ชื่อของ สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) ผู้ร่วมก่อตั้ง Apple ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการทั่วโลก แม้หลายคนจะไม่เคยพบเขาเป็นการส่วนตัว หนึ่งในนั้นคือ เจฟฟรีย์ สเพรเชอร์ (Jeffrey Sprecher) ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัท Intercontinental Exchange และประธานของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ที่ยกย่องจ็อบส์ว่าเป็นเหมือน “เมนเทอร์” ในทางความคิดของเขา
สเพรเชอร์กล่าวระหว่างการบรรยายที่ Rotary Club of Atlanta ไว้ว่า “สตีฟ จ็อบส์ คือ Apple เมื่อทุกคนเห็นสินค้าใดๆ จากแบรนด์นี้ก็จดจำเขาได้เสมอ ความสำเร็จของเขานั้นไม่ใช่เพราะว่าเขาเป็นคนเขียนโค้ดเอง หรือประดิษฐ์นวัตกรรมทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่เขาคัดเลือกไอเดียจากคนเก่งรอบตัว เขามีรสนิยมที่ดี”
คำพูดนี้สะท้อนมุมมองสำคัญของ สเพรเชอร์ ว่า ความสำเร็จของผู้นำอาจไม่ได้มาจากการลงมือทำทุกอย่างเอง แต่อยู่ที่การมองเห็นไอเดียที่ดี เลือกใช้มันอย่างเหมาะสม และเลือกใช้คนให้ถูกงานต่างหาก
จาก 1,000 ดอลลาร์ สู่บริษัทมูลค่ากว่า 9.8 หมื่นล้านดอลลาร์
เส้นทางธุรกิจของสเพรเชอร์เองก็เดินตามแนวคิดที่เขาได้รับแรงบันดาลใจมากจาก สตีฟ จ็อบส์ ดังข้างต้น โดยช่วงปลายทศวรรษ 1990 เขาซื้อ "แพลตฟอร์มเทรดดิ้งอิเล็กทรอนิกส์" (Electronic trading platform) ที่ใกล้ล้มละลายจาก MidAmerican Energy ของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) ในราคาเพียง 1,000 ดอลลาร์ ก่อนพัฒนาให้กลายเป็น Intercontinental Exchange
ปัจจุบัน บริษัท Intercontinental Exchange มีมูลค่าตลาด 98,000 ล้านดอลลาร์ (ราวๆ 3 ล้านล้านบาท) มีพนักงานกว่า 12,000 คน และถือครองตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กมานานกว่า 10 ปีแล้ว
ตลอดเส้นทางอาชีพของ เจฟฟรีย์ สเพรเชอร์ เขานำทีมเข้าซื้อกิจการมาแล้วประมาณ 50 ครั้ง และยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “มันง่ายกว่ามากที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจ ด้วยการซื้อผลงานที่คนอื่นทุ่มสร้างไว้ แล้วเรานำมาต่อยอดมันให้ใหญ่ขึ้น แทนที่จะเริ่มธุรกิจนั้นจากศูนย์”
มุมมองนี้อาจฟังดูเหมือนเป็นการคิดสั้นๆ ง่ายๆ เกินไปหน่อย แต่ในเชิงภาวะผู้นำแล้ว มันสะท้อนถึงความเข้าใจการทำธุรกิจที่ลึกซึ้งกว่านั้น เพราะการสร้างความสำเร็จทางธุรกิจ ไม่ได้หมายถึงการเริ่มต้นสิ่งใหม่ทุกครั้งไป แต่อาจหมายถึงการมองเห็นโอกาสในสิ่งที่มีอยู่แล้ว และรู้วิธีต่อยอดมันให้เติบโตได้ดีกว่าเดิม
สเพรเชอร์ เชื่อว่า ความสำเร็จเกิดจากการเลือกคนและเลืกอไอเดียให้ถูกต้อง เขาแชร์แนวคิดแก่ผู้นำรุ่นใหม่ที่อยากประสบความเร็จว่า “ล้อมรอบตัวเองด้วยคนเก่งๆ ที่มีความคิดดีๆ แล้วคัดเลือกมัน เลิกสนใจไอเดียที่ไม่เวิร์ก และผลักดันไอเดียที่ดี แบบนั้นแหละที่ทำให้คุณดูฉลาด”
ผู้นำที่ดี จะไม่ยึดติดกับอัตตาที่ลวงตา
