background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม 2569

Login
Login

ถูกปั่นหัวในออฟฟิศ? นักพฤติกรรมแนะวิธีแก้เกมคน Toxic จอมบงการ

ถูกปั่นหัวในออฟฟิศ? นักพฤติกรรมแนะวิธีแก้เกมคน Toxic จอมบงการ

การปั่นหัวหรือการควบคุมบงการ (Manipulation) ในที่ทำงาน ไม่จำเป็นต้องมาในรูปแบบของการดุด่าเกรี้ยวกราดเสมอไป แต่อาจซ่อนอยู่ในคำพูดเหน็บแนมกลางที่ประชุม หรือส่งสัญญาณออกมาผ่านอีเมลที่อ่านแล้วชวนให้เรารู้สึกผิด หรือคำทักทายเรียบๆ แต่กลับทำให้คุณเสียความมั่นใจไปทั้งวัน

สิ่งที่ทำให้ "คนจอมบงการ" ทำงานได้สำเร็จ คือความสามารถในการควบคุมความรู้สึกของคุณ งานวิจัยด้านอิทธิพลทางสังคมชี้ชัดว่า เป้าหมายของคนเหล่านี้คือการสร้าง "ผลกระทบทางอารมณ์" ไม่ว่าจะเป็นการทำให้คุณสูญเสียความเชื่อมั่น กระตุ้นความวิตกกังวล หรือทำให้คุณต้องตกเป็นฝ่ายที่ต้องคอย "แก้ตัว" แทนที่จะเป็นฝ่าย "ตัดสินใจ" ในพื้นที่ของตัวเอง

ชาเด ซาห์ไร (Shadé Zahrai) ในฐานะนักวิจัยด้านพฤติกรรมที่ให้คำปรึกษาแก่บริษัทระดับ Fortune 500 มานานนับทศวรรษ เธอได้ค้นพบรูปแบบของสถานการณ์ระหว่าง "จอมบงการ-เหยื่อที่ถูกกระทำ" ที่ซ้ำเดิมในทุกระดับองค์กร นั่นคือ "ใครที่ใจนิ่งกว่า ไม่เต้นไปตามความโกรธหรือความกดดันที่อีกฝ่ายส่งมา คนนั้นจะเป็นผู้กำหนดตอนจบของเรื่อง" 

ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีเพื่อนร่วมงานจอมปั่นหัวมา "แซะ" หรือ "จิกกัด" คุณ เป้าหมายของเขาคืออยากเห็นคุณ "สติแตก" หน้าเสีย หรือรีบพูดแก้ตัวพัลวัน ถ้าเราตกหลุมพรางปุ๊บ เท่ากับเรายอมให้เขาเป็น "คนคุมทิศทาง" ว่าดราม่านี้จะจบลงตรงไหน เขาจะกลายเป็นผู้ล่า และเรากลายเป็นเหยื่อทันที

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องเผชิญหน้ากับ "เพื่อนร่วมงานจอมบงการ" ในที่ทำงานบ่อยๆ และอยากหาวิธีแก้เกมคนเหล่านี้ให้ได้ หนึ่งในวิธีโต้กลับที่ทรงพลังที่สุดไม่ใช่การเดินเข้าปะทะ หรือเถียงกับคนเหล่านี้ เพราะการทำแบบนั้นมักจะลงเอยด้วยการถูกปั่นหัวกลับ (Gaslighting) และอาจนำไปสู่การปฏิเสธความจริง หรือสถานการณ์ที่บานปลายไปกว่าเดิม ดังนั้น ซาห์ไร จึงแนะนำให้ใช้กลยุทธ์ 3 ขั้นตอนที่เรียกว่า "CUT" เพื่อช่วยตัดวงจรการถูกบงการได้อย่างเด็ดขาด ดังนี้

C: Control ควบคุมอารมณ์ให้มั่นคง

เมื่อระบบประสาทของคุณถูกกระตุ้นด้วยความโกรธหรือความกลัว กระบวนการคิดจะแคบลงและถูกจูงจมูกได้ง่าย งานวิจัยระบุว่า การรักษาความสงบทางสรีรวิทยาจะช่วยให้คุณภาพการตัดสินใจยังคงดีอยู่ภายใต้ความกดดัน

เทคนิค: หายใจให้ช้าลง ลดระดับเสียงให้ต่ำและนิ่งขึ้น ให้เวลาตัวเองสักครู่ก่อนจะเอ่ยปากพูดโต้ตอบ

ตัวอย่างวิธีโต้กลับ: อย่าตะคอกกลับ หรือพูดอธิบายเหตุผลยืดยาวเพื่อป้องกันตัวเอง หรือการยอมตกลงเพียงเพราะตัดรำคาญ ให้ลองเปลี่ยนเป็น การรับทราบแบบเรียบเฉย เช่น "รับทราบครับ/ค่ะ" หรือดึงบทสนทนากลับมาที่เรื่องงานว่า "เรามาโฟกัสที่งานถัดไปกันดีกว่า"

U: Unfazed นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว

แม้ในใจคุณจะเต้นระรัว แต่ "ภาพลักษณ์" ที่ปรากฏออกมาคือสิ่งสำคัญ การวางตัวที่ผ่อนคลาย สีหน้าเรียบเฉย และจังหวะการพูดที่สม่ำเสมอ เป็นสัญญาณบอกว่าคุณไม่มี "จุดอ่อน" ให้เขาเล่นงานคุณได้ งานวิจัยด้านสถานะและอำนาจชี้ว่า "คนที่นิ่งที่สุด คือคนที่มีอำนาจมากที่สุด" ในสายตาผู้อื่น ดังนั้น การวางเฉยเป็นการส่งสารบอกอีกฝ่ายว่า "มุกเดิมๆ ของคุณใช้ไม่ได้ผลกับฉัน"

