วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

5 งานยอดแย่ในสายตา Gen Z ค่าจ้างต่ำ งานหนัก บั่นทอนใจไร้ศักดิ์ศรี

5 งานยอดแย่ในสายตา Gen Z  ค่าจ้างต่ำ งานหนัก บั่นทอนใจไร้ศักดิ์ศรี

งานระดับเริ่มต้นที่คนรุ่นก่อนๆ เคยยอมรับได้ และสมัครใจทำมันมายาวนานแบบไม่เกี่ยงงาน แต่พอมาถึงยุคนี้อาชีพเหล่านั้นกำลังถูกปฏิเสธโดยวัยทำงานรุ่น Gen Z (เกิดในระหว่างปี พ.ศ. 2538 - 2555 หรือมีอายุราวๆ 13-29 ปี) เพราะพวกเขาไม่ต้องการงานที่ค่าจ้างต่ำ ชั่วโมงทำงานเข้มงวด และไม่มีความยืดหยุ่น

อบิเกล ไรต์ (Abigail Wright) ที่ปรึกษาธุรกิจอาวุโสจาก ChamberofCommerce.org อธิบายว่า คนรุ่นใหม่นี้มองคำว่า “งาน” แตกต่างไปจากคนรุ่นก่อน

ข้อมูลจากการสำรวจของ Gallup พบว่า มีเพียง 31% ของแรงงานอเมริกันที่ “รู้สึกมีส่วนร่วมกับงาน” ซึ่งถือว่าต่ำสุดในรอบ 10 ปี และวัยทำงานกลุ่มอายุต่ำกว่า 35 ปี คือกลุ่มที่ความผูกพันกับงานลดลงมากที่สุด Gen Z จึงอาจเป็นรุ่นที่เลือกปฏิเสธงานที่คนรุ่นก่อนเคยยอมรับเป็น “ทางผ่าน” ของอาชีพ

งานอะไร อาชีพไหน? ที่คนรุ่น Gen Z เลือกที่จะไม่ทำ!

ทั้งนี้ อบิเกล ไรต์ ระบุว่าอาชีพที่ Gen Z เมินมากที่สุด มักเป็นงานกลุ่มใช้แรงงาน และงานบริการลูกค้า ได้แก่ 

1. งานร้านค้าและร้านอาหาร
2. งานคอลเซ็นเตอร์และฝ่ายบริการลูกค้า
3. งานคลังสินค้าและใช้แรงงาน
4. งานออฟฟิศแบบเข้มงวดตาราง 9-to-5
5. งานขายที่รายได้ขึ้นกับค่าคอมมิชชั่นเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ ยังรวมถึง "การฝึกงานแบบไม่จ่ายเงิน" อีกด้วย ส่วนสาเหตุที่ทำให้อาชีพและการฝึกงานข้างต้น ไม่เป็นที่ต้องการของคนรุ่นใหม่ ก็เพราะว่าเป็นงานที่ถูกมองว่า ค่าจ้างต่ำ ใช้งานหนัก และขาดศักดิ์ศรี หลายตำแหน่งยังเสี่ยงต่อการหมดไฟและสร้างภาระให้กับร่างกายมากเกินไป ทำให้ Gen Z ไม่รีบคว้าโอกาสงานเหล่านี้เหมือนรุ่นก่อน

ไรต์สรุปชัดว่า “Gen Z กำลังนิยามใหม่ว่า ‘งานดี’ หมายถึงอะไร หลายตำแหน่งที่คนรุ่นมิลเลนเนียลหรือ Gen X ยอมทนทำงานแลกเงิน แต่วันนี้มันกลับเป็นงานที่ถูกเรียกออกมาตรงๆ ว่า ค่าตอบแทนไม่ยุติธรรม ใช้งานหนักเกินไป และบั่นทอนจิตใจ”

เศรษฐกิจเปลี่ยน ค่าครองชีพสูง Gen Z ยอมไม่ได้อีกต่อไป

เควิน ทอมป์สัน (Kevin Thompson) ซีอีโอ 9i Capital Group และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ 9innings เสริมว่า เงื่อนไขทางเศรษฐกิจทุกวันนี้ไม่เหมือนเมื่อ 20 ปีก่อน และบอกว่า.. “สมัยก่อนพอเรียนจบใหม่ คุณอาจมีหนี้น้อย ค่าเช่าถูก แค่หารค่าห้องกับเพื่อนก็อยู่ได้แล้ว งานค่าแรงต่ำจึงพอถูไถไปได้ แต่วันนี้ค่าเช่าห้องก็แพง เด็กจบใหม่หนี้สินพอกพูน จนไม่อาจรับงานที่ค่าจ้างต่ำได้อีก” เขากล่าว

