วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

14 รูปแบบ ‘ความสัมพันธ์แปลก ๆ’ พบบ่อยในยุค ‘หาคู่ออนไลน์’

14 รูปแบบ ‘ความสัมพันธ์แปลก ๆ’  พบบ่อยในยุค ‘หาคู่ออนไลน์’

“กรุงเทพธุรกิจ” พาสำรวจ 14 รูปแบบความสัมพันธ์ที่คนรุ่นใหม่นิยามขึ้น ตั้งแแต่ที่มา ลักษณะอากาศและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เมื่อตกความสัมพันธ์เหล่านี้ โดยเรียงลำดับตามตัวอักษรดังนี้

ปัจจุบัน “โซเชียลมีเดีย” เข้ามามีบทบาทในชีวิตของผู้คนมากขึ้น การหาคู่ผ่านแอป จึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การอธิบายความสัมพันธ์ในปัจจุบันจึงมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ไม่ได้มีแค่ “คนคุย” “คนรัก” หรือ “คู่ชีวิต” เท่านั้น เกิดชื่อเรียกมากมายจนตามไม่ทัน

“กรุงเทพธุรกิจ” พาสำรวจ 14 รูปแบบความสัมพันธ์ ที่คนรุ่นใหม่นิยามขึ้น ตั้งแแต่ที่มา ลักษณะอากาศและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เมื่อตกความสัมพันธ์เหล่านี้ โดยเรียงลำดับตามตัวอักษรดังนี้


14 รูปแบบ ‘ความสัมพันธ์แปลก ๆ’  พบบ่อยในยุค ‘หาคู่ออนไลน์’

Breadcrumbing หยอดไปเรื่อย หรือ การให้ความหวัง

Breadcrumbingคือ รูปแบบของการหว่านเสน่ห์ไปเรื่อย ๆ ด้วยการหยอดคำหวานผ่านข้อความสั้น ๆ หรือโต้ตอบในโซเชียลมีเดียเป็นระยะ เป็นน้ำชโลมจิตใจให้เป้าหมายยังคงมีความสนใจและรอคอยอยู่เสมอ แต่ไม่คิดจริงจัง หรือพัฒนาความสัมพันธ์ไปไกลกว่านี้ เพียงแต่สร้างความหวังที่ไม่มีวันเป็นจริง ทำให้ผู้รับรู้สึกสับสนและติดอยู่ในบ่วงแห่งการรอคอย

ลักษณะการกระทำเช่นนี้ เปรียบได้การโปรย “เศษขนมปัง” ตามทางเดินเหมือนในนิทานเรื่องฮันเซลและเกรเทล เพื่อดึงดูดให้เหยื่อเดินตามมาเรื่อย ๆ โดยไม่มีจุดหมายที่ชัดเจน ในบริบทของการเดตสมัยใหม่ คือการส่งสัญญาณความสนใจเพียงเพื่อ “เช็กเรตติ้ง” และรักษาฐาน “แฟนคลับ” เอาไว้เท่านั้นเอง ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อความผูกพัน แต่เป็นเพียงเครื่องมือในการรักษาอำนาจเหนือความรู้สึกของอีกฝ่าย

บทสนทนาของคนที่อยู่ในสถานะนี้ มักจะฉาบฉวยและเจือไปด้วยคำสัญญาที่คลุมเครือ หากจะขอนัดเจอก็จะเลี่ยงตอบ ไปในทำนอง “ไว้ค่อยนัดกันนะ” “เดี๋ยวค่อยว่ากัน” หรือ ผลัดไปเรื่อย ๆ ไม่มีอะไรชัดเจน และฝ่ายที่หว่านเสน่ห์มักจะหายตัวไปเป็นเวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ แต่เมื่อเหยื่อเริ่มไม่สนใจก็จะทักมาใหม่ด้วยข้อความที่ “ดูเหมือน” ใส่ใจเป็นพิเศษ

ดร.โมนิกา เวอร์มานี นักจิตวิทยาคลินิก ระบุว่า Breadcrumbing ฝ่ายที่หว่านเสน่ห์ทำไปเพื่อเรียกร้องความสนใจ การยอมรับ การควบคุม หรือแม้แค่เพราะความสนุก โดยไม่คำนึงถึงความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ของอีกฝ่าย หากปล่อยทิ้งไว้เหยื่ออาจสูญเสียความภูมิใจในตนเอง และสร้างบาดแผลทางใจในระยะยาว

ถ้าอยากออกจากวงจรนี้ ต้องเผชิญหน้าและถามหาความชัดเจนเกี่ยวกับเป้าหมายของความสัมพันธ์ หากอีกฝ่ายยังคงบ่ายเบี่ยงหรือไม่สามารถระบุวันและเวลาที่แน่นอนในการพบเจอได้ ควรเคารพตนเองและกลับมารักตนเอง ด้วยการหยุดให้ความสำคัญ ไม่ติดต่อ จะช่วยให้เหลุดพ้นจากวงจรเสพติดความหวังลม ๆ แล้ง ๆ นี้ได้

14 รูปแบบ ‘ความสัมพันธ์แปลก ๆ’  พบบ่อยในยุค ‘หาคู่ออนไลน์’

Cookie Jarring มีค่าเวลาเหงา

“Cookie Jarring” คือ เป็นรูปแบบความสัมพันธ์ที่มีคนในใจอยู่แล้ว แต่ก็ยังคบคนอื่นไว้เป็น “ตัวตัวรอง” เป็นแผนสองไว้เผื่อความสัมพันธ์กับคนแรกไม่ราบรื่น หรืออยากได้ความสบายใจ แบบที่ตัวหลักให้ไม่ได้ ตัวสำรองเหล่านี้จึงเหมือนกับคุกกี้ที่นอนรออยู่ในโหล รอให้เจ้าของหยิบมากินแก้หิว เติมความหวานชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น

