ปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคสมัยของเทคฯ AI กำลังส่งผลให้ตลาดแรงงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการปรับตัวให้ทันไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เพราะหากย้อนค้นดูข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพและสายงานต่างๆ ในอดีตพบว่า งานกว่า 60% ที่มีอยู่ในปี 2018 นั้น ไม่เคยมีอยู่เมื่อราว 80 ปีก่อน
แต่ต่อมา ยุคนั้นก็เกิดคลื่นความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเช่นกัน ทำให้โลกการทำงานเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ยิ่งโดยเฉพาะในช่วง 10 กว่าปีก่อน (ยุคของอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงและโซเชียลมีเดีย) ความเร็วของการเปลี่ยนแปลงยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนเกิดตำแหน่งงานและสายงานใหม่ๆ จำนวนมากที่เราแทบจินตนาการถึงมันไม่ออก
ในบริบทของความเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานเช่นนี้ รายชื่ออาชีพตามรายงานของ Jobs on the Rise 2026 จาก LinkedIn จึงกลายเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับวัยทำงานยุคนี้ เพราะเป็นการจัดอันดับอาชีพที่เติบโตเร็วที่สุดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จากข้อมูลการจ้างงานจริง ไม่ใช่การคาดการณ์ล่วงหน้าแบบเลื่อนลอย
ยิ่งไปกว่านั้น ภาพรวมตลาดแรงงานในปัจจุบันยิ่งสะท้อนความไม่มั่นคง สาเหตุหลักคงหนีไม่พ้นเทคโนโลยี AI เข้ามาดิสรัปต์ ยืนยันได้จากผลสำรวจหนึ่ง ชี้ว่า วัยทำงานในสหรัฐฯ เพียง 31% เท่านั้นที่บอกว่ายังรู้สึกมีส่วนร่วมกับงานที่ทำอยู่ ขณะที่ปี 2025 เพียงปีเดียว มีการเลิกจ้างรวมกันมากกว่า 1 ล้านตำแหน่ง ส่งผลให้คนจำนวนไม่น้อยต้องเปลี่ยนเส้นทางอาชีพแบบไม่ทันตั้งตัว
ทั้งหมดนี้ทำให้ “ข้อมูลไกดืไลน์ด้านอาชีพ” ตามรายงานของ LinkedIn จึงมีความหมายมากขึ้น เพราะช่วยให้คนทำงานมองเห็นทิศทางที่ตลาดแรงงานกำลังเคลื่อนไปจริงๆ ไม่ใช่แค่ตามกระแสข่าวรายวัน
AI ไม่ใช่แค่คำฮิต แต่กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดงาน
ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กลายเป็นตัวแปรสำคัญของโลกการทำงานยุคใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ข้อมูลของ LinkedIn ชี้ให้เห็นข้อมูลชัดเจนว่า เทคโนโลยีนี้ไม่ได้เพียงเข้ามาแทนที่งานบางส่วน หากยังสร้างตำแหน่งงานใหม่จำนวนมากควบคู่กันไป และกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดแรงงานยุคนี้ จึงไม่น่าแปลกใจเมื่อพบว่า ตำแหน่งงานที่เติบโตเร็วที่สุดในปี 2026 ที่ส่วนใหญ่เป็นสายงานเทคฯ และ AI
โดยพบว่า สายงานโตแรงอันดับ 1 คือ วิศวกร AI ซึ่งมีบทบาทในการพัฒนาและนำระบบปัญญาประดิษฐ์ ไปใช้งานจริงในองค์กร โดยมักเป็นเส้นทางอาชีพที่ต่อยอดของสายงานวิศวกรซอฟต์แวร์ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล และนักพัฒนาระบบแบบครบวงจร โดยเมืองที่มีการจ้างงานสูงในสหรัฐ ได้แก่ ซานฟรานซิสโก นิวยอร์ก และดัลลัส
