กระแสการมาของ AI กำลังเปลี่ยนโฉมระบบการศึกษาและตลาดแรงงานในหลายประเทศ ตั้งแต่วิธีการเรียนรู้ของนักศึกษา ไปจนถึงความรู้สึกไม่พร้อมเมื่อก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานยุคใหม่ แต่สำหรับเด็กจบใหม่รุ่น Gen Z ในสหราชอาณาจักร (UK) ปัญหานี้ไม่ได้เพิ่งเริ่มหลังยุค ChatGPT หากแต่เป็นรอยร้าวที่ค่อยๆ สะสมมานานกว่าสิบปีแล้ว
งานวิจัยล่าสุดชี้ว่า มูลค่าทางการเงินของใบปริญญาจากการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง โดย “ส่วนต่างรายได้ของบัณฑิตจบใหม่” เมื่อเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำ ถูกหั่นลงเหลือเพียงครึ่งเดียวเมื่อเทียบกับปี 2007 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นทำงานของคนรุ่น Gen Y
ข้อมูลภาครัฐที่ถูกนำมาวิเคราะห์โดย Bloomberg ระบุว่า เมื่อปรับตามอัตราเงินเฟ้อแล้ว รายได้เฉลี่ยของผู้จบการศึกษาใหม่ในวัยทำงานปัจจุบัน ต่ำกว่าระดับเมื่อราว 18 ปีก่อนถึง 30% นั่นหมายความว่า บัณฑิต Gen Z วันนี้มีรายได้ต่ำกว่าที่คนรุ่นมิลเลนเนียล (Gen Y) เคยได้รับในช่วงวัยเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญ
ตัวเลขนี้ยิ่งน่ากังวล เมื่อพิจารณาว่าในแต่ละปีมีนักศึกษากว่า 1.5 ล้านคน ในอังกฤษกู้เงินเพื่อเรียนมหาวิทยาลัย และจบออกมาพร้อมหนี้กู้ยืมเฉลี่ย 53,000 ปอนด์ (ราว 2.23 ล้านบาท) เมื่อผลตอบแทนจากรายได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ต้นทุนของการเรียนระดับอุดมศึกษาจึงเริ่ม “ไม่สอดคล้อง” กับผลลัพธ์ด้นรายได้ที่ได้รับจริง
ไม่ใช่แค่รายได้ต่ำกว่ารุ่นก่อน แต่เด็กจบใหม่รุ่นนี้หางานก็ยากขึ้น
ปัญหาไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องเงินเดือน เพราะแม้แต่การหางานก็ยากกว่าเดิม รายงานจาก Institute of Student Employers ระบุว่า ในปีการศึกษา 2023-2024 มีใบสมัครงานของบัณฑิตจบใหม่กว่า 1.2 ล้านใบ แย่งชิงตำแหน่งงานในตลาดที่มีอยู่เพียง 17,000 ตำแหน่งในสหราชอาณาจักรเท่านั้น หรือคิดเป็น เฉลี่ย 140 ใบสมัครต่อหนึ่งตำแหน่ง ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
สำหรับบัณฑิตจำนวนมาก ชีวิตหลังเรียนจบช่างบั่นทอนกำลังใจ โดยเฉพาะเมื่อเติบโตมากับความเชื่อว่า “ใบปริญญา” คือใบเบิกทางสู่ชีวิตการทำงานที่มั่นคงและรายได้ดี ยกตัวอย่างเคสของ เจมี ลาเซนบี (Jaymie Lazenby) บัณฑิตจบใหม่รายหนึ่ง เขายอมรับว่าตนเองและเพื่อนร่วมรุ่นอีกไม่น้อย เข้าสู่ตลาดแรงงานด้วยความคาดหวังว่าจะได้งานจริงอย่างรวดเร็ว แต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น
“หลังเรียนจบ มันไม่ง่ายเลยที่จะเดินเข้าไปได้งานอย่างที่เคยคิดไว้” ลาเซนบี บอกกับ ITV News เขาสมัครงานมากถึง 500 ตำแหน่ง ก่อนจะตัดสินใจรับงานฝึกงานด้านธุรกิจ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เขาสามารถสมัครได้ตั้งแต่ยังไม่จบมหาวิทยาลัย แม้เขาจะไม่ได้คิดว่าการเรียนมหาวิทยาลัยเป็นเรื่องเสียเวลาโดยสิ้นเชิง แต่ก็ยอมรับว่ามันยังไม่ช่วยให้เขาไต่สู่เส้นทางอาชีพได้มั่นคงในตอนนี้
