สำหรับคนทำงานรุ่นใหม่ “ทำงานที่ไหนก็ได้” กลายเป็นความคาดหวังพื้นฐานมากกว่าสวัสดิการพิเศษ งานที่สามารถทำจากบ้านได้เต็มรูปแบบยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ แม้กระแสทำงานทางไกลเต็มรูปแบบจะไม่ได้เฟื่องฟูเหมือนช่วงโควิด อีกทั้งตอนนี้องค์กรก็ออกคำสั่งให้กลับเข้าออฟฟิศก็ชัดขึ้นในช่วงหลัง แต่ความต้องการความยืดหยุ่นไม่ได้ลดลง
“งานที่ทำจากบ้านได้ 100%” ยังคงเป็นหเงื่อนไขหลักที่คนหางานยุคนี้ ให้ความสำคัญ พวกเขาจะเลือกงานรูปแบบนี้เป็นอันดับต้นๆ และหลายบริษัทก็เริ่มปรับตัวเพื่อดึงดูดคนเก่งที่ให้คุณค่ากับวิถีการทำงานแบบนี้
ตามรายงาน Remote Work Index ของ FlexJobs ที่ได้สำรวจเกี่ยวกับ Fully Remote Work เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว และสะท้อนภาพรวมด้านอาชีพการงานต่อเนื่องในปี 2026 พบว่า 85% ของวัยทำงานระดับเชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์การทำงานมาระดับหนึ่ง มองว่า Remote work หรือการทำงานระยะไกล คือปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจสมัครงาน มากกว่าค่าตอบแทนหรือสวัสดิการที่แข่งขันได้
จาก 60 หมวดอาชีพ สู่ 15 สายงานเติบโตพุ่งแรงที่สุด
โทนี ฟรานา (Toni Frana) ผู้จัดการฝ่ายผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีพของ FlexJobs เว็บไซต์จัดหางานที่เน้นตำแหน่งทางไกล ให้สัมภาษณ์กับ CNBC Make It ว่า ความต้องการทำงานทางไกลยังชัดเจนในหมู่แรงงาน เธอมองว่า “คนทำงานยังอยากทำงานจากระยะไกล และบริษัทเองก็รู้ว่าการเปิดโอกาสให้ทำงานแบบยืดหยุ่น ช่วยดึงดูดและรักษาคนเก่งไว้ได้”
FlexJobs ได้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากกว่า 60 หมวดหมู่อาชีพ โดยเปรียบเทียบจำนวนประกาศงานที่เป็น “งานทางไกลเต็มรูปแบบ” ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2025 ถึง 31 ธันวาคม 2025 เพื่อเฟ้นหา 15 สาขาอาชีพที่เติบโตเร็วที่สุด
โดยนิยามของ FlexJobs คำว่า “งานทางไกลเต็มรูปแบบ” หมายถึง ตำแหน่งระดับวิชาชีพที่สามารถทำงานจากบ้านได้ทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศเลยแม้แต่วันเดียว โดยสายงานทั้ง 15 สาขาในรายงานนี้ มีการเติบโตของประกาศงานแบบ Fully Remote อย่างน้อย 19% ขึ้นไปในปี 2025
Remote work ยังมีให้เลือกเยอะในตลาดงาน แต่การแข่งขันสูงขึ้น
ทั้งนี้ รายงานยังระบุด้วยว่า รายชื่อดังกล่าว ไม่นับรวมสายงานที่เป็นผู้นำด้านงานทางไกลมาอย่างยาวนาน เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT), บริการลูกค้า และงานสายโปรเจกต์เมเนเจอร์หรืองานบริหารโครงการ เพื่อให้เห็นภาพของ “สายงานใหม่ๆ” ที่กำลังเติบโตในด้านการทำงานจากที่บ้าน
แม้โอกาสจะยังเปิดอยู่ แต่ ฟรานา ยอมรับว่า การแข่งขันสำหรับแต่ละตำแหน่งงานในรูปแบบ Remote work สูงมากกว่าสมัยก่อน ดังนั้น เธอแนะนำว่า ผู้สมัครงาน ควรเน้นพัฒนาทักษะที่ตลาดต้องการจริงในสายงานนั้นๆ และต้องแสดงผลงานอย่างชัดเจน ทั้งในเรซูเม่และในการสัมภาษณ์
โดยเฉพาะตำแหน่งงานที่ให้ทำงานทางไกลได้ นายจ้างต้องการเห็นว่าผู้สมัครสามารถทำงานได้อย่างอิสระ มีวินัย และไม่ต้องพึ่งพาการกำกับดูแลใกล้ชิดจากหัวหน้ามากเกินไป พูดอีกอย่างคือ งานทางไกลไม่ได้หมายถึง “งานที่ง่ายกว่า” แต่คือ งานที่ต้องรับผิดชอบตัวเองได้มากกว่า
15 สายงานที่งานทางไกลเต็มรูปแบบเติบโตเร็วที่สุดในปี 2025
จากรายงานการวิเคราะห์ของ FlexJobs ชี้ว่า 15 สายอาชีพที่ทำงานที่บ้านได้ 100% และมีอัตราการเติบโตพุ่งแรง ตลาดต้องการจ้างงานสูง มีดังนี้
อันดับ 1 สายงานวิศวกรรม
อันดับ 2 สายงานธุรการและสนับสนุนสำนักงาน
อันดับ 3 สายงานขาย
อันดับ 4 สายงานบริการลูกค้าเชิงลึก (Client Services)
อันดับ 5 สายงานด้านธนาคาร
อันดับ 6 สายงานด้านโซเชียลมีเดีย
อันดับ 7 สายงานด้านสุขภาพจิต
อันดับ 8 สายงานประกันภัย
อันดับ 9 สายงานปฏิบัติการ (Operations)
อันดับ 10 สายงานพยาบาล
อันดับ 11 สายงานกฎหมาย
อันดับ 12 สายงานบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (Account Management)
อันดับ 13 สายงานการศึกษาและฝึกอบรม
อันดับ 14 สายงานสื่อสารองค์กร
อันดับ 15 สายงานทรัพยากรบุคคลและสรรหาบุคลากร
ภาพรวมสะท้อนว่า งานรูปแบบงานระยะไกลยังไม่ได้หายไป แต่กำลังเข้าสู่ช่วงคัดกรองที่เข้มข้นขึ้น บริษัทไม่ได้เสนอ Remote Work แบบกว้างขวางเหมือนช่วงโควิด แต่เลือกให้ในตำแหน่งที่เหมาะสม และคาดหวังประสิทธิภาพที่สูงขึ้นตามไปด้วย
ในขณะที่แรงงานส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นมากกว่าปัจจัยอื่น การทำงานทางไกลจึงไม่ใช่เพียงเทรนด์ชั่วคราว แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของตลาดแรงงานยุคใหม่
อ้างอิง: Flexjobs, CNBC Make it, Remote work index,