ไม่เพียงเท่านั้น สายงานที่เกี่ยวข้องกับเทคฯ AI ยังเกาะกลุ่มครองอันดับต้นๆ ของรายงาน โดยรองลงมาอันดับ 2 ได้แก่ อาชีพที่ปรึกษาและนักวางกลยุทธ์ด้าน AI เมื่อองค์กรจำนวนมากต้องการผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยแปลเทคโนโลยีให้กลายเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจ ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค
อันดับ 3 คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านการขายบ้านใหม่ สะท้อนความต้องการในตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในเมืองขยายตัวและชานเมือง
อันดับ 4 ผู้จัดเตรียมข้อมูลสำหรับ AI (Data Annotator) ตำแหน่งเบื้องหลังความฉลาดของ AI ทำหน้าที่สร้างข้อมูล แท็กข้อมูล และจัดทำข้อมูลให้ตอบสนองตามความต้องการของระบบ AI (ฝึก AI ให้ข้อมูลได้อย่างแม่นยำ) ซึ่งมีความจำเป็นต่อการพัฒนาเทคโนโลยีที่ซับซ้อน และจำเป็นต้องใช้ข้อมูลที่มีคุณภาพมากขึ้น
อันดับ 5 นักวิจัยด้าน AI และแมชชีนเลิร์นนิง อาชีพนี้มีบทบาทสำคัญในองค์กรเทคโนโลยีและสถาบันวิจัย ที่ผลักดันขีดความสามารถของ AI ไปอีกขั้น
สัญญาณจากตลาดแรงงานที่สะท้อนผ่านรายงานดังกล่าว ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่า ความเข้าใจพื้นฐานด้าน AI กำลังกลายเป็น “ทักษะจำเป็น” สำหรับคนทำงานหลากหลายสาย ไม่ใช่เฉพาะคนสายเทคโนโลยีเท่านั้น
ไม่ใช่แค่สายงานเทคฯ แต่สายงานดูแลสุขภาพ-การตลาด ยังขาดแคลนต่อเนื่อง
แม้สายงานเทคฯ AI จะโดดเด่นในลิสต์รายงานของปีนี้ แต่ตลาดแรงงานไม่ได้หมุนรอบเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว เพราะสายงานบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขยังคงเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่ต้องการแรงงานสูงอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีตำแหน่งงานเปิดใหม่เกือบ 2 ล้านตำแหน่งต่อปี ในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยอาชีพเติบโตสูงในอันดับต่อๆ มาในลิสต์ของ LinkedIn ได้แก่
อันดับ 6 ผู้เชี่ยวชาญด้านการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล ตำแหน่งงานที่เติบโตตามระบบสาธารณสุข รับผิดชอบงานด้านเอกสาร การเบิกจ่าย และการจัดการต้นทุน
อันดับ 7 ที่ปรึกษาอิสระและนักกลยุทธ์ สะท้อนการเติบโตของงานอิสระและการถือความเชี่ยวชาญไว้กับตัวเอง
อันดับ 8 ผู้เชี่ยวชาญด้านการขายโฆษณา งานที่เชื่อมโลกแบรนด์กับผู้บริโภค ท่ามกลางการแข่งขันของสื่อและแพลตฟอร์ม
อันดับ 9 ผู้ก่อตั้งธุรกิจ (Founder) สตาร์ตอัปและธุรกิจขนาดเล็กยังคงเป็นพื้นที่เติบโตของคนทำงาน ที่ต้องการอิสระและการควบคุมเส้นทางอาชีพของตนเอง
อันดับ 10-15 งานสายเทคโนโลยีและข้อมูล ครอบคลุมตำแหน่งอย่าง วิศวกรซอฟต์แวร์ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล นักพัฒนาระบบแบบครบวงจร และงานสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
อันดับ 16-20 งานสายบริการและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ครอบคลุมทั้งช่างเทคนิคดาต้าเซ็นเตอร์ นักการตลาดภาคสนาม ที่ปรึกษาการท่องเที่ยว รวมถึง พยาบาลเวชปฏิบัติด้านจิตเวช (Psychiatric Nurse Practitioner) ซึ่งสะท้อนความต้องการบุคลากรด้านสุขภาพจิตที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ควบคู่ไปกับงานที่ต้องอาศัยการทำงานกับผู้คนโดยตรง
อันดับ 21-22 งานด้านการเงินและก่อสร้าง เช่น ที่ปรึกษาการเงิน ผู้วางแผนการเงิน และหัวหน้าโครงการก่อสร้าง สะท้อนความต้องการในเศรษฐกิจจริง
จากรายงานจัดอันดับข้างต้น จะเห็นว่าอาชีพด้านสายการตลาดก็เติบโตไม่แพ้กัน โดยคาดว่าการจ้างงานจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 6% ในช่วง 10 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะตำแหน่งอย่างผู้เชี่ยวชาญด้านการขายโฆษณา และนักการตลาดภาคสนาม สะท้อนความต้องการบุคลากรที่สามารถเชื่อมโยงแบรนด์กับผู้บริโภคได้จริงในโลกที่มีหลายช่องทาง
นอกจากนี้ ยังมีอาชีพหลากหลายในลิสต์ที่สะท้อนความต้องการแรงงานจริงจากภาคเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็น สายงานผู้เชี่ยวชาญด้านการขายบ้านใหม่, ที่ปรึกษาการท่องเที่ยว, ที่ปรึกษาการเงิน, ผู้จัดการโครงการก่อสร้าง, ที่ปรึกษาทางธุรกิจ เป็นต้น
งานอิสระมาแรง เมื่อความมั่นคงไม่ได้ผูกอยู่กับองค์กรเดียว
ปัจจุบัน แรงงานในสหรัฐฯ กว่า 17 ล้านคน กำลังทำงานในรูปแบบอิสระ คิดเป็นราว 1 ใน 10 ของกำลังแรงงานทั้งหมด โดยมีปัจจัยหนุนมาจากเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ก้าวล้ำหน้า จึงทำให้การเป็นฟรีแลนซ์ ที่ปรึกษา หรือเจ้าของกิจการ เข้าถึงได้ง่ายขึ้นกว่าที่เคย ทำให้สายอาชีพ ผู้ก่อตั้งธุรกิจ (Founder) สตาร์ตอัปและธุรกิจขนาดเล็ก มาแรงในอันดับที่ 9 ดังข้างต้น เป็นกลุ่มสายอาชีพที่เน้นการควบคุมเส้นทางอาชีพได้ด้วยตนเอง
ไม่เพียงเท่านั้น LinkedIn ยังพบว่า แม้กว่าครึ่งหนึ่งของคนทำงานตั้งใจจะหางานใหม่ในปีนี้ แต่ถึง 76% กลับรู้สึกว่ายังไม่พร้อม สาเหตุไม่ได้มาจากการขาดความสามารถหรือความพยายาม หากแต่เป็นเพราะหลายคนถูกฝึกมาเพื่อให้เหมาะกับตำแหน่งงานในอดีต ขณะที่ตำแหน่งงานที่กำลังเติบโตในปัจจุบันกลับต้องการทักษะใหม่ ไม่ใช่ทักษะเดิมๆ ที่แรงงานเคยมี
ลิสต์อาชีพเติบโตเร็วที่สุดในปี 2026 จึงเปรียบเสมือนสัญญาณเตือนล่วงหน้า ให้คนทำงานรู้ว่า ควรลงทุนเวลาและพลังไปกับการอัปสกิลด้านใด ตั้งแต่การอัปสกิลเฉพาะทาง การเพิ่มความเข้าใจเรื่อง AI ไปจนถึงการเสริมทักษะข้ามสาย เช่น ทักษะการสื่อสารเชิงบริหาร ทักษะการจัดการโครงการ ฯลฯ เพราะในตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ความได้เปรียบที่แท้จริงไม่ใช่แค่การมีงานทำ แต่คือการมี “ทางเลือก” และมีทักษะที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงนั้น
อ้างอิง: Forbes, LinkedIn Jobs on the Rise 2026, Academic.oup