ลึก ๆ แล้ว การเปรียบเทียบนี้สะท้อนถึง การลดทอนคุณค่าของมนุษย์ของอีกฝ่าย ให้กลายเป็นเพียงตัวเลือกเพื่อความบันเทิงส่วนตัว เป็นได้แค่ของตาย จะมีค่าแค่เวลาเหงา มีปัญหา หรือต้องการความมั่นใจในตนเอง

สัญญาณอันตรายคือ พฤติกรรมที่ดูไม่จริงจังและไม่ยอมผูกมัด เช่น การไม่เคยแนะนำให้เพื่อนหรือครอบครัวรู้จัก ไม่ยอมเปิดเผยสถานะในโซเชียลมีเดีย และอีกฝ่ายจะติดต่อมาเฉพาะเวลาที่เขาสะดวกเท่านั้น ไม่มีการวางแผนระยะยาวร่วมกัน ไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้เลย

ยูจีนี เลอฌ็องเดร ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดต อธิบายว่าพฤติกรรมนี้มักเกิดจากความไม่มั่นคงในจิตใจของผู้กระทำ ที่ต้องการการยอมรับจากหลายทางเพื่อให้รู้สึกปลอดภัย อย่างไรก็ตาม มันสร้างความเหนื่อยล้าทางอารมณ์อย่างมากกับคนที่เป็นตัวสำรอง และอาจส่งผลต่อความไว้วางใจในการสร้างความสัมพันธ์ครั้งต่อ ๆ ไป

การออกจากสถานะนี้ จำเป็นต้องอาศัยการเชื่อในสัญชาตญาณของตนเองและความเด็ดขาด หากรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ชัดเจน หรือรู้สึกว่ากำลังเป็นแค่ตัวเลือก การถอยออกมาจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด อย่ารอให้เขาหยิบคุณออกมาจากโหล แต่จงเลือกที่จะเป็นเจ้าของชีวิตตนเอง

14 รูปแบบ ‘ความสัมพันธ์แปลก ๆ’  พบบ่อยในยุค ‘หาคู่ออนไลน์’

Groundhogging รักกี่ทีก็แต่เลือกคนแบบเดิม 

“Groundhogging” คือ พฤติกรรมการเลือกเดตกับคนแบบเดิมซ้ำ ๆ ไม่เปลี่ยน “สเปก” ทั้งนิสัยและไลฟ์สไตล์ รวมถึงรูปลักษณ์หรือคุณสมบัติภายนอก ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าท้ายที่สุดจะจบลงด้วยความล้มเหลวเสมอ แต่ก็ยังหวังว่าผลลัพธ์ในตอนท้ายจะแตกต่างไปจากเดิม โดยข้อมูลจาก Inner Circle แอปเดตติ้งระบุว่า คนโสดถึง 72% มีสเปกตายตัว มองหาแต่คนประเภทเดิม ๆ

ชื่อ Groundhogging มาจากจากภาพยนตร์เรื่อง “Groundhog Day” ที่ตัวเอกต้องตื่นมาพบกับเหตุการณ์เดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกเช้า เปรียบได้กับชีวิตรักที่วนลูปอยู่กับคนประเภทเดิม ๆ ที่ผลัดเปลี่ยนกันมาทำลายความรู้สึกไม่รู้จักจบสิ้น ติดลูปอยู่ในความผิดหวังซ้ำซาก ไม่เคยได้เจอความรักดี ๆ แบบใครเขา

หากสงสัยว่าตัวเองกำลังอยู่ในวงจรนี้หรือไม่ ให้ลองพิจารณาว่าคู่เดตคนล่าสุดมีลักษณะนิสัยหรือข้อเสียคล้ายกับคนเก่า ๆ ที่เคยทำให้เสียใจหรือไม่ มักจะทะเลาะกันด้วยเรื่องเดิม ๆ กับคนที่มีบุคลิกคล้ายกัน นั่นคือสัญญาณของการวนลูป ความคุ้นเคยนี้อาจทำให้รู้สึกปลอดภัยในตอนแรก แต่กลับกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์ไม่สามารถพัฒนาไปได้ไกล

วิธีแก้ไขคือการก้าวออกจากเซฟโซนและลองเปิดใจเดตกับคนที่ไม่ใช่สเปกเดิม นักจิตวิทยาแนะนำให้ลองเขียนรายละเอียดของความสัมพันธ์ในอดีต เพื่อวิเคราะห์ว่าคุณมักจะดึงดูดคนแบบไหนและเพราะอะไร เพื่อที่จะได้ปรับเปลี่ยนเกณฑ์การเลือกคู่ครองในอนาคต การลดเกณฑ์เรื่องกายภาพลงและหันไปให้ความสำคัญกับค่านิยมและการสื่อสารจะช่วยทำลายวงจรนี้ได้

ชาร์ลี เลสเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์เตือนว่า ปัจจัยภายนอกมักไม่ได้ทำให้เกิดบทสนทนาที่ดีขึ้นหรือความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งขึ้น การหยุดพฤติกรรม Groundhogging จะช่วยเพิ่มโอกาสในการพบคนที่สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนได้มากกว่าคนที่มีเพียงรูปลักษณ์ตรงใจเพียงอย่างเดียว

14 รูปแบบ ‘ความสัมพันธ์แปลก ๆ’  พบบ่อยในยุค ‘หาคู่ออนไลน์’

