วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

10 อาชีพมาแรง จ้างงานสูงปี 2034 ผู้ดูแลสุขภาพส่วนตัวขึ้นแท่น No.1

10 อาชีพมาแรง จ้างงานสูงปี 2034 ผู้ดูแลสุขภาพส่วนตัวขึ้นแท่น No.1

ในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอย่างทุกวันนี้ การรู้ว่า "ตลาดงานต้องการจ้างงานใคร อาชีพไหนเป็นที่ต้องการของนายจ้างมากที่สุด" นี่คืออาวุธสำคัญที่วัยทำงานยุคนี้ต้องรู้ เพื่อพัฒนาทักษะของตนเองให้เหมาะสมกับตลาดแรงงานมากที่สุด เพื่อเพิ่มโอกาสการได้งานและหลีกเลี่ยงการตกงาน ท่ามกลางยุคที่เศรษฐกิจและการเมืองโลกกำลังผันผวนอย่างหนัก

ล่าสุดมีการเปิดเผยสถิติจาก สำนักงานสถิติแรงงาน (The Bureau of Labor Statistics: BLS) ของสหรัฐ ที่ชี้ให้เห็นถึงความต้องการจ้างงานในอีกเกือบ 10 ปีข้างหน้าหรือภายในปี 2034 ซึ่งมีทั้งกลุ่มงานทักษะฝีมือและสายช่าง กลุ่มงานผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และกลุ่มงานบริการดูแลสุขภาพ ที่กำลังจะกลายเป็นขุมทรัพย์ใหม่สำหรับคนทำงาน

นายจ้างต้องการมากที่สุด No.1 คือ สายงานด้านดูแลสุขภาพ

หากพิจารณาที่จำนวนตำแหน่งงานที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงปีนี้และในอนาคต 10 ปี ตามรายงานข้างต้นชี้ว่าสายงานที่ขึ้นแท่นอันดับ 1 ในลิสต์ก็คือ ผู้ช่วยดูแลสุขภาพที่บ้านและผู้ช่วยส่วนตัว โดยคาดว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นถึง 739,800 ตำแหน่ง ซึ่งมากกว่าอาชีพอันดับสองอย่างนักพัฒนาซอฟต์แวร์ถึง 2.7 เท่า!

สาเหตุหลักมาจากโครงสร้างประชากรที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้ความต้องการคนดูแลสุขภาพของผู้คนพุ่งสูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้รายได้เฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านบาทต่อปี แต่ถือเป็นสายงานที่มีความมั่นคงทางตำแหน่งงานสูงมาก

ส่วนใครที่มองหาอาชีพที่ทั้ง "งานเยอะ" และ "เงินดี" สายเทคโนโลยีและบริหารยังคงเป็นคำตอบทั้งในปีนี้และในระยะข้างหน้า โดยอาชีพที่น่าจับตามองที่สุดคือ ผู้จัดการระบบคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ ที่มีรายได้กลางสูงถึง 5.9 ล้านบาทต่อปี ตามมาด้วย ผู้จัดการฝ่ายการเงิน และ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ ที่รายได้แตะหลัก 4.6 - 5.6 ล้านบาท แม้ว่าจะมีกระแสเรื่อง AI เข้ามาแย่งงาน แต่ในภาพรวมอีกเกือบ 10 ปีข้างหน้า คนที่มีทักษะเหล่านี้ยังคงเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดงานสหรัฐฯ

10 อาชีพมาแรง จ้างงานเพิ่มสูงสุด ภายในปี 2034

อันดับ 1 ผู้ดูแลสุขภาพส่วนบุคคล จ้างงานเพิ่ม 739,800 ตำแหน่ง รายได้เฉลี่ย 34,900 ดอลลาร์ต่อปี

อันดับ 2 นักพัฒนาซอฟต์แวร์ จ้างงานเพิ่ม 267,700 ตำแหน่ง รายได้เฉลี่ย 133,100 ดอลลาร์ต่อปี

อันดับ 3 พนักงานจัดเรียงสินค้าและจัดของ จ้างงานเพิ่ม 235,000 ตำแหน่ง รายได้เฉลี่ย 37,100 ดอลลาร์ต่อปี

อันดับ 4 พนักงานฟาสต์ฟู้ด/หน้าเคาน์เตอร์ จ้างงานเพิ่ม 233,200 ตำแหน่ง รายได้เฉลี่ย 30,500 ดอลลาร์ต่อปี

อันดับ 5 กุ๊ก/พ่อครัว ร้านอาหาร จ้างงานเพิ่ม 217,000 ตำแหน่ง รายได้เฉลี่ย  36,800 ดอลลาร์ต่อปี

อันดับ 6 พยาบาลวิชาชีพ (RN) จ้างงานเพิ่ม 166,100 ตำแหน่ง รายได้เฉลี่ย  93,600 ดอลลาร์ต่อปี

