background-default

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

วัยทำงาน 65% ไม่เอางานตอกบัตร ชั่วโมงทำงาน 9 to 5 ไม่ได้ไปต่อ ปี 2026

วัยทำงาน 65% ไม่เอางานตอกบัตร ชั่วโมงทำงาน 9 to 5 ไม่ได้ไปต่อ ปี 2026

จากบทเรียนช่วงโควิด สู่วัฒนธรรมใหม่ในโลกการทำงานปี 2026 ทุกวันนี้เกิดเทรนด์ทำงานใหม่ๆ ขึ้นมามากมาย เพื่อตอบโจทย์ชีวิตของคนยุคนี้ได้มากกว่า หนึ่งในนั้นคือ การแบ่งเวลาทำงานเป็นช่วงสั้นๆ ตามจังหวะชีวิต เพื่อรับมือกับภาระงาน ภาระครอบครัว และการดูแลสุขภาพที่ซับซ้อนขึ้น หลายคนยอมรับว่า วิธีนี้ช่วยให้พวกเขากลับมาควบคุมชีวิตตัวเองได้ดีกว่าเดิม 

การเกิดขึ้นของเทรนด์ดังกล่าว กำลังฉีกกฎเกณฑ์กรอบเวลางานแบบเดิมๆ ที่คนทำงานจำนวนมากอยากทิ้งไว้ข้างหลัง นั่นคือ "ตารางการทำงานแบบ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น" ที่ตายตัวและไม่ยืดหยุ่น แล้วหันมาเลือกงานที่สามารถทำไปด้วย และแทรกเวลาพักไปด้วยได้ตลอดทั้งวัน

ตามรายงาน State of Hybrid Work ปี 2025 ของ Owl Labs ระบุว่า วัยทำงานยุคใหม่มากถึง 65% สนใจรูปแบบการทำงานที่เรียกว่า “Microshifting” ซึ่งเป็นการจัดเวลาทำงานเป็นช่วงสั้นๆ โดยไม่ทำต่อเนื่องตลอดทั้งวัน โดยอิงกับพลังงาน ความรับผิดชอบส่วนตัว และจังหวะการทำงานที่เหมาะกับแต่ละคน มากกว่าการนั่งทำงานยาวต่อเนื่องตามกรอบเวลาเดิม

ไม่ใช่แค่เรื่องกรอบเวลางาน แต่อยากทวงคืนอำนาจควบคุมชีวิต

แฟรงก์ ไวช์เฮาพท์ (Frank Weishaupt) ซีอีโอของ Owl Labs อธิบายว่า Microshifting ไม่ได้ดึงดูดความสนใจจากพนักงาน แค่เพราะเป็นรูปแบบการจัดตารางเวลาทำงานใหม่ แต่เพราะมันช่วยให้คนทำงานรู้สึกว่าตนเองกลับมามีอำนาจควบคุมชีวิตได้อีกครั้ง

ท่ามกลางโลกการทำงานที่เต็มไปด้วยงานยิบย่อย การประชุม และการแจ้งเตือนที่ถาโถมตลอดวัน เขามองว่าพนักงานจำนวนมากกำลังหาวิธีปรับตัวให้ยังทำงานต่อไปได้ ควบคู่กับการบริหารจัดการชีวิตที่ซับซ้อนขึ้น ทั้งเรื่องครอบครัว สุขภาพ และภาระส่วนตัว

ความสนใจใน Microshifting มีรากมาจากช่วงการระบาดของโควิด-19 ซึ่งการทำงานทางไกล เปิดโอกาสให้แรงงานจำนวนมากได้ทดลองจัดการเวลาในแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน หลายคนเริ่มคุ้นชินกับการแบ่งเวลาระหว่างงานและชีวิตส่วนตัวได้ยืดหยุ่นขึ้น แม้ปัจจุบันหลายองค์กรจะเรียกพนักงานกลับเข้าออฟฟิศ แต่ความต้องการอิสระด้านเวลากลับไม่หายไป 

Microshifting ไม่ใช่เรื่องใหม่ แค่เพิ่งมีชื่อเรียก

สำหรับ ดั๊ก เกรกอรี (Doug Gregory) พนักงานออฟฟิศจากรัฐมิชิแกน สหรัฐ เขาบอกว่าการทำงานในลักษณะนี้เป็นสิ่งที่เขาทำมานานหลายสิบปีแล้ว ตั้งแต่ก่อนจะมีคำว่า Microshifting อย่างเป็นทางการ และยิ่งชัดเจนขึ้นหลังยุคโควิด เขามองว่าคนทำงานจำนวนมากเริ่มคุ้นเคยกับการ “ได้อยู่กับคนที่เรารัก” และใส่ใจสุขภาพของตัวเองมากขึ้น

