"ฮุนด์เฮ้าส์" คลับไฮโซของน้องหมาเปิดใหม่ ค่าสมาชิกปีละ 120,000 บาท! รายวันเริ่มต้น 500 บาท ได้ทั้งวิ่งเล่น ว่ายน้ำ ทำกรูมมิ่ง ฝากเลี้ยง จนถึงโซนน้องหมาอินโทรเวิร์ต
ทาสหมาต้องเตรียมเงินให้พร้อมแล้ว สำหรับคลับแบบใหม่แบบสับเพื่อน้องหมาไฮโซโดยเฉพาะ เปิดให้บริการแล้ว ในชื่อ “ฮุนด์ เฮ้าส์” (Hund Haus) ที่ประกาศว่า จะไม่ใช่แค่ Dog-Friendly แต่จะขอเป็น “dog first, always.”
จากสาวนักแข่งรถ “มินนี่-ณัฐนิช สมิตชาติ” ที่เดินตามรอยคุณพ่อ “สุทธิพงษ์ สมิตชาติ” ประธานบริษัท ทีอาร์ดี ประเทศไทย และผู้ก่อตั้งทีมแข่งรถ Toyota Gazoo Racing Thailand ก้าวสู่ผู้ประกอบการหน้าใหม่ หลังกลับจากไปเรียนต่อปริญญาโทด้านการตลาดที่อเมริกา ก็คิดอยากจะสร้างคอมมูนิตี้สำหรับคนรักน้องหมา จนเกิดเป็น Dog Club ธุรกิจที่เริ่มต้นจากแพสชั่นเพราะโตและใช้ชีวิตมากับน้องหมามาแทบทั้งชีวิต
และด้วยโพซิชั่นที่วางให้เป็น “พรีเมียม” ทำให้ฮุนด์ เฮ้าส์ จะธรรมดาๆ คงไม่ได้ โดยเธอได้ตั้งใจออกแบบสภาพแวดล้อมโดยคำนึงถึงสุนัขเป็นหลัก เน้นความปลอดภัย สามารถปล่อยสายจูงได้ ให้อิสระน้องหมาแบบเต็มที่
ส่วนรูปแบบการให้บริการ ก็จัดมาครบตั้งแต่ สนามวิ่งเล่น สระว่ายน้ำธีมธรรมชาติ ร้านกรูมมิ่งสำหรับสุนัข ร้านขายสัตว์เลี้ยง บริการรับฝากเลี้ยงสุนัข ในขณะที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถเพลิดเพลินกับคาเฟ่ ช้อปปิ้ง เวิร์กช็อปและกิจกรรมที่คัดสรรมาให้สำหรับคนรักน้องหมาโดยเฉพาะ
Dog Club พรีเมียมแห่งแรกของกรุงเทพฯ
สำหรับจุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้ มินนี่ เล่าว่า ด้วยความที่ตัวเองเป็นคนรักสุนัขมาก และโตมากับสุนัขตั้งแต่จำความได้ จึงมีความคิดอยากทำอะไรที่เกี่ยวกับสุนัขมาตลอด พอได้ไปเรียนต่อที่ซานฟรานซิสโก ก็ได้เห็นความ dog-friendly ในสหรัฐ ว่า มันเปิดกว้างมาก จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่อยากทำ “ฮุนด์ เฮ้าส์” เพราะต้องการผลักดันไอเดีย dog-friendly ให้เกิดขึ้นในไทยอย่างแพร่หลาย
“คอนเซปต์ของ ฮุนด์ เฮ้าส์ มาจากแนวคิด “dog first, always.” เราตั้งใจทำให้เป็น dog social club ที่ทำมาเพื่อน้องหมาจริงๆ ทุกรายละเอียด เราตั้งใจทำอย่างพิถีพิถันเพื่อน้องหมาโดยเฉพาะ ทุกอย่างก่อนเลือกหรือเริ่ม เราจะมีคำถามว่า ‘น้องหมาจะสนุกหรือชอบมั้ย’ ซึ่งแน่นอนว่า กลุ่มเป้าหมายของ ‘ฮุนด์ เฮ้าส์’ คือ พ่อแม่ของน้องหมาที่ต้องการมาใช้เวลากับน้องหมา ของตัวเอง ในบรรยากาศที่อบอุ่น ให้การยอมรับและต้อนรับน้องหมาในบรรยากาศที่น้องหมาสามารถเป็นตัวของ ตัวเองได้อย่างเต็มที่” เธอเล่า
“ฮุนด์ เฮ้าส์” แบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนต่างๆ ตั้งแต่โซน Green Area (garden) เป็นสวนหย่อมที่สามารถปล่อยสายจูงได้ทั้งหมด มีพื้นที่ประมาณ 1 ไร่
และพิเศษสำหรับน้องหมาอินโทรเวิร์ต ก็สามารถมาใช้บริการใน Introvert Dog Zone ซึ่งกั้นรั้วในสวนสำหรับน้องหมาที่ไม่ชอบเข้าสังคม
Introvert Dog Zone สำหรับน้องหมาที่ไม่ชอบเข้าสังคม
ส่วนสระน้ำ ก็ไม่ได้เป็นสระทั่วๆ ไป แต่ทำให้เป็น Natural Pool บ่อน้ำที่ออกแบบให้เป็นลำธาร ให้น้องหมาสามารถลงเล่นน้ำได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
