วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน 2569

Login
Login

ขึ้นเงินเดือนแบบ Peanut butter พนักงานได้เท่ากัน บริษัทลดต้นทุน

ขึ้นเงินเดือนแบบ Peanut butter พนักงานได้เท่ากัน บริษัทลดต้นทุน

ต้นปีนี้หลายบริษัทยังคงอยู่ในช่วงการให้โบนัส และปรับขึ้นเงินเดือนพนักงาน บางแห่งก็ขึ้นเงินเดือนตามผลงาน ตามเกณฑ์ KPI แต่บางแห่งก็ขึ้นเงินเดือนให้เท่าๆ กัน ซึ่งรูปแบบการขึ้นเงินเดือนแบบเฉลี่ยเท่ากันทุกคน ในต่างประเทศเรียกว่า “Peanut butter pay raise” ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นที่ถกเถียงกันอย่างดุเดือดในหลายๆ องค์กร

เนื่องจากการขึ้นเงินเดือนแบบ Peanut butter กำลังกลายเป็นเทรนด์ขององค์กรในโลกการทำงานยุคนี้ เมื่อบริษัทจำนวนมากต้องรัดเข็มขัดอย่างหนักต่อไปในปีนี้ จึงเลือกวิธีดังกล่าวมาใช้ เพื่อลดต้นทุนและหลีกเลี่ยงความขัดแย้งภายในองค์กร แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า กลยุทธ์นี้อาจได้ผลในระยะสั้น แต่อาจมีความเสี่ยงสูงต่อการสูญเสียพนักงานทาเลนต์ในระยะยาว

ทำไมการขึ้นเงินเดือนเฉลี่ยเท่า ถูกเปรียบเป็น Peanut butter ? 

ตามรายงาน Pay Increase Preview Report ของ Payscale ชี้ว่า ปี 2026 นี้ บริษัทจำนวนมากกำลังหันมาใช้แนวทางขึ้นเงินเดือนแบบ “Peanut butter” มากขึ้น ทั้งนี้ คำว่า Peanut butter ในที่นี้ไม่ได้เกี่ยวกับอาหาร แต่หมายถึง การปรับขึ้นเงินเดือนแบบกระจายเท่ากันทั่วทั้งองค์กร “เหมือนการทาเนยถั่วบาง ๆ ให้ทั่วขนมปัง” ตามคำอธิบายของ โคลีน พอลสัน (Colleen Paulson) โค้ชด้านอาชีพ

แม้ว่าประมาณ 48% ขององค์กรที่ถูกสำรวจจะยังคงใช้การขึ้นเงินเดือนตามผลประเมินงานเป็นหลัก แต่รายงานก็พบว่าแนวทาง Peanut butter กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปัจจุบันมี 9% ขององค์กรที่ใช้การขึ้นเงินเดือนแบบเท่ากันทั่วทั้งองค์กรอยู่แล้ว ขณะที่อีก 16% วางแผนจะเริ่มใช้แนวทางนี้ในปีนี้ และอีก 18% อยู่ระหว่างการพิจารณา

สก็อตต์ ฮอฟไฮน์ส (Scott Hoffhines) รองประธานฝ่ายรางวัลและระบบของ Salesloft และผู้ก่อตั้ง Reward Factors อธิบายว่า องค์กรมักเผชิญแรงกดดันในการสร้างสมดุลระหว่างการดูแลพนักงานทั้งทีม กับการตอบแทนพนักงานที่มีผลงานโดดเด่น โดยเฉพาะในช่วงที่บริษัทมีทรัพยากรอยู่อย่างจำกัด

อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าบริษัทที่เลือกใช้กลยุทธ์การขึ้นเงินเดือน แบบ Peanut butter ควรตระหนักว่า นั่นอาจเท่ากับ “ยอมปล่อยมือคนเก่งในองค์กรตัวเองไป” ซึ่งอาจส่งผลต่อขวัญกำลังใจและการรักษาพนักงานในระยะยาว

