“CareerVisa Thailand” จัดงาน “NEXT MOVE CAREERS 2026” เปิดเผยทักษะแห่งอนาคตและวางแผนกลยุทธ์ ตลอดจนการใช้เอไอเพื่อให้องค์กรเติบโตยั่งยืน
“CareerVisa Thailand” จัดงาน “NEXT MOVE CAREERS 2026” รวบรวมเหล่าผู้นำทางความคิดและผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรมนุษย์มาอัปเดตเทรนด์ “ทักษะแห่งอนาคต” เพื่อเตรียมความพร้อมให้องค์กรก้าวทันโลกการทำงานที่ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว จัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2026 ณ Siam Patumwan House
ภายในงานได้เปิดเผยรายงาน “ทักษะแห่งอนาคต 2026” โดยธีรยา ธีรนาคนาท Co-founder & CEO CareerVisa Digital ระบุว่าแม้ว่าเอไอจะเข้ามามีบทบาทในโลกแห่งการทำงาน แต่ก็ยังไม่สามารถแทนที่มนุษย์ได้ทั้งหมด แต่หากคนทำงานเพิกเฉยต่อเอไอ หรือใช้เพียงเพื่อความบันเทิงโดยขาดการคิดเชิงวิพากษ์ จะทำให้ผลิตภาพขององค์กรไม่เติบโตและล้าหลังคู่แข่งได้ในที่สุด
“ถ้าใช้เอไอ โดยไม่มีการคิดเชิงวิพากษ์ ก็ไปต่อไม่ได้ อย่างน้อยที่สุดคุณต้องแยกให้ออกว่างานไหนควรทำเอง งานไหนควรให้เอไอเป็นผู้ช่วย” พร้อมย้ำว่ามนุษย์ต้องมีทักษะในการแบ่งงานออกเป็นส่วน ๆ เพื่อดูว่าส่วนใดที่เป็นงานซ้ำเดิมที่เอไอ ทำแทนได้ และส่วนใดที่ต้องใช้การตัดสินใจและวิจารณญาณของมนุษย์ซึ่งเป็นสิ่งที่มีมูลค่าสูงกว่า
รายงานฉบับนี้ ซึ่งเก็บข้อมูลจาก 50 องค์กรชั้นนำ ชี้ให้เห็นว่า “ทักษะการคิด” (Thinking Skills) เป็นรากฐานสำคัญ โดยในปัจจุบันองค์กรเน้นทักษะการแก้ปัญหาและการคิดเชิงวิเคราะห์เป็นอันดับหนึ่ง แต่สำหรับอนาคต องค์กรเริ่มมองหาพนักงานที่มี Digital Thinking และ Innovation Thinking มากขึ้น เพื่อค้นหาลู่ทางใหม่ ๆ ในการพาธุรกิจเติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง
สำหรับในด้าน “ทักษะสังคม” (Social Skills) การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพยังคงเป็นสิ่งที่องค์กรต้องการสูงสุดในปัจจุบัน แต่แนวโน้มในอนาคตจะเน้นไปที่ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมที่หลากหลายและการสื่อสารในโลกดิจิทัล เนื่องจากรูปแบบการทำงานได้เปลี่ยนไปสู่ความร่วมมือผ่านระบบออนไลน์ และต้องทำงานร่วมกับคนหลากหลายเจเนอเรชันและเชื้อชาติมากขึ้น
ขณะที่ “ทักษะดิจิทัล” (Digital Skills) องค์กรในปัจจุบันยังคงเน้นการใช้โปรแกรมที่จำเป็นต่อตำแหน่งงานและความปลอดภัยทางไซเบอร์ เป็นหลัก แต่สิ่งที่มาแรงและจะเป็นความต้องการหลักในอนาคตคือ แนวคิดการเปิดรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation Mindset) และการนำเอไอมาประยุกต์ใช้ในงานประจำวัน เพื่อช่วยลดภาระงานเอกสารที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน ให้พนักงานสามารถมุ่งเน้นงานที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทได้มากขึ้น
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีช่วงเสวนา “Panel Discussion: 2026 People Team Role – The Steps Behind Competitive Advantage” เจาะลึกบทบาทใหม่ของทีมบริหารคน โดย พิชญา คล้ายหาญ Head of People Development จาก Central Pattana อนุวัต ปูทอง Senior Manager - People & Culture จาก MINOR International และฌณฎ วรพงษ์ Division Manager – Talent Acquisition & Employer Branding จาก CP Axtra
ฌณฎ วรพงษ์ จาก CP Axtra แบ่งปันประสบการณ์การเปลี่ยนผ่านธุรกิจจากออฟไลน์สู่ E-commerce อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งต้องอาศัยพนักงานที่กล้าคิด กล้าทำ และมีนวัตกรรมใหม่ ๆ มานำเสนอเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