นอกจากนี้ก็มี Self-wash Zone ห้องกรูมมิ่ง ที่ทำไว้ให้เจ้าของมาอาบน้ำน้องหมาเองได้ โดยเราเลือกแชมพูจาก DoggyPotion มาให้ใช้ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มินนี่ใช้กับสุนัขของตัวเอง ก็เอามาให้น้องหมาสมาชิกคลับได้ใช้ด้วย โดยไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่ม
และยังมีอีกหลายบริการที่น่าสนใจ อย่างเช่น เดย์แคร์ (Hund Lounge) รับฝากสุนัขในช่วงระหว่างวัน โดยออกแบบให้เป็นเหมือนอยู่บ้าน บรรยากาศที่อบอุ่นสบาย และจะแบ่งสุนัขตามระดับกำลังของน้อง
Natural Pool บ่อน้ำที่ออกแบบให้เป็นลำธาร
มี Pet Store ที่มินนี่ลงมือคัดสรรสินค้าด้วยตัวเอง เพื่อมั่นใจว่า ดีต่อน้องหมาจริงๆ ใช้ดีกับสุนัขจริงๆ และมีห้องเวิร์กช็อปที่ตั้งใจทำมาเพื่อให้ลูกค้ามาร่วมสนุกและทำกิจกรรมใหม่ๆร่วมกัน รวมถึงจัดกิจกรรมที่น่าสนใจตามธีมในแต่ละเดือน เช่น กิจกรรม Hund Valentine Edition ต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์, กิจกรรม Hund Vacay Club พาพ่อแม่และน้องหมาไปเที่ยวและทำกิจกรรมร่วมกันที่หัวหิน เป็นต้น และ นอกเหนือจากบริการทั้งหมดนี้แล้ว ทาง “ฮุนด์ เฮ้าส์” ยังเปิดให้เช่าสถานที่เพื่อจัดกิจกรรม หรือ งานต่างๆ ด้วย
ที่ว่ามาข้างต้น คือ “ความพรีเมียม” ของฮุนด์เฮ้าส์ ที่ มินนี่ ตั้งใจจะให้เป็น ส่วนสนนราคาค่าใช้บริการ ก็มีทั้งรายปี รายเดือน และ รายวัน โดยอัตราค่าเข้ารายวัน (Walk in) สำหรับน้องหมาน้ำหนักตัวไม่เกิน 5 กิโลกรัมเริ่มต้นที่ 500 บาท ส่วนสมาชิกรายเดือนเริ่มต้นที่ 1 หมื่นบาท และ รายปีที่ราคา 120,000 บาท
เทรนด์ตลาด เลี้ยงสัตว์เป็นลูก ยังมาแรง
แม้จะเริ่มต้นจากแพสชั่น แต่ธุรกิจก็คือธุรกิจ จึงต้องมีแผนงานและศึกษาตลาดอย่างรอบคอบ เรื่องนี้ มินนี่-ณัฐนิช มีความมั่นใจในเทรนด์การเลี้ยงสัตว์ในไทยปัจจุบันซึ่งนิยมเลี้ยงสัตว์แทนการมีลูก หรือ ยกให้เป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว (Pet Humanization) มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ขณะเดียวกันก็ได้ตั้งใจให้ “ฮุนด์ เฮ้าส์” มีจุดเด่นที่แตกต่าง pet space ทั่วไปซึ่งออกแบบทุกอย่างมาเพื่อตอบโจทย์น้องหมาจริงๆ โดยเฉพาะ มาตรการความปลอดภัยในสวน ที่ลงทุนจ้าง dog trainer มาประจำ เพื่อฝึกสตาฟทุกคนให้รู้วิธีการรับมือกับน้องหมาในทุกๆ เหตุการณ์ หรือ การที่เราเลือกพาร์ทเนอร์ ก็จะเลือกร่วมมือกับแบรนด์ที่มีความคิด หรือ มุมมองใกล้เคียงกัน ซึ่งทุกอย่างที่ทำจะวน กลับไปที่คอนเซปต์ dog first, always. ซึ่งคนรักสุนัขเหมือนกันจะสัมผัสได้ถึงแพสชั่น และ ความจริงใจนี้
ส่วนเรื่องของเป้าหมายที่วางไว้นั้น เธอบอกว่า อยากให้ “ฮุนด์ เฮ้าส์” เป็นภาพจำของ “สถานที่ที่ทำเพื่อน้องหมา” พร้อมทั้งยังมองหา “ความร่วมมือ” กับแบรนด์ต่างๆไม่ว่า จะใน หรือ นอกประเทศ ที่มีแนวความคิดเดียวกัน เพื่อขยายคอมมูนิตี้ไปสู่ภาคอื่นๆ ได้ในอนาคต
“นอกจากนี้ ถ้าธุรกิจเติบโตไปในทางที่ตั้งใจไว้ มินนี่อยากแบ่งงบส่วนหนึ่งไปทำคาเฟ่หมาจรค่ะ เวลาเห็นหมาจรก็สงสาร เลยอยากเปิดคาเฟ่ที่รับหมาจรมาดูแล ส่วนใครที่มาคาเฟ่แล้วสนใจก็เอาไปดูแลได้ ถึงจะรู้ว่าเราคงไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาหมาจรได้ แต่อย่างน้อยก็ดีใจถ้าได้เป็นส่วนเล็กๆ ในการช่วยแก้ปัญหา”