Kittenfishing ไม่ตรงปก

“Kittenfishing” คือ การนำเสนอภาพตัวเองในโลกออนไลน์ที่ดูดีกว่าความเป็นจริงเล็กน้อย เช่น ตุ๊งรูปผ่านแอปแต่งรูปจนไม่เหมือนตัวจริง หรือนำรูปเก่ามาใช้ หรือการโกหกเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับอายุ ส่วนสูง และหน้าที่การงานเพื่อให้น่าสนใจขึ้น หรือที่เรียกว่า “ไม่ตรงปก” แม้จะไม่ได้ปลอมแปลงตัวตนเป็นคนอื่นทั้งหมด แต่ก็เป็นการบิดเบือนความจริงเพื่อให้คนสนใจและเลือกเดตด้วย

พฤติกรรมเหล่านี้ ยังรวมไปถึงการปกปิดข้อมูลบางส่วน เช่น การใส่หมวกในทุกรูปเพื่อซ่อนอาการผมบาง รวมถึงการระบุความสนใจที่ดูน่าตื่นเต้นเกินจริง เช่น บอกว่ารักการผจญภัย แต่ในชีวิตจริงไม่เคยแม้แต่จะออกไปนอกเมือง สิ่งเหล่านี้สร้างสามารถความอึดอัดและผิดหวังเมื่อต้องพบเจอกันจริง ๆ

คำเรียกนี้ เป็นการแผลงมาจาก “Catfish” ที่เป็นการสร้างตัวตนปลอม โดยนำรูปภาพและข้อมูลของผู้อื่นมาใช้บนแอปหาคู่ ซึ่งต่างจาก Kittenfishing ที่เน้นไปที่การเสริมแต่งจุดด้อย และขยายจุดเด่นให้เกินจริง เพื่อดึงดูดผู้คนในโลกการเดตที่แข่งขันกันสูง

อานา โจวาโนวิก นักจิตวิทยา ระบุว่า คนที่เลือกทำ Kittenfishing เพราะต้องการที่จะเป็นคนที่ดีกว่าเดิมและกลัวการถูกปฏิเสธ แต่การเริ่มต้นความสัมพันธ์ด้วยการหลอกลวงแม้เพียงเล็กน้อย มักจะนำไปสู่ความผิดหวังและการทำลายความไว้วางใจ ก่อนที่เริ่มพัฒนาความสัมพันธ์อย่างจริงจังเสียอีก

หากกังวลว่า โปรไฟล์ของตนเองอาจเป็นการ Kittenfishing แนะนำให้ขอความเห็นจากเพื่อนสนิทว่าสิ่งที่นำเสนอตรงกับตัวจริงหรือไม่ สำหรับผู้ที่พบเจอคนกลุ่มนี้ ควรประเมินว่าการโกหกนั้นรุนแรงเพียงใดและเป็นสัญญาณของความไม่จริงใจในด้านอื่นหรือไม่

14 รูปแบบ ‘ความสัมพันธ์แปลก ๆ’  พบบ่อยในยุค ‘หาคู่ออนไลน์’

Love Bombing ทำให้รักเพื่อควบคุม

“Love Bombing” คือ การทุ่มเทความรักรุนแรงและมากเกินไปในช่วงเริ่มต้นความสัมพันธ์ แสดงให้เห็นว่าตนเองเป็น “คนคลั่งรัก” โดยจะทุ่มเทความรัก คำชม ของขวัญ และเวลาให้ทั้งหมด เพื่อให้เป้าหมายรู้สึกเคลิบเคลิ้มและไว้วางใจอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมนี้ไม่ได้มาจากความรักที่แท้จริง แต่เป็นกลยุทธ์ในการสร้างความพึ่งพาทางอารมณ์เพื่อนำไปสู่การควบคุมในที่สุด

คำนี้มีที่มายาวนานตั้งแต่ยุค 1970 โดยใช้เรียกกลวิธีของลัทธิ “Moonies” ที่ใช้วิธีแสดงความรักอย่างท่วมท้นเพื่อดึงดูดสมาชิกใหม่ ต่อมานักจิตวิทยานำมาอธิบายความสัมพันธ์ที่คอยควบคุมแบบบงการ ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกของการใช้ความรุนแรงทางอารมณ์

โซฟี รูส นักบำบัดความสัมพันธ์กล่าวว่า Love Bombing คือการทำให้เหยื่อขาดการยับยั้งชั่งใจเพื่อสร้างความผูกพันที่ผิดปรกติ ผู้กระทำมักใช้วิธีนี้เพื่อหาการยอมรับและควบคุมผู้อื่น 

สัญญาณอันตรายที่พบได้บ่อยในความสัมพันธ์แบบนี้คือ การสื่อสารที่มากเกินความจำเป็น เช่น การโทรหรือส่งข้อความตลอดเวลา และการรีบเร่งวางแผนอนาคตทั้งที่เพิ่งรู้จักกัน พยายามทำให้ความสัมพันธ์ก้าวหน้าเร็วเกินไปจนทำให้รู้สึกกดดัน

หากเจอความสัมพันธ์เช่นนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ตั้งขอบเขตความสัมพันธ์ที่ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น และพยายามชะลอความเร็วของความสัมพันธ์ลง หากอีกฝ่ายเริ่มต่อต้านเมื่อพยายามสร้างพื้นที่ส่วนตัว จะเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ทันทีว่าเขาต้องการควบคุมอีกฝ่าย ดังนั้นการนัดพบกันในที่สาธารณะหรือไปกับกลุ่มเพื่อนจะช่วยลดทอนอำนาจการครอบงำส่วนตัวลงได้ เพราะความปลอดภัยทางอารมณ์สำคัญกว่าคำหวานที่เกินจริง

