background-default

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม 2569

Login
Login

เรียนจบสูง ทำงานบริษัทดัง ไม่เวิร์กแล้ว? แนะ Gen Z เปลี่ยนสายอาชีพ

เรียนจบสูง ทำงานบริษัทดัง ไม่เวิร์กแล้ว? แนะ Gen Z เปลี่ยนสายอาชีพ

เมื่อพูดถึงเส้นทางอาชีพที่มั่นคงหลังจากเรียนจบ โมเดลอาชีพหนึ่งที่เป็นภาพจำของหลายคน คงหนีไม่พ้นคำพูดของผู้ใหญ่รุ่นพ่อแม่ที่พร่ำบอกต่อๆ กันมาว่า "ให้ตั้งใจเรียน จบสูงๆ จะได้เป็นเจ้าคนนายคน" สะท้อนภาพความเชื่อฝังลึกที่ว่า การประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน คือได้ทำงานในบริษัทใหญ่ชื่อดัง รายได้มั่นคง และไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งใหญ่ๆ ให้ได้

เส้นทางอาชีพแบบนี้เคยเป็นสูตรสำเร็จของชนชั้นแรงงานในหลายประเทศมานานหลายสิบปีแล้ว แต่วันนี้.. สูตรสำเร็จดังกล่าวกำลังจะพังลง และใช้ไม่ได้กับการหางานของคนรุ่น Gen Z อีกต่อไป เพราะยุคนี้ตลาดแรงงานเปลี่ยนเร็ว งานระดับเริ่มต้นจำนวนมากถูก AI เข้ามาแทนที่

เด็กจบใหม่จำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับภาวะว่างงานยาวนานเป็นประวัติการณ์ เกิดเป็นคำถามใหญ่ว่า การเรียนจบสูงๆ (บางคนก็กู้เงินเรียน) ได้สร้างโอกาสทางอาชีพได้มั่นคงอย่างที่คาดหวังไว้หรือไม่?

ล่าสุด.. แซนเดอร์ ฟานต์ นอร์เดนเด (Sander van’t Noordende) ซีอีโอโกลบอลของ Randstad บริษัทจัดหางานที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผู้ซึ่งเห็นภาพตลาดแรงงานทั้งระบบอย่างใกล้ชิดที่สุด ก็ออกมาตอกย้ำความรู้สึกนี้อย่างชัดเจน เขาพูดตรงๆ ว่า "เส้นทางจากมหาวิทยาลัยสู่ออฟฟิศแบบดั้งเดิม กำลังสิ้นสุดลง

“เรียนให้จบ แล้วไปทำงานออฟฟิศ” ไม่ได้การันตีความมั่นคงในอาชีพการงาน

ฟานต์ นอร์เดนเด มองว่า ถึงเวลาที่คนรุ่นใหม่ต้องหยุดหว่านหางานทำในบริษัท และทบทวนเส้นทางชีวิตการทำงานตั้งแต่ต้นทาง โดยเริ่มคิดใหม่ตั้งแต่การตัดสินใจกู้เงินเรียน การเลือกสาขาที่เรียน ไปจนถึงความคาดหวังว่า ปริญญาหนึ่งใบจะพาไปสู่อาชีพที่มั่นคงได้ในระยะยาว

เขาชี้ว่า โลกของอาชีพการงานในยุคนี้ กำลังเปลี่ยนเร็วเกินกว่าที่ระบบการศึกษาแบบเดิมจะไล่ตามทัน อาชีพจำนวนมากที่ในอดีตเคยดูมั่นคง ตอนนี้กลับถูกเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงานอย่างสิ้นเชิง และสิ่งที่คนรุ่นใหม่กำลังเผชิญอยู่ในวันนี้ คือหลักฐานชัดเจนว่า เส้นทางที่เคย “ใช้ได้ผล”  กำลังเริ่มพังลง!