ขึ้นเงินเดือนแบบ Peanut butter พนักงานได้เท่ากัน บริษัทลดต้นทุน

ขึ้นเงินเดือนแบบ Peanut butter VS ตามผลงาน มีข้อดี-ข้อด้อยต่างกัน

แนวคิดการขึ้นเงินเดือนแบบ Peanut butter ไม่ใช่เรื่องใหม่ ตัวอย่างเช่น ปีที่ผ่านมา Starbucks เคยตกเป็นข่าวเมื่อประกาศขึ้นเงินเดือน 2% ให้พนักงานสำนักงานใหญ่เท่ากันทุกคน เพื่อควบคุมต้นทุน ตามรายงานของ The Wall Street Journal

แรงกดดันด้านงบประมาณค่าตอบแทน อาจเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้บางองค์กรเลือกใช้แนวทางนี้ พอลสันมองว่า หลายบริษัทอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนักในการลดต้นทุน และการแจกขึ้นเงินเดือนแบบเท่ากันดูเป็นวิธีที่ง่ายและควบคุมได้

อีกเหตุผลหนึ่งคือประเด็นเรื่องความยุติธรรม รายงานของ Payscale ชี้ว่า การใช้วิธี "ขึ้นเงินเดือนตามผลงาน" ถูกวิจารณ์มากขึ้นในช่วงหลัง เพราะอาจมีความเป็นอัตวิสัยสูงและเสี่ยงต่ออคติ

ซาราห์ เอพพิงก์ (Sarah Eppink) โค้ชด้านภาวะผู้นำและผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาบุคลากร ซึ่งเป็นอาจารย์พิเศษที่ Bowling Green State University มองว่า การขึ้นเงินเดือนแบบเฉลี่ยทั่วถึงทุกคน อาจถูกมองว่า “เท่าเทียม” มากกว่า เพราะช่วยให้พนักงานหน้างานที่อาจไม่ได้มีความโดดเด่นในสายตาผู้บริหารสำนักงานใหญ่ ไม่ถูกมองข้าม

นอกจากนี้ การขึ้นเงินเดือนแบบ Peanut butter ยังง่ายต่อการบริหารจัดการ ผู้จัดการไม่ต้องเผชิญบทสนทนายากๆ ในการอธิบายว่าทำไมบางคนได้ขึ้นเงินเดือนมากกว่า หรือบางคนไม่ได้รับการปรับขึ้นตามผลงาน

เทรนด์ Peanut butter อาจส่งผลกระทบกับทาเลนต์

แม้การขึ้นเงินเดือนแบบเท่ากันจะดูยุติธรรมในภาพรวม แต่โค้ชด้านภาวะผู้นำ เตือนว่า พนักงานที่ทำผลงานโดดเด่นอาจรู้สึกท้อแท้ หากผลตอบแทนไม่สะท้อนความพยายามของตนเอง เมื่อการขึ้นเงินเดือนไม่ได้เชื่อมโยงกับผลงาน คนที่ “ทำได้เกินความคาดหวัง” ย่อมตั้งคำถามว่า เหตุใดต้องทุ่มเทมาก ในเมื่อคนที่ทำขั้นต่ำก็ได้รับผลตอบแทนเท่ากัน

ในระยะยาว พนักงานกลุ่มนี้อาจเริ่มหมดไฟ และมองหาโอกาสใหม่ เอพพิงก์เชื่อว่าผลกระทบต่อการรักษาพนักงานอาจยังไม่เห็นชัดในวันนี้ เพราะตลาดแรงงานยังตึงตัว และอัตราการจ้างงานต่ำ ทำให้หลายคนลังเลที่จะลาออก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าความไม่พอใจจะหายไป

ขณะที่ โคลีน พอลสัน โค้ชด้านอาชีพเตือนว่า กลยุทธ์การควบคุมค่าตอบแทนแบบนี้เป็น “วิธีมองการณ์สั้นอย่างยิ่ง” เมื่อใดที่ตลาดแรงงานกลับมาเอื้ออำนวย คนเก่งจะพร้อมย้ายงานทันทีที่เจอโอกาส หรือบริษัทอื่นที่ให้ค่าตอบแทนเหมาะสมมากกว่า

พนักงานควรทำอย่างไร เมื่อไม่พอใจกับการขึ้นเงินเดือน?