14 รูปแบบ ‘ความสัมพันธ์แปลก ๆ’  พบบ่อยในยุค ‘หาคู่ออนไลน์’

Love-Hate Relationship ทั้งรักทั้งเกลียด

“Love-Hate Relationship” คือ สถานะที่คู่รักมีความรู้สึกสุดโต่ง “ทั้งรักทั้งเกลียด” สลับไปสลับมา ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและการทะเลาะวิวาทที่รุนแรง แต่บางทีก็มีความรักความต้องการ โหยหาและดึงดูดมหาศาลสลับกันไป วงจรนี้สร้างสภาวะที่เรียกว่า “รถไฟเหาะทางอารมณ์” ที่ให้ทั้งความตื่นเต้นและความเหนื่อยล้า ไปพร้อม ๆ กัน

งานวิจัยชิ้นหนึ่งระบุว่า คนเรามักตกหลุมรักคนที่ตนเองเชื่อว่า มีลักษณะคล้ายคลึงกับตนเองในแง่ของค่านิยม ความเชื่อ และความสนใจ แต่เมื่อคู่รักทรยศ หรือรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ทุ่มเทให้กับความสัมพันธ์  ความรักที่มีก็จะเปลี่ยนรูปเป็นความโกรธแค้นในทันที กลายเป็นความเกลียดที่รุนแรงในที่สุด 

ความสัมพันธ์แบบนี้ ถือเป็นที่ไม่มีความมั่นคง มีความสุขที่สุดและทุกข์ที่สุดสลับกันไปอย่างรวดเร็ว การกระทำมักจะขึ้นอยู่กับอารมณ์ในขณะนั้นโดยขาดการยับยั้งชั่งใจ เช่น การใช้คำพูดรุนแรงหรือการขู่เลิกทุกครั้งที่มีปัญหา ผู้ที่อยู่ในความสัมพันธ์นี้มักพยายามสร้างเหตุผลขึ้นมาหลอกตัวเองว่าความสัมพันธ์ที่เดินหน้าต่อไปได้ แม้จะมีความทุกข์มากกว่าความสุขก็ตาม

การจัดการความสัมพันธ์รูปแบบนี้ ต้องเริ่มจากการตระหนักรู้ในอารมณ์ของตนเองและเรียนรู้ที่จะควบคุมแทนการแสดงออกทันที การสร้างขอบเขตสิ่งที่ยอมรับได้และไม่ได้เป็นสิ่งจำเป็น รวมถึงการพัฒนาทักษะการสื่อสาร อย่าใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา และหันมามองภาพรวมของความสัมพันธ์ มากกว่าจะติดกับอยู่กับความรักประเดี๋ยวประด๋าว

ดร.ซาบรีนา โรมานอฟ อธิบายว่า ผู้ที่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีตั้งแต่เด็ก  มักจะมองว่าความขัดแย้งคือวิธีแสดงความรัก ดังนั้นวิธีบำบัดจึงมุ่งเน้นไปที่การสร้างความเชื่อมั่นว่า ความสัมพันธ์ที่มั่นคงและสงบคือความรักที่แท้จริง ไม่ใช่ความเจ็บปวดที่แฝงมากับความหลงใหล

14 รูปแบบ ‘ความสัมพันธ์แปลก ๆ’  พบบ่อยในยุค ‘หาคู่ออนไลน์’

Oystering พร้อมตามหารักแท้ หลังอกหัก

“Oystering” คือ เป็นเทรนด์ที่ให้คนโสดกลับมาเห็นคุณค่าของชีวิตโสดและการเปิดโอกาสใหม่ ๆ หลังการเลิกรา แทนที่จะจมปลักอยู่กับความเศร้า หันมาลองทำสิ่งใหม่และพบปะผู้คนใหม่ ๆ อย่างมีอิสระ เป็นสภาวะที่ความมั่นใจกลับมาและพร้อมที่จะก้าวเดินต่อด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง

คำนี้มาจากสำนวน “The world is your oyster” ที่แปลว่า “โลกนี้เป็นของคุณ” ซึ่งมีศิลปินหลายคน เช่น อเดล ได้ออกมาถ่ายทอดเรื่องราวการฟื้นฟูจิตใจหลังหย่าร้าง สร้างแรงบันดาลใจที่ว่า “ชีวิตหลังอกหัก คือ การเริ่มต้นใหม่ที่มีพลังและน่าตื่นเต้น”

ผลการสำรวจของ Badoo แอปหาคู่พบว่า 46% ของคนโสด ที่เพิ่งเลิกรากับคนรักรู้สึกตื่นเต้นที่จะเริ่มต้นเดตอีกครั้ง และอีก 50% พร้อมจะเริ่มต้นมีความรักใหม่อย่างแรงกล้า โดยโซฟี แมนน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดตของ Badoo ให้ความเห็นว่า “เทรนด์นี้สร้างทัศนคติที่ว่าการเดตควรเป็นเรื่องสนุกและเปิดโอกาสในการสร้างความทรงจำใหม่ ๆ ความโสดไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นการค้นพบและเฉลิมฉลองความเป็นตัวเองในโลกที่เต็มไปด้วยทางเลือกมากมาย”

Oystering คือความรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้กลับมาเดตอีกครั้ง และสร้างความมั่นใจในการเลือกตามความต้องการจริง ๆ มีเป้าหมายชัดเจน และไม่เร่งรีบที่จะหาใครมาเพื่อคลายเหงา แต่กล้าที่จะทดลองคบหากับคนหลากหลายรูปแบบ ไม่ใช่แค่สเปกของตนเอง