ทอมป์สัน ย้ำด้วยว่า “ตำราสมัยก่อนที่ว่า เรียนให้จบ ทำงานหนัก แล้วจะได้โอกาสดีๆ นั้นใช้ไม่ได้อีกต่อไป Gen Z มองออกแล้วว่ามันคือสัญญาลวง พวกเขาไม่ยอมรับอะไรที่น้อยกว่ามาตรฐานที่เห็นว่ายุติธรรม และถ้าไม่พอใจ ก็พร้อมเดินออกทันที”

ด้าน อบิเกล ไรต์ ก็สะท้อนความเห็นในทิศทางเดียวกัน ว่า “Gen Z รู้จักตั้งขอบเขตดีกว่ารุ่นมิลเลนเนียล พวกเขาถามคำถามที่รุ่นก่อนอาจไม่เคยถาม เช่น ทำไมต้องทนงานเครียดค่าจ้างต่ำที่ไร้ความยืดหยุ่น ในเมื่อยังมีทางเลือกทำฟรีแลนซ์ หารายได้เสริม หรือสร้างอาชีพแบบรีโมตได้”

ส่วน ดรูว์ พาวเวอร์ (Drew Powers) ผู้ก่อตั้ง Powers Financial Group มองว่า “Gen Z ฉลาด พวกเขาเห็นแล้วว่างานระดับเริ่มต้นหลายอย่าง ไม่ได้เป็นบันไดก้าวไปสู่ความก้าวหน้าอย่างที่ถูกสัญญาไว้ พวกเขาเห็นพ่อแม่และรุ่นก่อนต้องทำงานออฟฟิศ 9-to-5 แต่สุดท้ายก็ถูกเลิกจ้าง คนรุ่นใหม่ให้คุณค่ากับประสบการณ์ชีวิตมากกว่าการได้เงิน พวกเขาไม่อยากติดอยู่ในงานที่ค่าตอบแทนน้อยและไร้ศักดิ์ศรี บางคนอาจมองว่านี่คือความขี้เกียจ แต่ผมกลับเห็นว่า พวกเขาเพียงแค่รู้จักคุณค่าของตัวเอง”

อนาคตของงาน ใครไม่ปรับตัวจะเจอปัญหา

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า องค์กรที่เน้นความยืดหยุ่นของเวลาทำงาน และใส่ใจสุขภาพจิต จะยังคงดึงดูดคนรุ่นใหม่ได้ดีเสมอ แต่ถ้าบริษัทไม่โปร่งใสเรื่องค่าตอบแทน หรือไม่ปรับวัฒนธรรมองค์กรตามความคาดหวังของ Gen Z ก็เสี่ยงเจอปัญหาพนักงานลาออกบ่อย หรือหาพนักงานเข้ามาทำงานไม่ได้ตั้งแต่ต้น

ไรต์ทิ้งท้ายว่า “ธุรกิจที่จะอยู่รอดในอีก 5-10 ปีข้างหน้า คือธุรกิจที่ยอมปรับเข้าหาคนรุ่นใหม่นี้ในจุดที่พวกเขาเป็นอยู่ นั่นหมายถึง การให้ความเคารพ ความยืดหยุ่น และค่าตอบแทนที่ยุติธรรม ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะ Gen Z แต่ตรงกับความต้องการของแรงงานยุคใหม่ทุกคน”

พูดได้ว่า.. โลกการทำงานในวันนี้บีบบังคับให้คนรุ่นใหม่ เลือกงานที่คุ้มค่าและมีความหมายมากกว่าเดิม และถ้านายจ้างไม่ปรับตาม อาจต้องเผชิญกับความจริงที่ว่า คนรุ่นใหม่พร้อมจะปฏิเสธทันทีมากกว่ายอมอดทนแบบรุ่นก่อน

 

 

อ้างอิง: Newsweek, Gallup, Gallup2Chamber Of Commerce