ในอดีต พอลสัน มักแนะนำให้พนักงานที่ไม่พอใจกับการขึ้นเงินเดือนพูดคุยกับผู้จัดการ และอธิบายเหตุผลว่าทำไมควรได้รับการปรับเพิ่มมากกว่าเดิม แต่ในสภาพตลาดงานปัจจุบัน หลายคนกังวลว่าจะ “สร้างปัญหา” ให้ตัวเอง อย่างไรก็ตาม การสอบถามอย่างมืออาชีพถึงโอกาสรับสวัสดิการอื่น เช่น วันลาพักร้อนเพิ่มเติม ก็อาจเป็นทางเลือกที่ไม่เสี่ยงเกินไป

สำหรับคนที่เริ่มคิดจะย้ายงาน พอลสันแนะนำให้ค่อยๆ เตรียมตัว อัปเดตเรซูเม่ ปรับโปรไฟล์ LinkedIn และตั้งแจ้งเตือนตำแหน่งงานใหม่ เพื่อสำรวจตลาดโดยไม่ต้องตัดสินใจทันที “คุณไม่มีทางรู้หรอกว่า อาจมีองค์กรที่เห็นคุณค่าในสิ่งที่คุณทำ และพร้อมจ่ายตามความสามารถของคุณจริง ๆ” เธอกล่าว

อย่างไรก็ตาม เอพพิงก์เตือนว่า ไม่ควรใช้เหตุการณ์ขึ้นเงินเดือนครั้งเดียวเป็นเหตุผลหลักในการตัดสินใจเปลี่ยนงาน เพราะการย้ายงานเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตการทำงาน ดังนั้นวัยทำงานควรมองในภาพระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดงานยังไม่แน่นอนอย่างทุกวันนี้

Peanut butter ความยุติธรรมแบบเท่ากัน อาจไม่ยุติธรรมกับทุกคน

ประวัติศาสตร์ในช่วง Great Resignation เป็นตัวอย่างชัดเจน ในปี 2021 มีคนลาออกโดยสมัครใจถึง 47.8 ล้านคน และเพิ่มเป็น 50.5 ล้านคนในปี 2022 เทียบกับ 42.1 ล้านคนในปี 2019 งานวิจัยของ Pew Research Center ระบุว่า 37% ของพนักงานที่ลาออกในปี 2021 ให้เหตุผลว่า “ค่าจ้างต่ำ” เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจโบกมือลาที่ทำงานเดิม

การขึ้นเงินเดือนแบบ Peanut butter อาจช่วยให้องค์กรควบคุมต้นทุน ลดความขัดแย้ง และดูเท่าเทียมในระยะสั้น แต่หากไม่ระมัดระวัง กลยุทธ์นี้อาจทำให้พนักงานที่มีศักยภาพสูงรู้สึกว่า ความพยายามของตนไม่ได้รับการตอบแทนอย่างเหมาะสม

ในโลกการทำงานที่การแข่งขันแย่งชิงคนเก่งยังคงมีอยู่เสมอ การตัดสินใจเรื่องค่าตอบแทนจึงไม่ใช่แค่เรื่องงบประมาณ แต่คือสัญญาณที่องค์กรส่งถึงพนักงานว่า “ผลงานของคุณมีความหมายมากแค่ไหน”

 

 

อ้างอิง: CNBC, PEW Research, The Wall Street JournalPayScale