เทคนิค: ก่อนจะโต้กลับให้หยุดนิ่งสัก 2-3 วินาที สบตาอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ว่างเปล่า (เหมือนมองกำแพง) การหยุดจะทำให้จอมบงการเริ่มรู้สึกประหม่าเสียเอง อย่ากอดอกหรือกำมือแน่น เพราะนั่นคือสัญญาณของการป้องกันตัว ให้คลายไหล่ วางมือสบายๆ แสดงให้อีกฝ่ายเห็นว่า "ฉันไม่ได้รู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรเลย"

ตัวอย่างวิธีโต้กลับ: ปล่อยเขาพูดไปพร้อมพยักหน้าช้าๆ เหมือนกำลังฟังรายงานที่น่าเบื่อ แล้วพูดน้ำเสียงนิ่งๆ ว่า "อ๋อ แบบนี้นี่เอง" หรือทวนคำถามของอีกฝ่ายด้วยหน้าตาเฉยเมยที่สุด

T: Turn off ปิดช่องทางการเชื่อมต่อทางอารมณ์

นี่คือจุดที่คนส่วนใหญ่พลาด เพราะเรามักพยายามอธิบายหรือขอความเห็นใจเพื่อให้เขาเข้าใจเรา แต่การหยิบยื่น "อารมณ์" ให้อีกฝ่าย ก็จะยิ่งทำให้คนจอมบงการได้ใจ สิ่งที่คุณต้องทำคือหันกลับมาโฟกัสที่ "ข้อเท็จจริง" ขอบเขตของงาน หรือสิ่งที่อยู่ภายใต้การควบคุมของคุณเท่านั้น โดยไม่ต้องไปสนใจเกมอารมณ์ที่เขาสร้างขึ้น

เทคนิค: ทำตัวให้น่าเบื่อที่สุด ไม่แสดงความโกรธ เสียใจ ตอบคำถามให้สั้นที่สุดและเป็นทางการที่สุด จนอีกฝ่ายรู้สึกว่าปั่นคุณไปก็ไม่สนุก หรือหากเขาพยายามดึงเข้าเรื่องที่ทำให้คุณรู้สึกผิด ให้ย้ำประโยคเดิมที่เป็นเรื่องงานซ้ำๆ จนเขาเลิกยุ่งไปเอง

ตัวอย่างวิธีโต้กลับ: ถ้าเขาพูดปั่นเพื่อหวังให้เราเหวี่ยง ให้พูดไปว่า "ขอบคุณสำหรับความเห็นครับ/ค่ะ, ถ้าเขากดดันให้อึดอัดในวิธีทำงานของเรา ให้พูดไปว่า เข้าใจว่าคุณกังวล แต่ในขั้นตอนการทำงานคงต้องขอทำตามแผนนี้ก่อน, เมื่อเขาพูดเหน็บแนม ให้พูดไปว่า "นั่นเป็นมุมมองที่น่าสนใจ แต่วันนี้มาเพื่อคุยเรื่องงาน.... มีประเด็นไหนสนใจเพิ่มไหม" หรือตอบสั้นๆ ไปเลยว่า "รับทราบ", "ขอบคุณที่แชร์"

เมื่อ "ความนิ่ง" คือชัยชนะจอมบงการที่เยือกเย็นที่สุด

กลยุทธ์ CUT ไม่ใช่การหนีปัญหา แต่คือการ "หยุดให้ความร่วมมือทางอารมณ์" (Emotional Non-cooperation) แก่เหล่าเพื่อนร่วมงานจอมปั่นหัว สิ่งนี้จะไปทำลายแผนการของคนจอมบงการได้รุนแรงที่สุด เมื่อคุณปฏิเสธที่จะเป็น "เชื้อเพลิง" ให้กับเกมอารมณ์ของเขา การบงการนั้นจะค่อยๆ มอดดับไปเองเพราะไม่มีแรงขับเคลื่อน

ในอดีตเราอาจมองว่าคนเก่งคือคนที่โต้วาทีชนะหรือมีคำพูดที่เชือดเฉือน แต่ในโลกทำงานยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน "วุฒิภาวะทางอารมณ์" (EQ) และความสามารถในการรักษาความสงบ คือ "อำนาจที่แท้จริง" ในที่ทำงาน การไม่กระโจนลงไปในหลุมพรางอารมณ์ที่คนอื่นขุดไว้ ไม่ได้แปลว่าคุณอ่อนแอ แต่มันคือการประกาศว่าคุณคือผู้กุมบังเหียนความรู้สึกและชีวิตการทำงานของตัวเองอย่างเบ็ดเสร็จ

ครั้งหน้าหากคุณเจอคำพูดที่จงใจให้คุณเสียศูนย์ ลองหยุดหายใจลึกๆ แล้วตอบกลับด้วยความนิ่งเฉย แล้วคุณจะพบว่าอำนาจในห้องนั้นได้ย้ายมาอยู่ในมือคุณเรียบร้อยแล้ว

 

 

อ้างอิง: CNBC, ScienceDirect, Big Trust