วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

ปี2026 ไฟเบอร์จะมาแรงแซงโปรตีน! 'กะหล่ำปลี' ขึ้นแท่นซูเปอร์สตาร์

ปี2026 ไฟเบอร์จะมาแรงแซงโปรตีน! 'กะหล่ำปลี' ขึ้นแท่นซูเปอร์สตาร์

หลังจากครึ่งหลังของปี 2025 เป็นต้นมา กระแสการกินเพื่อสุขภาพได้เร่งตัวอย่างชัดเจน ตั้งแต่อาหารเพื่อสุขภาพลำไส้ ผิวพรรณ และสุขภาพจิตใจ เครื่องดื่มฟังก์ชันนัล อาหารไฟเบอร์สูง อาหารคาร์บต่ำโปรตีนสูง ไปจนถึงแนวคิดการกินอย่างยั่งยืนที่คำนึงถึงโลก เมื่อทุกเทรนด์มาบรรจบกัน จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่ “กะหล่ำปลี” ผักธรรมดาที่เคยถูกมองข้าม จะก้าวขึ้นมาเป็นพระเอกของปี 2026 ปีแห่งการกินเพื่อความสบายใจ สุขภาพดี และการกลับมาหาความสุขเรียบง่ายอีกครั้ง

รายงาน Pinterest Predicts 2026 ระบุว่า การตอบสนองของผู้บริโภคต่อโลกที่เร่งรีบและเต็มไปด้วยความกดดัน ไม่ใช่การวิ่งให้เร็วขึ้น แต่คือการ “ชะลอ” เพื่อแสวงหาความสบายใจ เลือกมองโลกด้วยความหวังแบบติดดิน (grounded optimism) และลดเสียงรบกวนรอบตัวลง โดย Pinterest อ้างอัตราความแม่นยำของการคาดการณ์สูงถึง 88% ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา หากแนวโน้มนี้ยังคงอยู่ ปี 2026 เราอาจได้เห็นผู้คนหันกลับมาเขียนจดหมาย กินอาหารเรียบง่ายอย่างกะหล่ำปลี และตกแต่งบ้านด้วยกลิ่นอาย Vintage Circus มากขึ้น

‘กรุงเทพธุรกิจ จุดประกาย’ จะพาผู้อ่านไปสำรวจว่า เหตุใด “กะหล่ำปลี” จึงได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของปี 2026 พร้อมสำรวจเทรนด์ไลฟ์สไตล์สำคัญที่กำลังนิยามวิธีการกิน อยู่ และใช้ชีวิตของผู้คนในปีหน้านี้

ปี2026 ไฟเบอร์จะมาแรงแซงโปรตีน! 'กะหล่ำปลี' ขึ้นแท่นซูเปอร์สตาร์

ทำไมต้องเป็นกะหล่ำปลี

ร็อบ ฮอบสัน (Rob Hobson) นักโภชนาการและผู้เขียน The Low Appetite Cookbook อธิบายว่า ผู้บริโภคกำลังมองหาอาหารที่ตอบโจทย์หลายมิติพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น เพิ่มไฟเบอร์ สนับสนุนสุขภาพลำไส้ กินพืชให้มากขึ้น และยังต้องคุมงบประมาณได้จริง ในชีวิตประจำวัน

เขากล่าว่า “ในโลกที่กระแส fiber-maxxing และอาหารหมักเต็มฟีดโซเชียล การที่กะหล่ำปลีกำลังมาแรงจึงสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง”

เขามองว่า ในปี 2026 ไฟเบอร์ อาจมาแรงแซงโปรตีนขึ้นมาเป็นสารอาหารที่ถูกพูดถึงมากที่สุด หลังจากหลายปีที่กระแสโปรตีนครองพื้นที่สุขภาพและโภชนาการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ เมื่อผู้คนเริ่มให้ความสำคัญกับสุขภาพลำไส้ การควบคุมระดับน้ำตาล และฮอร์โมนความอิ่มอย่าง GLP-1 มากขึ้น

กระแสนี้สะท้อนชัดในรายงาน Pinterest Predicts 2026 ที่ตั้งสโลแกนปีหน้าไว้ว่า “Live, laugh, leaf” พร้อมชี้ว่า กลุ่ม Baby Boomer และ Gen X กำลังโบกมือลาเทรนด์กะหล่ำดอก แล้วยกให้ กะหล่ำปลีเป็น Kitchen MVP ตัวใหม่ ด้วยจุดเด่นเรื่องเนื้อสัมผัสที่กรอบ ปรุงได้หลากหลาย และเข้ากับทั้งเมนูคลีน เมนูโฮมคุกกิ้ง ไปจนถึงอาหารฟิวชันสมัยใหม่

ตัวเลขการค้นหายิ่งตอกย้ำว่ากะหล่ำปลีไม่ได้มาเล่นๆ เมื่อ คำค้น “cabbage dumplings” เพิ่มขึ้นถึง 110% ส่วน “cabbage alfredo” เมนูซอสพาสต้าเวอร์ชันคาร์บต่ำ เพิ่มขึ้น 45%

ทั้งหมดนี้ทำให้กะหล่ำปลีถูกมองใหม่ ไม่ใช่แค่ผักราคาประหยัดติดครัว แต่เป็นวัตถุดิบที่สะท้อนทิศทางการกินของปี 2026 ได้อย่างชัดเจน ที่ทั้งเรียบง่าย, ดีต่อสุขภาพ, ยืดหยุ่น และเข้าถึงได้จริง