แม้เขาจะยอมรับว่า ไม่ใช่ทุกคนสามารถควบคุมตารางงานของตัวเองได้ แต่สำหรับเขา การแบ่งช่วงเวลาทำงานเป็นช่วงๆ แทรกสลับกับการพักเบรกไปจัดการภาระส่วนตัว ทำให้วันทำงานลื่นไหลมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาเน้นโฟกัสที่ผลลัพธ์ของงานมากกว่าจำนวนชั่วโมงทำงาน

เกรกอรี ผู้ซึ่งเคยทำงานด้านการขายมาก่อน และปัจจุบันประกอบอาชีพอิสระด้านระบบภาพและเสียง อธิบายว่า รายได้ของเขาผูกกับผลงาน ไม่ใช่เวลาที่นั่งทำงานหน้าจอ หากจำเป็นต้องพักเบรกงานช่วงกลางวันเพื่อทำธุระส่วนตัว เขาก็สามารถทำงานชดเชยในช่วงเวลาอื่นได้ ตราบใดที่งานเสร็จตามกำหนดที่เขารับผิดชอบ

พนักงานที่มีครอบครัว คือกลุ่มที่พึ่งพา Microshifting มากที่สุด

รายงานของ Owl Labs ยังพบว่า กลุ่มพนักงานผู้ที่มีภาระดูแลคนในครอบครัว เช่น ต้องดูแลพ่อแม่สูงวัย หรือคู่ครองที่ป่วย มีแนวโน้มทำงานในรูปแบบ Microshifting มากกว่าคนทั่วไปเกือบ 3 เท่า! ซึ่ง เทเรซา โรเบิร์ตสัน (Theresa Robertson) จากรัฐแมริแลนด์ เป็นหนึ่งในนั้น

เธอทำงานควบคู่ไปกับการดูแลสามีที่มีปัญหาสุขภาพเรื้อรังมานานกว่า 25 ปี สำหรับเธอ การจัดเวลาทำงานอย่างยืดหยุ่นไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขเดียวที่จะรักษางานและรายได้ไว้ได้

โรเบิร์ตสันเล่าว่า เธอต้องจัดตารางประชุมไม่ให้ทับซ้อน กับเวลาไปโรงพยาบาลตามหมอนัด เพื่อดูแลเรื่องยาและสุขภาพของสามี บางวันเริ่มงานเร็ว บางวันเลิกงานช้า  “ตราบใดที่ฉันทำงานเสร็จตรงเวลาและอยู่ในงบประมาณ พวกเขาก็ไม่ได้สนใจหรอกว่าฉันตอกบัตรเข้างานหรือเปล่า หรือว่าฉันมาทำงานตรงเวลา 7 โมงเช้าหรือเปล่า” เธอบอก

งานที่วัดผลจากผลงานมากกว่าจำนวนชั่วโมงทำงาน ทำให้เธอได้รับความไว้วางใจในการจัดการเวลางานได้ด้วยตัวเอง ปัจจุบันเธอเปิดบริษัทผู้ช่วยเสมือน และยังคงทำงานในรูปแบบนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเลือกจัดเวลาให้ช่วงบ่ายวันศุกร์ว่าง เพื่อดูแลเรื่องส่วนตัวและพักผ่อน

ความนิยมของ Microshifting สะท้อนให้เห็นว่า คนทำงานยุคใหม่ไม่ได้ต้องการแค่ความยืดหยุ่นเชิงเวลา แต่ต้องการอิสระในการจัดชีวิตให้สอดคล้องกับบทบาทและภาระที่หลากหลายมากขึ้น

เมื่อโลกการทำงานไม่สามารถบังคับทุกคนให้อยู่ในกรอบเดียวกันได้อีกต่อไป การทำงานเป็นช่วงสั้นๆ ตามจังหวะชีวิต อาจไม่ใช่ข้อยกเว้น แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในความปกติใหม่ของโลกการทำงานในอนาคตอันใกล้นี้

 

 

อ้างอิง: CNBCOwl Labs