น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาและสุขภาพของราษฎร ทรงพระราชทาน 'ศาลารวมใจ' ห้องสมุดอเนกประสงค์คู่ชุมชน เพื่อเสริมสร้างความภูมิใจในชาติ และเป็นที่พึ่งพิงให้แก่คนไทยในท้องถิ่นห่างไกล
พระราชปณิธาน 'การศึกษาย่อมไม่มีที่สิ้นสุด'
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีสายพระเนตรกว้างไกลและทรงตระหนักดีว่า "การศึกษาย่อมไม่มีที่สิ้นสุด" พระองค์ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะย่อความรู้จากโลกกว้าง นำมาจัดวางไว้ในมือของราษฎร ดังบทกลอนที่กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณนี้ ความว่า..
การศึกษาย่อมไม่มีที่สิ้นสุด โลกมนุษย์โลกนี้ที่ใหญ่กว้าง
ทรงย่อไว้ในพระหัตถ์แล้วจัดวาง สรรค์สร้างคลังปัญญา “ศาลารวมใจ”
ด้วยพระราชประสงค์นี้เอง ในต้นปีพุทธศักราช 2519 พระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง ห้องสมุดอเนกประสงค์ ขึ้น เพื่อพระราชทานแก่ราษฎรทุกเพศ ทุกวัย และทุกระดับความรู้ แม้กระทั่งผู้ที่อ่านหนังสือไม่ออกที่อยู่ในท้องถิ่นห่างไกล โดยทรงพระราชทานชื่อห้องสมุดนี้ว่า “ศาลารวมใจ” ซึ่งได้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนจวบจนปัจจุบัน
ห้องสมุดและศูนย์รวมใจใฝ่รู้
ศาลารวมใจส่วนหนึ่งจัดเป็น ห้องสมุด ที่มีหนังสือหลากหลายประเภท ตั้งแต่คู่มือการเกษตร ความรู้ทั่วไป ไปจนถึงนวนิยายที่น่าสนใจ เพื่อตอบสนองความต้องการของราษฎรในทุกช่วงวัย
นอกจากหนังสือแล้ว ยังมีภาพติดผนังและสมุดภาพเกี่ยวกับเมืองไทย ซึ่งประกอบด้วยคำอธิบายง่ายๆ เพื่อให้ราษฎรได้รู้จักเมืองไทยมากขึ้น รู้จักความเป็นไปของบ้านเมืองในปัจจุบัน และเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างท้องถิ่นของตนกับประเทศและโลกกว้าง เช่น มีภาพนักท่องเที่ยวตามเมืองใหญ่ๆ กับสินค้าท้องถิ่นของเขา เป็นต้น
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นด้วยพระราชประสงค์ที่จะทรงเสริมสร้างความภูมิใจในชาติ ความหวงแหนมรดกของชาติ และที่สำคัญคือการ ปลูกฝังความรักความสามัคคีของชนในชาติ ให้สมดังชื่อ “ศาลารวมใจ”
ธารน้ำพระทัย สู่ ห้องปฐมพยาบาลและหมอหมู่บ้าน
อีกส่วนหนึ่งของศาลารวมใจถูกจัดให้เป็น ห้องปฐมพยาบาล โดยมียาพระราชทานพื้นฐาน จัดเตรียมไว้เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านในเบื้องต้น ยาพระราชทานนี้จะติดฉลากที่เขียนให้ชาวบ้านอ่านเข้าใจง่าย นอกจากนี้ พระองค์ยังโปรดเกล้าฯ ให้คัดเลือกราษฎรในหมู่บ้านมาเป็น เจ้าหน้าที่ดูแลศาลารวมใจ และให้เจ้าหน้าที่เหล่านี้ได้ไปรับการฝึกอบรมหลักสูตร “หมอหมู่บ้าน”
หลักสูตรนี้สอนให้เจ้าหน้าที่รู้จักการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ความรู้ด้านสุขภาพอนามัย ตลอดจนการประสานงานในการจัดส่งผู้ป่วยหนักไปโรงพยาบาลอย่างถูกต้องและทันท่วงที ถือเป็นการสร้างระบบสาธารณสุขชุมชนที่เข้มแข็งจากฐานรากอย่างมีวิสัยทัศน์
ศาลารวมใจ...ศูนย์กลางคู่ศาสนา
ศาลารวมใจส่วนใหญ่จะถูกสร้างใกล้วัดหรือภายในบริเวณวัด เพื่อให้วัดยังคงความเป็นศูนย์กลางของหมู่บ้าน และเป็นที่พึ่งทางจิตใจของประชาชนเช่นที่เคยเป็นมาแต่โบราณกาล การเชื่อมโยงระหว่างวัดกับศาลารวมใจนี้เอง เป็นการเสริมสร้างความผูกพันระหว่างชาวบ้านและพระศาสนาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ศาลารวมใจแห่งแรกที่ถูกจัดสร้างขึ้นคือ ศาลารวมใจพร้าว ตำบลเขื่อนผาก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาก็ได้มีการขยายศาลารวมใจเพิ่มขึ้นในหมู่บ้านและจังหวัดอื่นๆ เป็นลำดับ อาทิ ศาลารวมใจบ้านกาด อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่, ศาลารวมใจวัดพระพุทธ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส, และศาลารวมใจวัดสารวัน กิ่งอำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี เป็นต้น
พระราชกรณียกิจด้านศาลารวมใจนี้ แสดงให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงต้องการให้ราษฎร มีทั้งปัญญาที่สว่างไสวและสุขภาพที่แข็งแรง โดยทรงสร้างรากฐานความรู้และสุขอนามัยให้เข้าถึงคนไทยทุกคนในท้องถิ่นห่างไกลอย่างเท่าเทียม
ถือเป็นสถานที่รวบรวมความรู้และความสามัคคีของคนในชุมชน ที่ยังคงสืบทอดและเป็นประโยชน์แก่คนไทยในทุกพื้นที่ ธารน้ำพระทัยและพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลนี้ จะยังคงสถิตอยู่ในความทรงจำและดวงใจของพสกนิกรชาวไทยตลอดไป
อ้างอิง : Royaloffice





