ติดตามความคืบหน้าครั้งสำคัญในการเตรียมพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีบวงสรวงราชรถและพระยานมาศ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
ชวนส่องรายละเอียดเบื้องหลัง "พาหนะแห่งสรวงสวรรค์" ในริ้วขบวนพระอิสริยยศ เพื่อถวายพระเกียรติสูงสุดแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
พิธีบวงสรวงอันศักดิ์สิทธิ์: ปฐมฤกษ์แห่งการบูรณะครั้งใหญ่
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2568 เวลา 08.00 น. นับเป็นวาระอันสำคัญยิ่งในราชประเพณีไทย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีบวงสรวง เพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศ และเครื่องประกอบในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ เข้าภายในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ทรงวางพวงมาลัยถวายสักการะพระพุทธสิหิงค์ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชา จากนั้นเสด็จฯ ไปยังมณฑลพิธีด้านหน้าโรงราชรถ ทรงจุดเทียนทอง เทียนเงิน ธูป และปักธูปหางที่เครื่องบวงสรวง ก่อนจะทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย
โดยมี พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ อ่านโองการบวงสรวงเทพยดา และอัญเชิญดวงพระวิญญาณพระมหากษัตริยาธิราชเจ้า ก่อนที่สำนักการสังคีต กรมศิลปากร จะบรรเลงเพลงสาธุการพร้อมการแสดงรำบวงสรวง 1 ชุดถวาย
จากนั้น ทรงสุหร่ายที่เครื่องมือช่าง ทรงโปรยข้าวตอกดอกไม้ที่โต๊ะเครื่องบวงสรวง ทรงคล้องมาลัยที่ราชรถและพระยานมาศสำคัญ ได้แก่ พระมหาพิชัยราชรถ พระยานมาศสามลำคาน จำนวน 2 องค์ พระเวชยันตราชรถ และ ราชรถน้อย จำนวน 3 องค์ ตามลำดับ
ก่อนจะทอดพระเนตรราชรถ พระยานมาศ และเสด็จฯ กลับ โดยมีบุคคลสำคัญ อาทิ ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงวัฒนธรรม เฝ้าฯ รับเสด็จอย่างพร้อมเพรียง
เกร็ดความรู้ "ราชรถ พระยานมาศ" พาหนะถวายพระเกียรติยศสูงสุดในโบราณราชประเพณี
ราชรถและพระยานมาศที่ปรากฏในพิธีบวงสรวงครั้งนี้ เป็นหนึ่งในเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง ที่ใช้ในพระราชพิธีพระบรมศพมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล โดยมีบทบาทสำคัญในการอัญเชิญพระบรมโกศ/พระโกศ ในริ้วขบวนพระอิสริยยศจากพระบรมมหาราชวังไปยังพระเมรุมาศ
ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ จะมีการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและราชยานหลายองค์ โดยมีองค์สำคัญและหน้าที่ ดังนี้
1. พระมหาพิชัยราชรถ
เป็นราชรถทรงบุษบกขนาดใหญ่ที่สุด ทำด้วยไม้แกะสลักลงรักปิดทองประดับกระจก และสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 นั้น จะใช้สำหรับ อัญเชิญพระบรมโกศ หรือพระโกศพระบรมศพชั้นสูงสุด ในริ้วขบวนที่ 2 ซึ่งเคลื่อนจากพระบรมมหาราชวังไปสู่พระเมรุมาศ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
2. เวชยันตราชรถ
เป็นราชรถทรงบุษบกอีกองค์ มีลักษณะคล้ายพระมหาพิชัยราชรถ โดยจะใช้สำหรับอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ หรือใช้ในริ้วขบวนตามโบราณราชประเพณี
3. ราชรถน้อย จำนวน 3 องค์