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยจาก King’s College London และ Higher Education Policy Institute ชี้ว่า ภาพสะท้อนความไม่พอใจของบัณฑิตจบใหม่ในสังคมอาจรุนแรงเกินจริง แม้คนทั่วไปจะเชื่อว่า 50% ของผู้ใหญ่ในอังกฤษมองว่าการเรียนมหาวิทยาลัย “ไม่คุ้มค่า” แต่ในความเป็นจริง มีเพียง 31% เท่านั้นที่คิดเช่นนั้น
ช่องว่างระหว่าง “สิ่งที่สังคมคิด” กับ “สิ่งที่บัณฑิตรู้สึกจริง” ชัดเจนมากขึ้น เมื่อพูดถึงความรู้สึกเสียดายต่อการเรียนมหาวิทยาลัย คนทั่วไปมักคาดเดาว่าบัณฑิตเกือบครึ่งหนึ่งอาจไม่เลือกเส้นทางนี้อีก หากมีโอกาสย้อนเวลากลับไป แต่ในความเป็นจริง มีบัณฑิตเพียง 8% เท่านั้น ที่บอกว่าพวกเขาจะไม่เรียนมหาวิทยาลัยอีกเลย
นักวิจัยมองว่าเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้สึกเสียดายการเรียนต่อระดับอุดมศึกษา ไม่ได้มาจากเรื่องเงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะประสบการณ์ที่ได้จากมหาวิทยาลัยในแง่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเครือข่าย ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการแก้ปัญหา ซึ่งทักษะเหล่านี้ยังคงมีคุณค่าในระยะยาว แม้ผลตอบแทนทางรายได้จะไม่หวือหวาเหมือนในอดีตก็ตาม
เด็กจบใหม่ทั่วโลกกำลังลำบาก แต่อย่าเพิ่งท้อ! ยังมีทางให้ไปต่อ
ก่อหน้านี้ผู้นำสหราชอาณาจักรเองก็ยอมรับว่า ระบบการศึกษาจำเป็นต้องปรับตัว โดยนายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) ส่งสัญญาณผลักดันระบบการศึกษาที่เน้น “ทักษะ” มากขึ้น ตั้งเป้าให้เยาวชน 2 ใน 3 ได้รับทั้งวุฒิมหาวิทยาลัยหรือคุณวุฒิสายอาชีพ โดยแนวคิดนี้ต่อยอดจากเป้าหมายของ โทนี แบลร์ (Tony Blair) ในปี 1999 ที่ต้องการให้เยาวชนครึ่งหนึ่งเข้าเรียนระดับอุดมศึกษา ซึ่งเพิ่งบรรลุผลจริงในปี 2019 ตามรายงานของ BBC
แรงกดดันที่ Gen Z ในอังกฤษเผชิญ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงประเทศเดียว แต่ในฟากฝั่งของสหรัฐฯ บัณฑิตจบใหม่ก็ต้องรับมือกับตลาดงานที่ตึงตัว เงินเฟ้อ และการแข่งขันสูงในตำแหน่งเริ่มต้นเช่นกัน พร้อมเกิดคำถามใหญ่ในสังคมว่า “ปริญญายังให้ผลตอบแทนคุ้มค่าหรือไม่”
อย่างไรก็ตาม ลูอิส มาเลห์ (Lewis Maleh) ซีอีโอของบริษัทจัดหางาน Bentley Lewis มองว่า เส้นทางข้างหน้ายังไม่สิ้นหวัง หากมองความสำเร็จใหม่ให้กว้างกว่าแค่ใบปริญญา
“เก็บประสบการณ์จริงจากการฝึกงาน ระบบฝึกอาชีพ หรือแม้แต่งานที่ต่ำกว่าความคาดหวังเล็กน้อย เพื่อเปิดประตูสู่ตลาดงาน ช่วงต้นอาชีพคือการเรียนรู้และสร้างความสัมพันธ์ ไม่ใช่แค่ตำแหน่งหรือเงินเดือน” เขาบอกกับ Fortune
เขาทิ้งท้ายด้วยว่า คนทำงานวัยยี่สิบต้นๆ ควรถูกมองเป็น “ทศวรรษแห่งการสำรวจเส้นทางอาชีพ” ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ต้องรู้ทุกคำตอบ “งานแรกจะไม่ใช่งานสุดท้าย จงมองหาหัวหน้าที่ดีและสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้เติบโต ..นั่นคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว!
อ้างอิง: Fortune, Bloomberg, BBC, Graduate-regret, itvNews