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าควรมั่นใจว่าตนเองพร้อมแล้วจริง ๆ ก่อนที่จะเริ่มออกไปหาประสบการณ์ใหม่ รวมถึงต้องให้เวลากับตนเอง ถอดบทเรียนจากรักครั้งก่อน เพื่อปกป้องหัวใจจากความผิดหวังซ้ำซ้อน และตกผลึกว่าความต้องการที่แท้จริงคืออะไร มากกว่าแค่การหาใครสักคนมาแทนที่คนเก่า

14 รูปแบบ ‘ความสัมพันธ์แปลก ๆ’  พบบ่อยในยุค ‘หาคู่ออนไลน์’

Polyamory รักกันเป็นหมู่คณะ

“Polyamory” คือ การมีคนรักหลายคนพร้อมกัน โดยได้รับการยินยอมและรับรู้อย่างเปิดเผยจากทุกคนในความสัมพันธ์ ดังนั้นนี่จึงไม่ใช่การนอกใจ แต่เป็นความสัมพันธ์ที่มีรากฐานจากความซื่อสัตย์ ความสมัครใจ และสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา เน้นย้ำถึงเสรีภาพในการเลือกจำนวนคู่ครองโดยไม่ยึดติดกับบรรทัดฐานทางสังคมแบบผัวเดียวเมียเดียว

คำนี้มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกสองคำ คือ “Poly” (หลาย) และภาษาละติน “Amor” (ความรัก) ความสัมพันธ์รูปแบบนี้มีหลายประเภท เช่น แบบมีลำดับชั้นที่มีคู่ครองหลัก หรือเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย ทั้งนี้ ความสัมพันธ์รูปแบบนี้แตกต่างจาก “ความสัมพันธ์แบบเปิด” (Open Relationship) ตรงที่เน้นทั้งความผูกพันทางอารมณ์และเซ็กส์ 

ดร.เอลิซาเบธ ฮาร์ตนีย์ อธิบายว่า Polyamory เป็นการท้าทายแนวคิดอุดมคติแบบดั้งเดิมและต้องการความรับผิดชอบอย่างสูง แม้จะดูเหมือนมีอิสระ แต่ในความเป็นจริงต้องใช้ทักษะการบริหารจัดการอารมณ์และความฉลาดทางอารมณ์ที่ซับซ้อนกว่าความสัมพันธ์แบบคู่ปรกติอย่างมาก

ดังนั้นความสัมพันธ์รูปแบบนี้จะอยู่รอดได้ ก็ต่อเมื่อทุกคนสามารถจัดการเวลาให้ลงตัว เปิดใจคุยกันทุกเรื่อง และทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัด รวมถึงต้องไม่รู้สึกหึงหวงเมื่อเห็นแฟนของตนเองมีความสุขกับคนอื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ยากที่สุด

14 รูปแบบ ‘ความสัมพันธ์แปลก ๆ’  พบบ่อยในยุค ‘หาคู่ออนไลน์’

Roommate Syndrome จากคนรักกลายเป็นเพื่อนร่วมห้อง

“Roommate Syndrome” คือ สภาวะที่ความสัมพันธ์ของคู่รักเริ่มจืดจาง จนกลายเป็น “รูมเมท” ที่แชร์พื้นที่อาศัยร่วมกันเท่านั้น แทบไม่เหลือความใกล้ชิดทางอารมณ์และกายภาพอยู่เลย มีแต่เพียงการจัดการธุระในบ้านและการแชร์ความรับผิดชอบในชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์ที่เคยหวือหวาถูกแทนที่ด้วย “ความเคยชิน” 

ความสัมพันธ์รูปแบบนี้ มักพบในคู่ที่คบกันมานานและต้องคอยวุ่นวายกับการดูแลลูก ความเครียดจากการทำงาน หรือปัญหาทางการเงินที่ดึงเอาความสนใจจากกันและกันไป บรรยากาศในบ้านจึงเต็มไปด้วยความตึงเครียด ไม่เหลือที่ว่างให้ความรักโรแมนติก

ในระยะนี้ คู่รักมักจะแยกกันใช้ชีวิตอย่างชัดเจน มีกิจกรรมทางเพศที่น้อยลงหรือทำไปตามหน้าที่เท่านั้น  และบทสนทนาส่วนใหญ่วนเวียนอยู่กับเรื่องค่าใช้จ่ายหรือลูก ความพึงพอใจในความสัมพันธ์จะลดลงและอาจเกิดความรู้สึกห่างเหินจนเหมือนอยู่กับคนแปลกหน้า บางคู่เลือกที่จะอยู่แบบนี้เพราะต้องการความมั่นคงมากกว่าความรัก แต่หลายคู่ก็รู้สึกทุกข์ใจกับภาวะนี้

ผู้เชี่ยวชาญอย่าง จิลล์ ซาเดย์ ระบุว่า ภาวะนี้เป็นเรื่องปรกติที่เกิดขึ้นได้ในทุกความสัมพันธ์ระยะยาว แต่หากไม่แก้ไขปัญหานี้ อาจจะสร้างความไม่พอใจในระยะยาว และนำไปสู่การแยกทางกันในที่สุด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมองว่าทั้งคู่อยู่ทีมเดียวกัน หมั่นเติมความใส่ใจให้กันจะช่วยทำลายกำแพงเพื่อนร่วมห้องนี้ลงได้

ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ความตั้งใจในการสร้างเวลาที่มีคุณภาพร่วมกัน ออกไปเดตในสถานที่ไม่คุ้นเคย สร้างบรรยากาศใหม่ ๆ ปรับเปลี่ยนอารมณ์ หากิจกรรมสร้างความตื่นเต้นร่วมกัน หรือแม้แต่การสัมผัสทางกายก็สามารถกระตุ้นฮอร์โมนแห่งความผูกพันได้ รวมดีปทอล์คปรับความเข้าใจ จะช่วยให้ความโรแมนติกกลับมาอีกครั้ง