เป็นราชรถทรงบุษบกขนาดเล็ก ใช้ในริ้วขบวนพระอิสริยยศเพื่อทำหน้าที่แตกต่างกันไป อาทิ เป็น รถพระนำ (รถสวด) สำหรับอัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์ หรือพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์นั่งอ่านพระอภิธรรมนำกระบวน, รถโปรย สำหรับใช้โปรยข้าวตอกดอกไม้, และ รถโยง สำหรับใช้โยงภูษาโยงจากพระบรมโกศ/พระโกศ
4. พระยานมาศ และเครื่องประกอบในริ้วขบวน
นอกจากราชรถแล้ว ยังมีพระยานมาศและราชยานที่มีความสำคัญยิ่งในริ้วขบวนพระอิสริยยศ ได้แก่
พระยานมาศสามลำคาน: เป็นพระราชยานขนาดใหญ่มีคานหามสามคาน จะใช้สำหรับ อัญเชิญพระบรมโกศ/พระโกศ ในริ้วขบวนแรก เคลื่อนจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไปประดิษฐานบนพระมหาพิชัยราชรถที่จอดเทียบรออยู่ใกล้พลับพลายก
พระที่นั่งราเชนทรยาน: เป็นพระยานมาศมีหลังคาโปร่ง ทรงบุษบก ประดับด้วยลวดลายแกะสลักปิดทอง จะใช้สำหรับ อัญเชิญพระบรมอัฐิ/พระอัฐิ ในริ้วขบวนอัญเชิญกลับสู่พระบรมมหาราชวังหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธี
พระเสลี่ยงกลีบบัว: เป็นพระราชยานคานหาม จะใช้สำหรับ สมเด็จพระสังฆราช หรือพระราชาคณะ นั่งอ่านพระอภิธรรมนำพระบรมโกศหรือพระโกศ
นอกจากราชรถและพระยานมาศแล้ว ยังมีเครื่องประกอบสำคัญอื่นๆ ในขบวนพระอิสริยยศ เช่น เกรินบันไดนาค (2 เกริน) ซึ่งมีลักษณะคล้ายท้ายสำเภา ตกแต่งเป็นรูปพญานาค ใช้สำหรับอัญเชิญพระบรมโกศ/พระโกศ ขึ้นลงจากราชยาน และจากราชรถ ขึ้นสู่พระเมรุมาศได้อย่างสมพระเกียรติและปลอดภัย
ภารกิจบูรณะครั้งใหญ่ สู่ความสมบูรณ์สูงสุด
ภายหลังพิธีบวงสรวงอันศักดิ์สิทธิ์ กรมศิลปากรได้ประกาศปิดการเข้าชมโรงราชรถ ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน เพื่อเริ่มต้นการดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกรมศิลปากร กรมสรรพาวุธทหารบก และกรมอู่ทหารเรือ ในการศึกษาตรวจสอบสภาพโครงสร้างของราชรถ ระบบกลไก การเคลื่อนที่และการชักลาก ให้มีความมั่นคงแข็งแรงและสมพระเกียรติยศสูงสุดตามโบราณราชประเพณี
กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จะรับผิดชอบทำความสะอาดราชรถ ก่อนที่สำนักช่างสิบหมู่จะดำเนินการซ่อมแซมกระจก การลงรักปิดทอง และงานช่างฝีมือต่างๆ อย่างประณีตสูงสุด โดยจะมีการจัดสร้างนั่งร้านเพื่อบูรณะราชรถ และเน้นถึงความสวยงามสมพระเกียรติ ดำเนินการตามจารีตประเพณีโบราณ ซึ่งถือเป็นการซ่อมและบูรณะครั้งใหญ่ คาดว่างานจะแล้วเสร็จราวเดือนกันยายน ไม่เกินเดือนตุลาคม พุทธศักราช 2569 ซึ่งเป็นเวลาใกล้เคียงกับการก่อสร้างพระเมรุมาศแล้วเสร็จสมบูรณ์
การจัดให้มีพิธีบวงสรวงเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศในครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำคัญของราชประเพณีและธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างเคร่งครัด เพื่อถวายพระเกียรติยศสูงสุดแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย ความร่วมมือในการบูรณะครั้งนี้จึงเป็นการน้อมถวายความอาลัยเพื่อให้พระองค์เสด็จสู่สรวงสวรรคาลัยอย่างสมพระบรมราชอิสริยยศสูงสุด ตามโบราณราชประเพณีทุกประการ
อ้างอิง: พระลาน, RoyalOffice, กรมศิลปากร





