วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

ไม่เชื่อ work life balance ผู้บริหาร Walmart แนะ ผสานงานกับชีวิตแทน

ไม่เชื่อ work life balance ผู้บริหาร Walmart แนะ ผสานงานกับชีวิตแทน

ในโลกการทำงานไม่ว่าจะยุคสมัยไหน แนวคิดเรื่อง work life balance ก็ยังคงถูกหยิบยกมาพูดถึงอยู่เสมอ ล่าสุด ดอนนา มอร์ริส (Donna Morris) ผู้บริหารระดับสูงของ Walmart เผยมุมมองการทำงานของเธอที่แตกต่างจากกระแสหลักของโลกยุคนี้ ที่คนทำงานรุ่นใหม่ให้คุณค่าสมดึลชีวิตมาเหนือสิ่งอื่นใด

เธอมองว่าแทนที่จะพยายามสร้างสมดุลชีวิตกับการทำงาน (work life balance) ที่อาจไม่มีอยู่จริง ควรหันมาใช้แนวคิด “การผสานงานกับชีวิต (work life integration)” ที่ช่วยให้ทำงานได้ดีโดยไม่ละเลยครอบครัวและตัวเอง 

แบบไหนเรียกว่า work life balance จริงๆ เมื่อมุมมองของคนเราต่างกัน

แนวคิดเรื่อง work life balance หรือสมดุลระหว่างการงานกับชีวิต มักจะมีความหมายต่างกันไปสำหรับแต่ละคน บางคนมองว่าหมายถึงการไม่ทำงานในเวลากลางคืน วันหยุดสุดสัปดาห์ หรือวันนักขัตฤกษ์ ขณะที่อีกหลายคนอาจตีความว่าเป็นการไม่รับโทรศัพท์หรืออีเมลจากงานหลัง 5 โมงเย็น เพื่อให้เวลากับการดูแลตัวเองแทน

แม้สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างความสุขและความพึงพอใจ แต่ในความเป็นจริงมันอาจไม่เสมอไป นี่คือสิ่งที่ ดอนนา มอร์ริส รองประธานบริหารและหัวหน้าฝ่ายบุคคลของ Walmart ผู้เคยดูแลพนักงานมากว่า 2.1 ล้านคน ย้ำชัดว่า

“ฉันไม่เคยเชื่อในคำว่า work-life balance เลย ฉันเรียกมันว่า work-life integration ต่างหาก บางครั้ง พาร์ทชีวิตของคุณต้องการความสำคัญมากกว่า แต่บางครั้งพาร์ทของงานก็ต้องการคุณมากเช่นกัน …และฉันไม่คิดว่านั่นเป็นเรื่องแย่”

สูตรความสำเร็จผู้บริหาร แนะผสานงานกับชีวิต แทนแยกขาดจากกัน 

มอร์ริสอธิบายว่า เวลาที่เธอไปเยี่ยมครอบครัว เธอจะโฟกัสกับพวกเขาเต็มที่ แต่หากมีเรื่องงานที่ต้องจัดการ เธอก็พร้อมลงมือทันทีโดยไม่รอให้ถึงวันที่กลับเข้าออฟฟิศเพื่อทำงาน แนวคิด “การผสานงานกับชีวิต” ช่วยให้เธอรับผิดชอบงานได้ต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็ไม่ละเลยตัวเองและคนที่รัก

“คุณอาจอยู่ที่สนามฟุตบอลของลูก แต่ก็เปิดอีเมลเช็กงานไปด้วย” มอร์ริสยกตัวอย่าง “หรือบางทีคุณอาจคุยกับหัวหน้าผ่านข้อความระหว่างรอคิว หรือเคลียร์งานเล็กๆ ก่อนพาลูกเข้านอน สิ่งเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นคนบ้างาน แต่คือการหาวิธีผสมผสานหน้าที่ส่วนตัวกับงานให้เข้ากัน โดยไม่ต้องเคร่งครัดกับเวลามากเกินไป”