14 รูปแบบ ‘ความสัมพันธ์แปลก ๆ’  พบบ่อยในยุค ‘หาคู่ออนไลน์’

Shrekking ลดสเปกตัวเอง หวังเจอคนดี

“Shrekking” คือ เทรนด์การเดตที่ตั้งใจ “ลดสเปกตัวเองลง” ด้วยความเชื่อว่าถ้าเดตกับคนที่รูปลักษณ์ภายนอกต่ำกว่ามาตรฐานของตัวเอง จะทำให้ได้รับการปรนนิบัติที่ดีกว่าและไม่เสี่ยงต่อการถูกเท แต่สุดท้ายแล้ว ความเชื่อนี้มักพังทลาย เมื่อพบว่าคนคนนั้นก็สามารถทำให้เสียใจได้ไม่ต่างจากคนหน้าตาดี หรือตรงตามสเปค

ชื่อนี้มีที่มาจากภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง “Shrek” โดยเปรียบเทียบว่าหากเจ้าหญิงยอมเลือกยักษ์เขียว เธอก็ควรจะได้รับ “การดูแลแบบเจ้าหญิง” เป็นสิ่งตอบแทน แต่หารู้ไม่ว่าการตัดสินใจเช่นนี้ มักจบลงด้วยสภาวะที่เรียกว่า “Getting Shrekked” คือการถูกคนที่คุณมองว่าด้อยกว่าปฏิเสธหรือทำร้ายความรู้สึก ซึ่งสร้างความอับอายและผิดหวังเป็นสองเท่า

ผู้คนจะเลือกคนที่ต่ำกว่าสเปก เมื่อรู้สึกเหนื่อยล้าทางอารมณ์ ต้องการเป็นฝ่ายควบคุมในความสัมพันธ์ พวกเขาจึงใช้รูปลักษณ์ภายนอกมาเป็นตัวตัดสินความดีงามหรือความภักดี คิดไปเองว่าการลดตัวมาคบกับคนหน้าตาไม่ดี จะทำให้เจอรักที่ดี ซึ่งลึก ๆ แล้วพวกเขากลัวจะผิดหวัง ต้องการหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดแทนที่จะเป็นความรักที่แท้จริง นับเป็นแนวคิดที่ท็อกซิกและลดทอนความเป็นมนุษย์ 

เอมี่ ชาน ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ชี้ว่า Shrekking สะท้อนถึงความท้อแท้ในโลกการเดตปัจจุบัน พฤติกรรมนี้เป็นกลไกการป้องกันตนเองที่ผิดพลาด เพราะรูปลักษณ์ภายนอก เป็นรสนิยมส่วนบุคคล และความรักมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่าแค่ภาพลักษณ์ภายนอก

นักวิจัยแนะนำให้ เลิกใช้รูปลักษณ์ภายนอกเป็นเกณฑ์ชี้วัดคุณค่าของบุคคล การจะศึกษาดูใจใครสักคน ควรดูจากลักษณะนิสัย ค่านิยม และความพร้อมทางอารมณ์แทน เพราะหน้าตาไม่ได้บ่งบอกลักษณะนิสัย ความซื่อสัตย์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับหน้าตา และความสัมพันธ์ที่ดีควรเริ่มต้นจากความประทับใจและความเท่าเทียมกันไม่ใช่การสงสารหรือลดมาตรฐาน

14 รูปแบบ ‘ความสัมพันธ์แปลก ๆ’  พบบ่อยในยุค ‘หาคู่ออนไลน์’

Simulove การแกล้งรัก หรือ รักเสมือนจริง

“Simulove” คือ สภาวะที่มนุษย์สร้างพันธะทางอารมณ์ ความรัก หรือแม้แต่ความต้องการทางเพศกับเอไอ ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้แชตบอตเหล่านี้สามารถจดจำรายละเอียดส่วนตัว ให้คำปรึกษาที่เห็นอกเห็นใจ ไม่ขัดใจ และตอบสนองต่อผู้ใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีวันเหนื่อยหรือโกรธเคือง สำหรับบางคน เอไอจึงกลายเป็นคู่รักที่สมบูรณ์แบบ สามารถตอบโจทย์ความต้องการทางอารมณ์ได้เสมอ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะผิดหวังเสียใจ

จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ในลักษณะนี้ มาจากการหันไปแชร์ความลับหรือระบายอารมณ์กับเอไอ มากกว่าจะสื่อสารกับมนุษย์ด้วยกัน ผู้ใช้มักจะรู้สึกเสพติดการตอบรับที่รวดเร็วและเป็นบวกเสมอ จนรู้สึกว่าความสัมพันธ์ในโลกจริงดูน่าเบื่อหรือยุ่งยากเกินไป ในบางกรณี ผู้ใช้อาจรู้สึกเสียใจหรือโกรธแค้นอย่างรุนแรง เมื่อมีการปรับปรุงซอฟต์แวร์ที่เปลี่ยนบุคลิกเอไอ ที่เป็นคู่รักของพวกเขา