แนวคิดของสเพรเชอร์และจ็อบส์ สะท้อนลักษณะสำคัญอย่างหนึ่งของ "ผู้นำที่ดี" และผู้นำที่ประสบความสำเร็จสูง นั่นคือ ความสามารถในการวางอัตตาตัวตนลง ซึ่งภาวะผู้นำลักษณะนี้มักไม่ค่อยถูกพูดถึงมากนัก แต่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
โดยทั่วไป ผู้นำองค์กรจำนวนไม่น้อยเชื่อว่า ตนเองต้องเป็นศูนย์กลางของทุกๆ การตัดสินใจ ต้องเป็นคนคิดทุกไอเดีย และเป็นผู้ขับเคลื่อนทุกโปรเจกต์ แต่ผู้นำระดับโลกหลายคนกลับเลือกทำวิธีตรงกันข้าม
สตีฟ จ็อบส์ เคยกล่าวไว้ตั้งแต่ปี 1992 ว่า “ไม่มีเหตุผลเลยที่จะจ้างคนเก่งมา แล้วบอกเขาว่าต้องทำอะไร เราต้องจ้างคนเก่งเพื่อให้เขาบอกเราต่างหาก ว่าบริษัทเราควรทำอะไรต่อไป และอะไรที่เป็นไปได้” แนวคิดนี้ชี้ให้เห็นว่า บทบาทของผู้นำอาจไม่ใช่การควบคุมทุกอย่าง แต่คือการสร้างพื้นที่ให้คนเก่งได้แสดงศักยภาพเต็มที่
ขณะที่เจ้าพ่อนักลงทุนระดับโลกอย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) ก็เป็นผู้นำอีกคนที่ย้ำถถึงแนวคิดคล้ายกัน โดยเขาเคยแนะนำหลักคิดให้วัยทำงานที่อยากประสบความสำเร็จไว้ว่า “จงไปอยู่ใกล้คนที่ดีกว่าคุณ เลือกคบคนที่มีพฤติกรรมดีกว่าคุณ แล้วคุณจะค่อยๆ เปลี่ยนไปในทิศทางนั้น”
ส่วน ริชาร์ด แบรนสัน (Richard Branson) นักธุรกิจและมหาเศรษฐีชาวอังกฤษผู้ก่อตั้งอาณาจักร Virgin Group ก็ให้แนะนำในทิศทางเดียวกันว่า “จงล้อมรอบตัวเองด้วยคนที่ฉลาดกว่าคุณ ให้ทุกอย่างที่พวกเขาต้องการ เพื่อเรียนรู้และเติบโต แล้วธุรกิจของคุณจะเติบโตตามไปด้วย”
“รสนิยมที่ดี” คือ หนึ่งในทักษะพิเศษของผู้นำ
สิ่งที่สเพรเชอร์เรียกว่า “รสนิยมที่ดี” ไม่ได้หมายถึงเรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่คือความสามารถในการแยกแยะว่าอะไรคือไอเดียที่มีคุณค่า อะไรคือไอเดียที่ไม่เวิร์ก แล้วเลือกมุ่งทำงานในไอเดียที่ดีกว่า
เพราะในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยไอเดียใหม่ทุกวัน ผู้นำที่มีรสนิยมดีจะรู้ว่า ไอเดียไหนควรลงทุน, คนแบบไหนควรดึงเข้าทีม, จังหวะไหนควรขยายต่อยอดธุรกิจ, และเมื่อไรควรหยุด เพื่อป้องกันความเสียหาย ดังนั้น การมีรสนิยมดีจึงเท่ากับการมีวิจารณญาณที่แม่นยำในการบริหารธุรกิจ
ความสำเร็จ อาจไม่ได้มาจาก “ผู้นำคิดเองทำเองทั้งหมด”
เรื่องราวของสเพรเชอร์สะท้อนว่า ความสำเร็จระดับโลกอาจไม่ได้มาจากการเป็นอัจฉริยะผู้คิดค้นทุกสิ่งด้วยตัวเอง แต่อยู่ที่ความสามารถในการมองเห็นศักยภาพของผู้อื่น และกล้าที่จะยอมรับว่าคนอื่นอาจเก่งกว่าเราในบางเรื่อง
ในยุคที่การแข่งขันรุนแรง และความรู้-ทักษะการทำงานเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ผู้นำที่พยายามเก่งทุกอย่างด้วยตัวเอง อาจเหนื่อยล้าเร็วกว่าผู้นำที่รู้จักเลือกใช้คนให้ถูกงาน และปล่อยให้คนเก่งทำหน้าที่ของพวกเขา
บางทีบทเรียนจากสตีฟ จ็อบส์ ที่สเพรเชอร์หยิบมาเป็นแนวคิดการทำงานในฐานะผู้นำ อาจไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยีหรือธุรกิจเท่านั้น แต่คือบทเรียนเรื่องความถ่อมตัว และการรู้จักเลือกสิ่งที่ดีที่สุดจากคนเก่งรอบๆ ตัวเขา มาพัฒนาองค์กรให้ประสบความสำเร็จต่างหาก
อ้างอิง: Fortune, Rotary Club of Atlanta, Buffett’s career advice, LinkedIn