คนรุ่นก่อนๆ จำนวนมากเติบโตมากับคำสอนว่า ต้องเรียนต่อในมหาวิทยาลัยให้จบสูงๆ แล้วไปทำงานออฟฟิศ ซึ่งเส้นทางนี้เคยได้ผลมานาน แต่วันนี้มันเริ่มไม่เวิร์กแล้ว สัญญาณหนึ่งที่เห็นได้ชัด คือ เด็กจบใหม่จำนวนมากหางานได้ยากขึ้น โดยเฉพาะในสายงานออฟฟิศที่เคยถูกมองว่าเป็น “งานปลอดภัย”

งานออฟฟิศระดับเริ่มต้น กำลังหายไปจากตลาดงานเงียบๆ

ฟานต์ นอร์เดนเด ระบุว่า ปัญหาเด็กจบใหม่ตกงาน เห็นได้ชัดเจนมากในสายงานอย่าง "การตลาด การสื่อสาร งานออกแบบ และงานสร้างสรรค์บางประเภท" ไม่ใช่เพราะคนรุ่นใหม่ไม่เก่ง แต่เพราะ AI เริ่มทำงานพื้นฐานเหล่านี้ได้ดีขึ้น และทำได้รวดเร็วกว่ามนุษย์ งานระดับเริ่มต้นจำนวนมากซึ่งเคยเป็น “ประตูบานแรก” ให้เด็กจบใหม่ได้เรียนรู้ระบบงาน กำลังหายไป ในขณะที่ตำแหน่งงานระดับสูงขึ้น กลับต้องการประสบการณ์ที่เด็กจบใหม่ยังไม่มี

ผลลัพธ์คือ เด็กจบใหม่ติดแหง็กอยู่ตรงกลาง เรียนจบแล้ว แต่กลับไม่มีพื้นที่ให้เริ่มต้นชีวิตการทำงานเลย

ขณะเดียวกัน คนรุ่นมิลเลนเนียล (Gen Y) จำนวนไม่น้อย ก็เริ่มย้อนมองดูเงินกู้เพื่อการศึกษา ที่ตนเองเคยกู้มาหลายหมื่นหรือหลายแสนดอลลาร์ และตั้งคำถามว่า การลงทุนครั้งนั้นยังคุ้มค่าอยู่หรือไม่ ในเมื่อโอกาสในสายงานเดิมกำลังลดน้อยลงเรื่อยๆ

สายงานพนักงานออฟฟิศหยุดชะงัก แต่บาร์เทนเดอร์ บาริสต้า และช่างก่อสร้าง คืออนาคตของการทำงาน

ในฐานะผู้นำบริษัทที่จัดหางานให้แรงงานราว 500,000 ตำแหน่งต่อสัปดาห์ ฟานต์ นอร์เดนเด เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างชัดเจน และสิ่งที่เขาพูดออกมา อาจฟังดูสวนทางกับความเชื่อของสังคมมานาน นั่นคือ คนรุ่นใหม่อาจมีโอกาสได้งานมากกว่า หากมองไปที่สายงานค้าขายและงานบริการอย่าง บาร์เทนเดอร์ บาริสต้า งานก่อสร้าง หรือสายช่างต่างๆ ซึ่งงานเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้วุฒิปริญญา แต่มีความต้องการแรงงานสูงในตลาดงาน

ผู้นำด้านเทคโนโลยีต่างเตือนมาตลอดว่า ตอนนี้ AI มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับพนักงานระดับเริ่มต้น แล้ว และอาจทำให้งานออฟฟิศลดลง 50% ภายในปี 2030  ..ที่จริงแล้วการศึกษาครั้งแรกของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดได้เตือนว่า เทคโนโลยีใหม่นี้กำลังส่งผลกระทบอย่างมากและไม่สมดุลต่อคนรุ่น Gen Z แม้แต่บาร์เทนเดอร์และบาริสต้า ก็ยังได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้นมากกว่าพนักงานออฟฟิศเสียอีกในขณะนี้

“งานจะเปลี่ยนแปลงไป และกำลังเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว แต่ก็จะมีงานใหม่ๆ เกิดขึ้นด้วย มีความต้องการอย่างมากในสายงานช่างฝีมือ วิศวกรเครื่องกล ผู้ควบคุมเครื่องจักร วิศวกรซ่อมบำรุง พนักงานขับรถยก พนักงานขับรถบรรทุก และอื่นๆ อีกมากมาย” ฟานต์ นอร์เดนเด อธิบาย และเขาถึงกับบอกว่า ในบริบทของโลกการทำงานวันนี้ การแนะนำให้คนรุ่นใหม่ “ทำตามความฝัน” อาจไม่ใช่คำแนะนำที่มีความรับผิดชอบอีกต่อไป

สิ่งที่เขามองว่าสำคัญกว่า คือการเลือกอาชีพที่สามารถเลี้ยงชีพได้จริง มีรายได้พอสำหรับดูแลตัวเองและครอบครัว แม้จะไม่ใช่งานในฝัน หรือไม่ใช่งานที่สังคมมองว่าสวยหรูก็ตาม เนื่องจากโลกการทำงานในวันนี้ให้รางวัลกับ “ทักษะที่ใช้ได้จริง” มากกว่าใบปริญญา และความต้องการแรงงานในสายงานเฉพาะทางกำลังเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