บางคนอินกับความสัมพันธ์กับเอไอมากถึงขนาดที่ทำให้เกิดการหย่าร้าง ข้อมูลจาก Divorce-Online ในสหราชอาณาจักรระบุว่า การยึดติดทางอารมณ์ของคู่รักกับแชตบอตเอไอ เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดการหย่าร้าง ซึ่งพบได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ปรากฏการณ์นี้แสดงให้เห็นพลวัตที่แปลกประหลาดในความสัมพันธ์ยุคปัจจุบัน เมื่อใครบางคนมีปัญหาความรัก แล้วหมกมุ่นอยู่กับแชตบอตเพื่อค้นหาคำแนะนำในการบำบัด คำปรึกษาชีวิตคู่ หรือภูมิปัญญาทางจิตวิญญาณ แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างกลับแย่ลง และทำให้ชีวิตคู่พังทลาย

มาร์ก ทราเวอร์ส นักจิตวิทยา ตั้งข้อสังเกตว่า เอไอสามารถตอบโจทย์ทฤษฎีสามเหลี่ยมของความรัก สามารถให้ได้ทั้งความใกล้ชิด ความเสน่หา และสร้างพันธะทางใจได้อย่างดี แต่ความจริงแล้วเอไอ ไม่ได้ “รู้สึก” จริง ๆ เพียงแต่ประมวลผลข้อมูลเพื่อจำลองความรักเท่านั้น ขณะเดียวกันคนที่รักกับเอไอก็จะเสียความเปราะบางและการยอมรับความผิดหวัง ซึ่งเป็นสิ่งที่เอไอให้ไม่ได้ อาจทำให้ความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนของเราเสื่อมถอยลง

ดังนั้น ในฐานะผู้ใช้งานจึงจำเป็นต้องรักษาสมดุลและรู้เท่าทันเทคโนโลยี ขณะเดียวกันรัฐบาลและผู้ผลิตควรให้ความรู้ว่าเอไอมีข้อจำกัดทางอารมณ์อยู่ และเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว เอไอเป็นเพียงพื้นที่ฝึกหัด ให้ได้ทดลองสื่อสารหรือทำความเข้าใจความรู้สึกของตนเอง แต่ไม่ควรปล่อยให้มาแทนที่ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์


14 รูปแบบ ‘ความสัมพันธ์แปลก ๆ’  พบบ่อยในยุค ‘หาคู่ออนไลน์’

Situationship ความสัมพันธ์แบบไม่มีสถานะ หรือ มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน

“Situationship” คือ เป็นความสัมพันธ์ที่ไร้ชื่อเรียกและไม่มีข้อผูกมัดที่ชัดเจน ทั้งสองฝ่ายอาจมีการออกเดต มีความใกล้ชิดทางกายและใจเหมือนคู่รักทั่วไป แต่กลับไม่มีการตกลงใจที่จะเป็นแฟนหรือวางแผนอนาคตร่วมกันอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นผลมาจากคนรุ่นใหม่ต้องการความอิสระในการใช้ชีวิตและโฟกัสที่เป้าหมายส่วนตัวมากกว่าความผูกพันที่ยุ่งยาก

คำนี้เป็นการรวมกันระหว่าง “Situation” (สถานการณ์) และ “Relationship” (ความสัมพันธ์) โดยมีนัยว่าความสัมพันธ์นี้เป็นไปตามความสะดวกของสถานการณ์ในขณะนั้น เป็นรูปแบบที่ท้าทายแนวคิดแบบ “Relationship Escalator” ที่ความสัมพันธ์ต้องก้าวหน้าตามลำดับขั้น ตั้งแต่เป็นแฟนไปจนถึงแต่งงาน

ศ.เอลิซาเบธ อาร์มสตรอง ระบุว่า Situationship ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของชาวเจน Z ที่ให้ความสำคัญกับการแสวงหาความมั่นคงทางการงานและการเงินก่อนการสร้างครอบครัว แต่ความสัมพันธ์รูปแบบอาจจะทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเจ็บปวดได้ เมื่อต้องการพัฒนาความสัมพันธ์ไปสู่ขั้นต่อไป ซึ่งอาจทำให้ความสัมพันธ์จบลง

ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์เช่นนี้มักมาพร้อมกับความคลุมเครือ หลีกเลี่ยงจะพูดถึง “สถานะ” รู้สึกเหมือนอยู่ในภาวะสุญญากาศ อาจต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่ให้คนอื่น ๆ รับรู้ และเนื่องจากไม่มีสถานะ จึงไม่สามารถเรียกร้องสิทธิใด ๆ ได้อย่างเต็มที่ จะหึงหวงหรือแสดงความไม่พอใจก็ไม่ได้ 

หากอยากออกจากสถานะเช่นนี้ จำเป็นต้องกล้าที่เปิดอกพูดคุยถึงความสัมพันธ์นี้ ว่าแต่ละคนมีเป้าหมายในความสัมพันธ์อย่างไร มีความคาดหวังอะไร ต้องการความชัดเจนอย่างไร หากเป้าหมายไม่ตรงกัน การยอมเจ็บเพื่อจบความสัมพันธ์ที่ไม่มีทางไปต่อ ก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อให้มีโอกาสไปพบกับคนที่มีเป้าหมายตรงกัน

14 รูปแบบ ‘ความสัมพันธ์แปลก ๆ’  พบบ่อยในยุค ‘หาคู่ออนไลน์’

Submarining หายไปแล้วเนียนกลับมา

“Submarining” คือ พฤติกรรมของคนที่อยู่ ๆ ก็หายไป โดยไม่มีคำอธิบาย เป็นเวลานาน แล้วอยู่ดี ๆ ก็โผล่กลับมาทักทายใหม่ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยไม่ขอโทษหรืออธิบายว่าหายไปไหนมา เหมือนกับ “เรือดำน้ำ” ที่ดำลงไปอยู่ใต้น้ำเป็นเวลาเดือน ๆ แล้วจู่ ๆ ก็โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำเพื่อรับอากาศใหม่ 

