วงเครื่องบินไม่สามารถขึ้นลงได้เป็นเวลาหลายเดือน
ขณะที่ในฤดูร้อนมีแสงแดดตลอด 24 ชั่วโมง อุณหภูมิแตะใกล้ 0 องศาเซลเซียส ส่วนฤดูหนาวบรรยากาศทั่วไปจะมืดตลอดวัน และอุณหภูมิอาจลดต่ำถึง -40 องศาเซลเซียส ซึ่งหากไม่มีเครื่องป้องกันหนาวอย่างดี ลมหนาวของที่นี่ก็สามารถทำให้ผิวหนังถูกแช่แข็งอย่างรวดเร็วได้ภายในไม่กี่นาที
การกิน-การนอนค่อนข้างลำบาก แต่การติดต่อครอบครัวสะดวกขึ้น
ผู้ปฏิบัติงาน พนักงาน ที่ได้มาทำงานที่นี่จะพักอาศัยในลักษณะหอพักแบบรวม รับประทานอาหารในโรงอาหาร ซึ่งวัตถุดิบในการปรุงอาหารส่วนใหญ่เป็นอาหารแช่แข็ง หรือไม่ก็เป็นอาหารบรรจุกระป๋อง ส่วนผลไม้สดและผักสดมักมีอยู่อย่างจำกัด
อย่างไรก็ตาม การสื่อสารกับโลกภายนอกของพนักงานของที่นี่ในการโทรศัพท์หรือติดต่อกลับไปหาครอบครัว ปัจจุบันดีขึ้นกว่าสมัยก่อนมาก หลังจากมีการเปลี่ยนมาใช้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมของ SpaceX Starlink ในปี 2022
บอบ ฟาร์เรล (Bob Farrell) อดีตเจ้าหน้าที่ประจำ Palmer Station ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่แอนตาร์กติกาให้สัมภาษณ์กับ The Post ว่า “เมื่อผมมาถึงที่นี่ครั้งแรก ผมทึ่งกับภูมิทัศน์รอบตัว ทั้งความกว้างใหญ่ของพื้นที่ เทือกเขาสูงใหญ่ที่เห็นอยู่ไกลลิบๆ และอากาศหนาวบริสุทธิ์ มันแตกต่างจากทุกอย่างที่ผมเคยเห็น ผมกลับไปที่นั่นหลายครั้ง”
ความโดดเดี่ยวที่แลกกับประสบการณ์ระดับโลก
ด้าน แดน แม็คเคนซี (Dan McKenzie) อดีตวิศวกรทางเรือวัย 38 ปี หัวหน้าประจำสถถานีวิจัย Halley VI Research Station ให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า “ชีวิตการทำงานที่นี่ช่วงแรกมันไม่ง่ายเลย ทั้งการต้องแชร์ห้องนอนกับคนอื่น และสภาพอากาศที่เลวร้าย เดือนแรกผมยังคิดเลยว่าอาจไม่เหมาะกับผม”
แต่เขาเสริมว่า “พอได้ออกไปข้างนอก เห็นวาฬ แมวน้ำ ได้เห็นวิวเกาะต่างๆ จากเรือ หรือได้นั่งเครื่องบินลำเล็กออกสำรวจ มันเหมือนฉากในสารคดีของ David Attenborough อย่างไงอย่างงั้นเลย”
แม้จะเป็นงานที่ต้องเผชิญความหนาวจัด ความโดดเดี่ยว และสภาพแวดล้อมสุดขั้ว แต่สำหรับผู้ที่แสวงหาประสบการณ์ไม่เหมือนใคร แอนตาร์กติกายังคงเป็นหนึ่งในปลายทางการทำงานที่ท้าทายที่สุดในโลก