ปี2026 ไฟเบอร์จะมาแรงแซงโปรตีน! 'กะหล่ำปลี' ขึ้นแท่นซูเปอร์สตาร์

จากเทรนด์โซเชียลสู่เมนูจริง

กะหล่ำปลี กำลังปรากฏบนเมนูร้านอาหารในสหรัฐฯ มากขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาด Tastewise ระบุว่า ระหว่างเดือนตุลาคม 2023 - ตุลาคม 2025 เมนูที่มีคำว่า “cabbage” เพิ่มขึ้น 20.65% ต่อปี โดยเฉพาะในร้านอาหารเม็กซิกัน ฐานข้อมูลครอบคลุมกว่า 636,366 เมนู จาก 166,984 ร้าน และ 8,543 เชน รวมถึงเมนูในโรงเรียนกว่า 24,023 รายการ

ขณะเดียวกัน แบบสำรวจ Future of Wellness 2025 ของ McKinsey พบว่า 84% ของชาวอเมริกัน ให้ความสำคัญกับสุขภาพเป็นเรื่อง “สำคัญหรือสำคัญมาก” ทำให้อาหารฟังก์ชันนัลยังคงครองตลาด และกะหล่ำปลีก็ตอบโจทย์นั้นได้ดี

คุณค่าทางโภชนาการของกะหล่ำปลี

  • อุดมด้วย ไฟเบอร์ ช่วยการย่อยและเลี้ยงจุลินทรีย์ดีในลำไส้
  • มี วิตามิน C ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหาย
  • มี วิตามิน K สำคัญต่อสุขภาพกระดูกและการแข็งตัวของเลือด
  • แคลอรีต่ำ เหมาะกับผู้ที่ควบคุมพลังงานแต่ต้องการเพิ่มปริมาณอาหารและสารอาหารรอง (micronutrients)

เทรนด์อื่นๆที่น่าจับตามองในปี 2026

Fiber to the Max

แม้คนยังให้ความสำคัญกับโปรตีนอยู่ แต่รายงาน Datassential ระบุว่า เมื่อกระแส สุขภาพลำไส้และ GLP-1 กำลังมาแรง ผู้ผลิตจึงหันมาเน้นไฟเบอร์มากขึ้น เพราะไฟเบอร์ช่วยกระตุ้นฮอร์โมน GLP-1 ได้ตามธรรมชาติ เทรนด์ fiber-maxxing จาก TikTok ก็ยังคงเติบโตต่อเนื่อง

Gimme Gummy

จากข้อมูลเชิงอินไซต์ในรายงาน Pinterest Predicts 2026 ซึ่งวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้ทั่วโลก พบว่า 55% ของผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสำคัญกับ “ความสบายใจ” เป็นหลัก Pinterest จึงได้คาดการณ์เทรนด์ ‘Gimme Gummy’ ตั้งแต่งานเล็บยางแบบเด้งๆ เครื่องประดับ 3D ไปจนถึงบิวตี้ไอเท็มอย่าง jelly blush ที่มียอดค้นหาเพิ่ม 130%

FunHause

เมื่อบ้านไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่คือสนามเด็กเล่นของผู้ใหญ่ กลุ่ม Baby Boomer และ Millennial กำลังหันมาแต่งบ้านให้สนุกและผ่อนคลายมากขึ้น ด้วยแรงบันดาลใจจากคณะละครสัตว์ งานคาร์นิวัล ลายทางสีจัด และดีไซน์ที่ขี้เล่นแบบตั้งใจ

Glamoratti

แฟชั่นยุค 80 กำลังหวนคืนสู่กระแสหลักในชื่อเทรนด์ ‘Glamoratti’ ด้วยซิลูเอตต์ที่ชัดเจน, เสื้อคอปกตั้ง, ชุดสูทสั่งตัด, เครื่องประดับสีทองชิ้นใหญ่ และดีเทลที่ตั้งใจ “โชว์ตัวตน” มากกว่าความมินิมัล ขณะเดียวกัน ผู้ชายก็เริ่มสนุกกับแฟชั่นมากขึ้นผ่านเทรนด์ ‘Brooched’ หรือการใช้ เข็มกลัดวินเทจ มาเป็นจุดเด่นของลุค

Poetcore

เทรนด์นี้ สะท้อนการหันกลับมาหาความวินเทจที่อบอุ่นและมีความหมายของกลุ่ม Gen Z และ Millennials ผ่านเสื้อคอเต่าโอเวอร์ไซซ์, เบลเซอร์ทรงคลาสสิก, กระเป๋าสะพายแบบนักเขียน ไปจนถึเครื่อวประดับอย่าง ปากกาหมึกซึม สมุดโน้ต และกระดาษเขียนจดหมาย ที่ชวนให้ชะลอจังหวะชีวิต เทรนด์นี้จึงตอบโจทย์คนที่อยาก “หายใจช้าลง” อ่าน เขียน และใช้ชีวิตอย่างมีสติ

ดูเหมือนปี 2026 จะเป็นปีแห่งการชะลอจังหวะชีวิตและกลับมาหาความสุขที่เรียบง่าย ผู้คนเลือกกินอยู่และใช้ชีวิตอย่าง “พอดี” มากขึ้น ตั้งแต่อาหารอย่าง กะหล่ำปลี ที่ตอบโจทย์สุขภาพลำไส้ ไฟเบอร์สูง และคุ้มค่า ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ที่เน้นความสบายใจและตัวตนแท้จริง เทรนด์อย่าง Gimme Gummy, FunHaus, Glamoratti และ Poetcore สะท้อนความต้องการปลอบโยนอารมณ์ แสดงออกอย่างมีสุนทรียะ และไม่จำเป็นต้องตามกระแสทั้งหมด แต่จะเป็นการเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเองที่สุดต่างหาก

 

อ้างอิง business.pinterest , mediaweek , businessinsider , 

kitchenstories