มุมมองใหม่ ท่ามกลางคนรุ่นใหม่ในที่ทำงาน

ข้อคิดของมอร์ริสเกิดขึ้นในช่วงที่คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z เริ่มเรียกร้องสิ่งใหม่จากการทำงาน เช่น วัฒนธรรมการแต่งกายที่ผ่อนคลาย หรือวันลาพักผ่อนด้านสุขภาพจิต ตามรายงานของ Talent LMS ในปี 2022 ที่สำรวจคนทำงานรุ่นใหม่ อายุ 19-25 ปี พบว่า กว่า 1,200 คน รายงานว่า “การขาดสมดุลงาน-ชีวิต” คือหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจลาออกจากงาน

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการบางส่วนกลับมองว่า การไล่ตาม “สมดุล” อาจก่อให้เกิดความเครียดด้วยซ้ำ Jeff Karp (เจฟฟ์ คาร์ป) ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์จาก Harvard Medical School และ MIT เคยบอกกับ CNBC Make It ในเดือนกันยายน 2024 ว่า

“เรามักได้ยินว่าต้องเชื่อในกระบวนการ ต้องหาสมดุลให้เจอ แต่ยิ่งเราพยายามหา ก็ยิ่งรู้สึกกดดัน และอาจนำไปสู่ความวิตกกังวล เพราะเรารู้สึกเหมือนตัวเองไม่เคยอยู่ในจุดสมดุลนั้นเลย”

ผู้นำควรทำอย่างไร ท่ามกลางกระแสวัฒนธรรมใหม่ของการทำงาน

แม้บางครั้งเราจะต้อง “ปิดเครื่องมือการติดต่อสื่อสาร” จริงๆ ทั้งโน้ตบุ๊กและโทรศัพท์ เพื่อให้คนทำงานได้พักผ่อนให้เต็มที่ แต่ถ้าหัวหน้างานไม่เคยใช้วันลา หรือยังติดต่อพนักงานในช่วงวันหยุดอยู่เสมอ การพักผ่อนของทั้งทีมก็แทบเป็นไปไม่ได้เลย

ดังนั้น ผู้นำจึงมีบทบาทสำคัญในการกำหนดบรรยากาศและขอบเขตของการทำงาน ในประเด็นนี้ มอร์ริส ยกตัวอย่างว่า “ถ้าฉันไม่เคยลาพักร้อนเลย แล้วฉันดันสื่อสารกับทุกคนในทีมอีกว่า ‘คุณก็ห้ามลาเช่นกัน’ แบบนี้ฉันว่านั่นไม่ถูกต้อง” เธอกล่าว

“ในฐานะผู้นำ เรามีหน้าที่เป็นแบบอย่างให้กับสิ่งที่คาดหวังจากทีมงานของเราด้วย”

เธอยังบอกด้วยว่าในช่วงปลายเดือนสิงหาคม เธอจะลาพักร้อน และทีมงานทุกคนจะรู้ เพื่อที่เวลาพวกเขามีโอกาสพักบ้าง นั่นทำให้พนักงานสามารถ “หายตัวไปจากระบบ” ได้เต็มที่โดยไม่ต้องรู้สึกผิด พวกเขาสามารถออกไปทำอะไรอย่างอื่นในชีวิตส่วนตัวได้จริงๆ 

สุดท้ายแล้ว “สมดุลงานกับชีวิต” อาจไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน แต่การมองในมุมของ “การผสานงานกับชีวิต” อย่างที่ Donna Morris เสนอ ช่วยให้เรายืดหยุ่นกับเวลามากขึ้น ดูแลงานได้เต็มที่โดยไม่ทิ้งสิ่งสำคัญในชีวิต และนี่อาจเป็นกุญแจความสำเร็จของการทำงานยุคใหม่ ให้มีความสุขและยั่งยืนกว่าที่คิด

 

อ้างอิง: CNBC Make it, Talent LMSJeff KarpColumbia Business School