ทั้งนี้ ในวันที่แดนให้สัมภาษณ์นั้น อุณหภูมิที่นั่นคือ -15 องศาเซลเซียส ซึ่งเขาบอกว่านี่คือ "วันที่อากาศดีมาก" ของหน้าร้อนแอนตาร์กติกาแล้ว (เพราะปกติจะอยู่ราวๆ -20 และเคยดิ่งไปถึง -40 องศาเลยทีเดียว) นอกหน้าต่างไม่มีอะไรเลยนอกจากทุ่งน้ำแข็งสีขาวสุดลูกหูลูกตาตัดกับท้องฟ้าสีคราม แดนต้องดูแลทีมงานกว่า 40 ชีวิต งานของเขาไม่ได้มีแค่เรื่องบริหารจัดการเสบียงหรือความปลอดภัยเท่านั้น แต่หน้าที่ที่ยากที่สุดคือ "การดูแลใจคน"
เขายอมรับว่า "ความเหงาคือศัตรูตัวฉกาจ" เมื่อต้องอยู่รวมกันในที่แคบๆ นานๆ ความขัดแย้งย่อมเกิดขึ้น หรือบางคนก็คิดถึงบ้านจนรับไม่ไหว แดนจึงต้องเป็นทั้งหัวหน้าและที่ปรึกษาในเวลาเดียวกัน ในช่วงฤดูหนาวที่คนส่วนใหญ่กลับบ้าน จะเหลือคนเฝ้าสถานีเพียงไม่กี่สิบคน แดนบอกว่าช่วงนี้แหละที่เขารู้สึก "อิสระ" ที่สุด ทุกคนจะสนิทกันมากจนกลายเป็นครอบครัวเล็กๆ ที่ต้องดูแลกันและกันท่ามกลางความมืดมิด
ในแต่ละปี โครงการรับสมัครงานดังกล่าวจะเปิดรับคนใหม่ประมาณ 150 อัตรา โดย 70% เป็นฝ่ายสนับสนุน (ไม่ใช่สายวิทย์โดยตรง) รายได้ดี ค่าเดินทางฟรี ที่พักฟรี อาหารฟรี และมีชุดลุยหิมะจัดเต็มให้พนักงานทุกคน ทั้งนี้ ข้อควรระวัง คือ ไม่มีความเป็นส่วนตัว และมีกฎระเบียบเข้างวด ต้องทำงานตามตาราง 7 วันรวด และต้องยอมรับกฎเหล็กของหัวหน้าสถานีให้ได้
คุ้มไหมกับประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต?
ดร.ดันแคน เพรเชียส นักจิตวิทยาคลินิก ให้ความเห็นว่า ปัญหาที่พนักงานส่วนใหญ่ในสถานที่แห่งนี้เจอ ไม่ใช่แค่เรื่องความหนาวสุดขั้ว แต่เป็นเรื่อง "ความสัมพันธ์" เมื่อไหร่ที่ทะเลาะกับเพื่อนร่วมงาน คุณหนีไปไหนไม่ได้เพราะมันถูกล้อมด้วยน้ำแข็ง การคัดเลือกคนไปที่นี่จึงเน้นที่ทักษะการแก้ปัญหาและความฉลาดทางอารมณ์เป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม แดนยอมรับว่า เดือนแรกเขาก็เคยท้อจนอยากกลับบ้าน แต่พอผ่านไปได้ เขากลับได้เห็นสิ่งที่หาดูไม่ได้จากที่ไหน ถ้าคุณเป็นสายลุยที่เบื่อชีวิตออฟฟิศแบบเดิมๆ และอยากลองใช้ชีวิตแบบตัดขาดจากโลกภายนอกดูสักครั้ง... แอนตาร์กติกาก็อาจกำลังเรียกหาคุณอยู่
งานเงินเดือนสูงยังมีอยู่จริงในตลาดแรงงานโลก แต่โอกาสลักษณะนี้มักมาพร้อมเงื่อนไขที่ท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นทักษะเฉพาะทาง ความเชี่ยวชาญวิชาชีพ หรือความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง สำหรับบางคน แอนตาร์กติกาอาจเป็นเพียงดินแดนสุดขอบโลกที่หนาวเหน็บ แต่สำหรับอีกหลายคน ที่นี่อาจคือเวทีพิสูจน์ศักยภาพ และโอกาสสร้างรายได้ก้อนใหญ่ในเส้นทางอาชีพที่ไม่เหมือนใคร
อ้างอิง: NewYorkPost, USAP.gov, BBC