อันดับ 7 ผู้จัดการทั่วไปและฝ่ายปฏิบัติการ จ้างงานเพิ่ม 164,000 ตำแหน่ง รายได้เฉลี่ย 103,000 ดอลลาร์ต่อปี

อันดับ 8 ผู้จัดการด้านการแพทย์และสุขภาพ จ้างงานเพิ่ม 142,900 ตำแหน่ง รายได้เฉลี่ย 118,000 ดอลลาร์ต่อปี

อันดับ 9 ผู้จัดการฝ่ายการเงิน จ้างงานเพิ่ม 128,800 ตำแหน่ง รายได้เฉลี่ย 161,700 ดอลลาร์ต่อปี

อันดับ 10 พยาบาลเวชปฏิบัติ (NP) จ้างงานเพิ่ม 128,400 ตำแหน่ง รายได้เฉลี่ย 129,200 ดอลลาร์ต่อปี

นอกจากนี้ ตามรายงานยังระบุสายงานและอาชีพต่างๆ ที่รองลงมาอีก 10 สายงาน ในอันดับที่ 11-20 ดังนี้ 

อันดับ 11 แรงงานก่อสร้าง จ้างงานเพิ่ม 106,500 ตำแหน่ง รายได้เฉลี่ย 46,700 ดอลลาร์ต่อปี

อันดับ 12 ผู้จัดการระบบคอมพิวเตอร์และ IT จ้างงานเพิ่ม 101,600 ตำแหน่ง รายได้เฉลี่ย 171,200 ดอลลาร์ต่อปี

อันดับ 13 ผู้ช่วยทางการแพทย์ จ้างงานเพิ่ม 101,200 ตำแหน่ง รายได้เฉลี่ย  44,200 ดอลลาร์ต่อปี

อันดับ 14 นักวิเคราะห์ด้านการจัดการ จ้างงานเพิ่ม 94,500 ตำแหน่ง รายได้เฉลี่ย 101,200 ดอลลาร์ต่อปี

อันดับ 15 พนักงานขับรถบรรทุกขนาดใหญ่ จ้างงานเพิ่ม 89,300 ตำแหน่ง รายได้เฉลี่ย 57,400 ดอลลาร์ต่อปี

อันดับ 16 นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล จ้างงานเพิ่ม 82,500 ตำแหน่ง รายได้เฉลี่ย 112,600 ดอลลาร์ต่อปี

อันดับ 17 ที่ปรึกษาด้านสุขภาพจิต จ้างงานเพิ่ม 81,000 ตำแหน่ง รายได้เฉลี่ย 59,200 ดอลลาร์ต่อปี

อันดับ 18 พนักงานขับรถบรรทุกขนาดเล็ก จ้างงานเพิ่ม 78,900 ตำแหน่ง รายได้เฉลี่ย 44,100 ดอลลาร์ต่อปี

อันดับ 19 ช่างไฟฟ้า จ้างงานเพิ่ม 77,400 ตำแหน่ง รายได้เฉลี่ย 62,400 ดอลลาร์ต่อปี

อันดับ 20 หัวหน้าหน้างานด้านการเตรียมอาหาร จ้างงานเพิ่ม 73,000 ตำแหน่ง รายได้เฉลี่ย 42,000 ดอลลาร์ต่อปี

ทักษะมนุษย์ = กุญแจสำคัญวัยทำงานอยู่รอดยุค AI

จากข้อมูลตามลิสต์รายงานข้างต้นเราจะเห็นว่า อาชีพที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งมักจะอยู่ในกลุ่มที่ต้องอาศัย "การตัดสินใจที่ซับซ้อน" (เช่น ผู้จัดการฝ่ายต่างๆ) หรือ "การปฏิสัมพันธ์ที่มีความเห็นอกเห็นใจ" (เช่น พยาบาลและที่ปรึกษาด้านสุขภาพจิต)

นอกจากนี้ รายงานยังได้ให้คำนิยามที่น่าสนใจเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง อาชีพ (Occupation) และ งาน (Job) เพื่อให้คนทำงานวางแผนได้ดีขึ้น นั่นคือ คำว่า "อาชีพ" (Occupation) จะหมายถึงประเภทงานกว้างๆ (เช่น "แพทย์") ขณะที่คำว่า "งาน" (Job) คือตำแหน่งเฉพาะเจาะจงที่ใช้ทักษะและประสบการณ์ของคุณ (เช่น "กุมารแพทย์อาวุโส ประจำคลินิกฉุกเฉิน")

โดนสรุปคือ ตลาดแรงงานในอีกเกือบ 10 ปีข้างหน้า ไม่ได้ใจร้ายกับคนทำงานเสมอไป แต่มันกำลังเรียกร้องให้เราปรับตัวสู่สายงานที่ "โลกงานยุคใหม่ต้องการจริงๆ" ไม่ว่าจะเป็นงานที่ช่วยขับเคลื่อนพลังงานโลก หรืองานด้านการดูแลเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง

 

 

อ้างอิง: USAfacts.orgVisualCapitalist