นอกจากนี้ CP Axtra มีโปรแกรม Store Orientation ที่ให้พนักงานทุกระดับลงไปสัมผัสหน้างานจริงที่สาขาเป็นเวลา 6 วัน เพื่อให้เข้าใจปัญหาและจุดที่สามารถสร้างรายได้ให้องค์กรได้อย่างแท้จริง
“ความเป็นเถ้าแก่สำคัญมาก เมื่อคุณเป็นเจ้าของงานนั้นแล้ว เราไม่ต้องมาบอกคุณว่าเราต้องการอะไร คุณจะตระหนักถึงเป้าหมายและสร้างความสำเร็จด้วยตัวคุณเอง” ฌณฎกล่าว
ด้านพิชญา คล้ายหาญ จาก Central Pattana นำเสนอแนวคิดการพัฒนาคนผ่านแผนที่เส้นทางอาชีพ (Career Map) ที่เปิดเผยและไม่เป็นความลับ เพื่อให้พนักงานเห็นภาพการเติบโตของตนเองอย่างชัดเจน องค์กรเน้นการใช้โมเดลการเรียนรู้ 70:20:10 Framework ซึ่งเป็นการพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยเน้นการผสมผสานประสบการณ์จริง 70% การเรียนรู้จากผู้อื่น 20% และการฝึกอบรม 10% รวมถึงการทำ Job Shadowing การฝึกงานแบบติดตามหรือสังเกตการทำงานของมืออาชีพ ควบคู่ไปกับการโค้ชชิ่งจากผู้มีประสบการณ์
“การมีแผนที่เส้นทางอาชีพทำให้พนักงานรู้สึกว่าชีวิตมีความหวังและเริ่มเห็นทางเดิน สิ่งที่เราทำคือการให้เครื่องมือและแผนที่ เพื่อให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดและก้าวต่อไปได้อย่างมั่นใจ” พิชญากล่าว พร้อมย้ำว่าความโปร่งใสในการประเมินผลจะช่วยให้การหมุนเวียนงานภายในองค์กร ได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดการลาออกได้
ขณะที่ อนุวัต ปูทอง จาก MINOR International มุมมองขององค์กรระดับโลกที่ต้องดูแลพนักงานในกว่า 70 ประเทศ ไมเนอร์เน้นการหาคนที่เหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กร โดยมองว่าทักษะทางเทคนิคนั้นสอนกันได้ แต่ซอฟต์สกีล อย่างการเป็นผู้เรียนรู้ตลอดเวลาและการมีวิสัยทัศน์เชิงธุรกิจคือสิ่งที่หาทดแทนได้ยากกว่า
อนุวัตกล่าวถึงหัวใจของไมเนอร์ว่า “Resilience ของเราคือการล้มแล้วลุกขึ้นมาให้ได้และต้องทำให้ดีกว่าเมื่อวานอยู่เสมอ เราต้องพร้อมจะ Unlearn สิ่งที่ไม่จำเป็นและ Relearn สิ่งใหม่ๆ เพื่อรับมือกับทุกสถานการณ์”
นอกจากนี้เขายังชี้ให้เห็นว่า การคิดวิพากษ์ (Critical Thinking) วัดได้จากการที่คนคนหนึ่งสามารถเชื่อมโยงเหตุผลและประสบการณ์เพื่อหาทางไปต่อในสถานการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อนได้
การเสวนาครั้งนี้ยังชี้ให้เห็นว่าเทรนด์การบริหารคนในปี 2026 ได้ก้าวข้ามการเป็นหน่วยงานสนับสนุนไปสู่การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ทั้งสามองค์กรเห็นตรงกันว่าการสร้าง Ownership หรือจิตวิญญาณผู้ประกอบการในพนักงานทุกระดับคือหัวใจสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการตั้ง KPI ร่วมกันเพื่อสะท้อนผลกำไรของบริษัท หรือการใช้ OKR เพื่อให้พนักงานโฟกัสที่ผลลัพธ์มากกว่าแค่การทำตามคำสั่ง
นอกจากนี้ กลยุทธ์การสรรหาคนในยุคใหม่ยังเปลี่ยนไปจากการมองหาคนที่เก่งที่สุดเพียงอย่างเดียว มาเป็นการมองหาคนที่เข้ากับวัฒนธรรมทีมและองค์กรได้ รวมถึงมีการใช้ศูนย์ประเมิน (Assessment Center) เพื่อวัดกระบวนการคิดมากกว่าแค่ผลลัพธ์ และมีการพัฒนาพนักงานภายในผ่านโปรแกรมต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการจ้างงานที่ผิดพลาดและเพิ่มความผูกพันต่อองค์กร
งาน NEXT MOVE CAREERS 2026 ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า ความสำเร็จขององค์กรในอนาคตไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีและเอไอ เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการสร้างสภาพแวดล้อมที่พนักงานรู้สึกปลอดภัยที่จะเรียนรู้และผิดพลาด (Psychological Safety) และการส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของพนักงาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลิตภาพและรายได้ให้องค์กรได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว





