ก่อนหน้านี้เคยมีงานวิจัยจากศูนย์ความจำและโรคอัลไซเมอร์ มหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลต์ ชี้ว่า การนั่งนานๆ เกิน 10-13 ชั่วโมงต่อวัน ส่งผลเสียต่อสุขภาพสมอง ทำให้สมองหดตัวและความจำแย่ลง ยิ่งนั่งแช่นานเท่าไหร่ก็ยิ่งเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อม
เรื่องนี้อาจทำให้วัยทำงานที่ต้องนั่งติดโต๊ะวันละหลายชั่วโมง เกิดความกังวลและมีคำถามที่ค้างคาใจว่า "การนั่งทำงานนานๆ จะทำลายสมองมั้ยนะ?" แต่ล่าสุด.. กรุงเทพธุรกิจ จุดประกาย พบว่ามีข้อมูลวิจัยใหม่จากการศึกษาผู้ใหญ่นับล้านคนทั่วโลกชี้ชัดว่า เราอาจไม่ต้องหวาดกลัวการนั่งนานเสมอไป เพราะมันขึ้นอยู่กับรูปแบบการนั่งหรือกิจกรรมตอนนั่งของคุณด้วย
โดยผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย พบว่า หากเปลี่ยนการนั่งให้เป็นแบบ "Active Sitting" หรือการนั่งแบบใช้สมอง จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้สมองยังฟิตและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่างจาก "Passive Sitting" หรือการนั่งเฉื่อยชา ที่อาจนำไปสู่ภาวะสมองเสื่อมโดยไม่รู้ตัว
วิจัยชี้ชัด "ประเภทของการนั่ง" สำคัญกว่า "ระยะเวลา" ในการนั่ง
ดร.พอล การ์ดิเนอร์ (Paul Gardiner) นักวิจัยด้านสาธารณสุขจากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ได้ศึกษาทบทวนงานวิจัยเดิมจำนวนถึง 85 ฉบับอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นผลการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ใหญ่ช่วงวัยกลางคนและผู้สูงอายุ กว่า 1 ล้านคน จาก 30 ประเทศทั่วโลก จนพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า เราไม่ควรเหมารวมว่าการนั่งทุกประเภทส่งผลเสียต่อสมองเหมือนกันหมด
ดร.การ์ดิเนอร์ จึงได้จำแนกความแตกต่างระหว่าง Active Sitting หรือการนั่งแบบ "กระตือรือร้น" กับการนั่งแบบ "เฉื่อยชา" (Passive Sitting) ไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้คนวัยทำงานเห็นภาพว่า กิจกรรมที่ทำขณะที่นั่งอยู่นั้น ส่งผลต่อสุขภาพสมองในระยะยาวอย่างไร
"มีการแสดงให้เห็นแล้วว่าระยะเวลาการนั่งโดยรวมมีความสัมพันธ์กับสุขภาพสมอง อย่างไรก็ตาม การนั่งมักถูกมองว่าเป็นกิจกรรมเดียว โดยไม่คำนึงถึงลักษณะเฉพาะของกิจกรรมนั้นๆ" นักวิจัยอธิบายถึงจุดบอดที่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการนั่งนานๆ
รู้จัก Active Sitting การลงทุนเพื่อสุขภาพสมองที่เฉียบคม
หัวใจสำคัญของ Active Sitting คือการทำกิจกรรมที่ต้องใช้ความคิด การแก้ไขปัญหา หรือการเรียนรู้ตลอดเวลาในขณะที่นั่ง กิจกรรมเหล่านี้เปรียบเสมือนการได้ "ออกกำลังสมอง" (Brain Workout) แม้ร่างกายจะไม่ได้ขยับเขยื้อนก็ตาม
โดยตัวอย่างการนั่งแบบแอคทีฟ ได้แก่ การนั่งอ่านหนังสือ การนั่งทำงานผ่านคอมพิวเตอร์ การนั่งเล่นเกมปริศนา การนั่งเล่นเกมไพ่ที่ต้องวางแผน หรือแม้แต่การขับรถ ซึ่งถูกจัดเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิและการทำงานของสมองขณะนั่ง
งานวิจัยยืนยันว่า Active Sitting มีความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมากกับสุขภาพทางปัญญา โดยช่วยเสริมสร้างทักษะสำคัญอย่าง ทักษะการบริหารจัดการสมอง, ความจำ และความยืดหยุ่นทางสติปัญญา เพราะกิจกรรมเหล่านี้ช่วยสร้าง "ทุนสำรองทางปัญญา" ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการชะลอความเสื่อมของสมองตามวัย เป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ช่วยให้สมองทนทานต่อความเสื่อมถอยได้ดีขึ้นเมื่อเรามีอายุมากขึ้น
ในทางตรงกันข้าม การนั่งแบบเฉื่อยชาอย่างการ "นั่งดูโทรทัศน์" กลับเป็นกิจกรรมที่ปล่อยให้ทั้งร่างกายและสมองอยู่ในภาวะหยุดนิ่ง และขาดการปฏิสัมพันธ์กับข้อมูล ผลการศึกษาพบว่าการนั่งประเภทนี้ มีความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องกับผลลัพธ์ทางปัญญาในเชิงลบ ทำให้ทักษะความจำและการคิดแย่ลง ที่น่ากังวลที่สุดคือ การเพิ่มความเสี่ยงต่อ "ภาวะสมองเสื่อม" ในวัยทำงานและผู้สูงอายุ เนื่องจากสมองไม่ได้ถูกกระตุ้นให้เกิดการคิดเชิงรุก หรือการแก้ปัญหาใดๆ ในช่วงเวลาดังกล่าว
คิดใหม่ ไม่ใช่แค่ "นั่งให้น้อยลง" แต่ต้อง "นั่งให้มีคุณภาพ"
ดร.การ์ดิเนอร์ ระบุว่า คำแนะนำด้านสุขภาพในอนาคตควรเปลี่ยนจากการบอกแค่ว่าให้ "นั่งน้อยลง ลุกขยับร่างกายมากขึ้น" มาเป็นการสนับสนุนให้เลือกทำกิจกรรมที่กระตุ้นความคิดมากขึ้นในขณะที่ต้องนั่งทำงาน
"คนส่วนใหญ่ใช้เวลาหลายชั่วโมงในแต่ละวันนั่งอยู่กับที่ (ไม่ว่าจะนั่งทำงานหรือนั่งเล่นในยามว่าง) ดังนั้น รูปแบบการนั่งจึงมีความสำคัญมาก ผลการวิจัยเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า การเลือกเปลี่ยนรูปแบบเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การนั่งอ่านหนังสือแทนการนั่งดูโทรทัศน์ อาจช่วยให้สมองของคุณมีสุขภาพดีขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น" ดร.การ์ดิเนอร์ ย้ำ
อย่างไรก็ตาม แม้ Active Sitting จะดีต่อสมอง แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังย้ำว่าการออกกำลังกายยังคงเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานเพื่อการมีสุขภาพดี นอกจากช่วยส่งเสริมให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพสมองด้วย ดังนั้นจึงควรออกกำลังกายควบคู่ไปกับการฝึกฝนสมอง อาจเริ่มจากระหว่างการนั่งอันยาวนานในแต่ละวัน ให้แบ่งเวลาช่วงสั้นๆ ลุกขึ้นขยับร่างกาย ก็จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและส่งเสริมการทำงานของสมองได้ดียิ่งขึ้น
คงไม่ผิดนักที่จะบอกว่า ความลับของการมีสุขภาพสมองที่ดีอาจไม่ได้อยู่ที่การออกกำลังกายที่ยิมหรือการลุกไปวิ่งมาราธอน แต่อยู่ที่การเลือกพลิกหน้ากระดาษหนังสือแทนการกดรีโมทคอนโทรลในชั่วโมงการนั่งพักผ่อนของคุณ ..วันนี้ลองถามตัวเองดูหรือว่า ในยามว่างที่คุณนั่งเล่นอยู่นั้น คุณกำลังปล่อยให้สมองเฉื่อยชาลง หรือกำลังให้รางวัลสมองด้วยกิจกรรมที่ท้าทายและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพสมองอย่างแท้จริง?
อ้างอิง: ScienceAlert, Journals.sagepub, MedicalXpress, Sitting for hours daily