อยู่ดี ๆ คู่เดตตัดสินใจส่งข้อความกลับมา ด้วยข้อความสั้น ๆ อย่าง “เป็นไงบ้าง” หรือ “คิดถึงนะ”  เพียงเพราะพวกเขากำลังเบื่อ เหงา ต้องการมีเซ็กส์ หรือบางทีก็เพื่อเช็กดูว่าเหยื่อยังพร้อมจะเป็น “ของตาย” อยู่หรือไม่ 

ดร. แคทเธอรีน โนบิล นักจิตวิทยาอธิบายว่า Submarining แตกต่างจาก “Ghosting” ซึ่งอยู่ดี ๆ ก็หายไปเลย ตรงที่ Submarining รุกล้ำพื้นที่อารมณ์ซ้ำซาก โดยไม่รับผิดชอบผลที่ตามมา พฤติกรรมนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้กระทำมี EQ ต่ำ เพราะเขาไม่สามารถสื่อสารได้อย่างตรงไปตรงมาว่าต้องการยุติหรือเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ถ้าหากต้องการความสัมพันธ์ที่มั่นคงจริง ๆ อย่าไปสนใจกับคนพวกนี้ บล็อกไปเลยหรือทำเมินกับข้อความพวกนี้ไปเลย จะปลอดภัยที่สุด เพราะการกระทำของเหล่านี้ สะท้อนถึงความไม่ให้เกียรติอย่างรุนแรง แต่ถ้าหากเลือกที่จะตอบกลับ ก็ควรทำเพื่อระบายความรู้สึกหรือตั้งขอบเขตที่ชัดเจนว่าคุณจะไม่ยอมรับพฤติกรรมแบบนี้อีก

14 รูปแบบ ‘ความสัมพันธ์แปลก ๆ’  พบบ่อยในยุค ‘หาคู่ออนไลน์’

Textationship ความสัมพันธ์แค่ในแชท หรือ รักกันผ่านตัวอักษร

“Textationship” คือ รูปแบบความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น ผ่านการส่งข้อความตัวอักษร โดยไม่มีการพบเจอกันในชีวิตจริง หรือถึงมีก็น้อยมาก แม้จะมีการคุยกันอย่างใกล้ชิดและลึกซึ้งผ่านแอปพลิเคชัน แต่กลับขาดการเชื่อมต่อทางกายภาพและประสบการณ์จริงร่วมกัน สภาวะนี้มักสร้างภาพฝันที่สวยงามเกี่ยวกับตัวตนของอีกฝ่ายที่อาจไม่ตรงกับความเป็นจริง

คำว่า Textationship เป็นการผสมกันระหว่างคำว่า “Text message” และ “Relationship” ซึ่งเป็นผลพวงจากการเดตในโลกดิจิทัลที่ผู้คนรู้สึกสะดวกใจสื่อสารผ่านหน้าจอ เพราะช่วยลดความเขินอายและการเผชิญหน้า ความสัมพันธ์รูปแบบนี้ไม่ต้องใช้ความพยายามมาก แต่กลับให้ช่วยเติมเต็มทางอารมณ์ได้ชั่วคราว

แม้จะส่งข้อความหากันตลอดทั้งวัน แต่เมื่อต้องการนัดพบตัวจริงก็จะหาข้ออ้างอยู่เสมอ นอกจากนี้ ความสัมพันธ์รูปแบบนี้ยังมีความคลุมเครือและเสี่ยงต่อการถูกตีความข้อความผิดเพี้ยนไป เนื่องจากขาดการเห็นสีหน้าและน้ำเสียง 

ขณะเดียวกัน ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าข้อมูลที่แต่ละฝ่ายให้มาเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ไม่มีอะไรยืนยันว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องแต่ง และถ้าหากว่าตัวเองรู้จักคนคนหนึ่งดีมากผ่านตัวอักษร แต่ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับชีวิตจริงของเขา นั่นคือสัญญาณชัดเจนว่ากำลังเจอกับ Textationship 

ดิปตี เทท นักบำบัดความสัมพันธ์ ระบุว่ามนุษย์ยังคงต้องการสัมผัสและการปฏิสัมพันธ์ทางกาย เพื่อให้เกิดความใกล้ชิดที่แท้จริง การติดอยู่ใน Textationship นานเกินไป จะทำให้เสียเวลาโดยใช่เหตุ และสร้างความเจ็บปวดเมื่อความจริงปรากฏว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ ตามจินตนาการผ่านตัวอักษรเหล่านั้น

การจัดการสถานะนี้ ควรเริ่มต้นจากการเสนอการนัดพบในสถานที่สาธารณะ หากอีกฝ่ายยังคงปฏิเสธหรือบ่ายเบี่ยงอยู่ตลอด จำเป็นต้องตระหนักว่าเขาอาจเพียงต้องการคนแก้เหงา แต่ไม่ต้องการความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง เพราะคนเราไม่สามารถคบกันได้ยืนยาว หากไม่ยอมเจอกันตัวเป็น ๆ

 

ที่มา: ABCCNNCosmopolitanCosmopolitan 1Cosmopolitan 2Cosmopolitan 3Economic TimesFirst PostForbes, Forbes 1, Forbes 2GlamGlam 1, Glam 2Glamour MagazineGlamour MagazineHealthlineHello MagazineIndependentInteresting Engineering, LadbibleLadbible 1MetroNBC NewsNew York PostPhysThe GuardianThe Guardian 1, The Guardian 2TimeTodayTOIUniladUSAToday,Very Well MindVery Well Mind 1, ViceVogueWomen's Health