งานไม่ได้หายไป แต่กำลังเปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิม

ฟานต์ นอร์เดนเด ย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้หมายความว่า งานจะหายไปจากระบบ แต่หมายความว่า งานกำลังเปลี่ยนรูปแบบ และย้ายไปอยู่ในภาคส่วนที่หลายคนมองข้าม

ตลาดแรงงานยังต้องการคนทำงานจำนวนมากในสายงานอย่าง ช่างฝีมือ วิศวกรเครื่องกล พนักงานควบคุมเครื่องจักร ช่างซ่อมบำรุง คนขับรถโฟล์กลิฟต์ คนขับรถบรรทุก รวมถึงอาชีพบริการที่ต้องใช้คนจริงๆ ไม่ใช่การใช้งาน AI หรือ อัลกอริทึม

ตัวอย่างที่สะท้อนภาพนี้ได้ดี คือการที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศลงทุนเกือบ หนึ่งพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในโครงการฝึกงาน เพื่อพาเยาวชนที่ว่างงานเข้าสู่สายงานที่มองว่าเป็น “งานแห่งอนาคต” ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคบริการ การค้าปลีก และเทคโนโลยีสมัยใหม่

อย่างไรก็ตาม แม้จะตั้งคำถามกับเส้นทางการศึกษาแบบเดิม แต่ ฟานต์ นอร์เดนเด ไม่ได้ปฏิเสธการเรียนมหาวิทยาลัยโดยสิ้นเชิง เขาเพียงแค่เตือนว่า การเลือกสาขาเรียน ต้องคำนึงถึงตลาดแรงงานมากกว่าที่เคย เขามองว่าสาขาเรียนในกลุ่ม STEM (Science, Technology, Engineering, Mathematics) ยังมีแนวโน้มเป็นที่ต้องการในระยะยาว โดยเฉพาะในประเทศจีนที่ให้ความสำคัญกับการเรียนสายนี้ มากกว่าสหรัฐฯ และยุโรปบางส่วนอย่างเห็นได้ชัด

เรียนมาแล้วไม่เวิร์ก หางานตรงสายไม่ได้ ไม่ใช่ความล้มเหลวนะ!

สำหรับคนที่เรียนจบไปแล้ว และเริ่มรู้สึกว่าเส้นทางที่เลือกไว้กำลังตีบตัน
ฟานต์ นอร์เดนเด มองว่านี่ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นสัญญาณให้ “ปรับทิศทาง” ในเส้นทางอาชีพของเรา เขาแนะนำให้ทำความเข้าใจใหม่ว่า การเรียนรู้ทักษะใหม่ การฝึกอาชีพใหม่ หรือการเปลี่ยนสายงาน ไม่ใช่การถอยหลัง แต่คือการปรับตัวให้สอดคล้องกับโลกความจริง

การเปลี่ยนจากงานออฟฟิศไปสู่อาชีพอย่าง ช่างประปา ช่างไฟ ครู หรือพยาบาล ไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ใช่การทิ้งการศึกษาสายเดิมที่เราร่ำเรียนมา แต่คือการยอมรับว่า โลกการทำงานไม่ได้เดินตามเส้นตรงแบบเดิมอีกแล้ว

อ่านมาถึงตรงนี้ เชื่อว่าวัยทำงานกลุ่มพนักงานออฟฟิศหลายคนคงเริ่มมองเห็นและเข้าใจความเปลี่ยนแปลงโลกการทำงานยุคนี้ได้ชัดขึ้น มันกำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่า “ปริญญาไม่ใช่บัตรผ่านอัตโนมัติสู่งานออฟฟิศ” อีกต่อไป

สำหรับคนรุ่นใหม่ Gen Z อยากให้ตระหนักไว้ว่า ความสำเร็จในอาชีพการงาน อาจไม่ได้เริ่มจากการเดินตามเส้นทางที่สังคมเคยบอกว่าปลอดภัย แต่เริ่มจากการมองตลาดแรงงานตามความเป็นจริง และกล้าที่จะเลือกเส้นทางที่ “ใช้ได้จริง” กับชีวิตตนเอง มากกว่า “ฟังดูดี” ตามสายตาของสังคม

 

 

อ้างอิง: Fortune, DigitalEconomy Stanfordwhite-collar job market