วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

เทรนด์ Act Your Wage มาแรงบน Tiktok เน้นทำงานตามค่าจ้างที่ได้!

เทรนด์ Act Your Wage มาแรงบน Tiktok เน้นทำงานตามค่าจ้างที่ได้!

โลกการทำงานยุคนี้อาจไม่เหมาะคำว่า “ทุ่มให้สุดตัว” อีกต่อไป เมื่อคนรุ่นใหม่เริ่มตั้งคำถามกับวัฒนธรรมการทำงานหนักแบบไร้ขอบเขตมากขึ้น และหนึ่งในแนวคิดที่กำลังได้รับความนิยมบนโลกโซเชียล โดยเฉพาคอนเทนต์ที่มาจากแฮชแท็ก #CareerTok (บน TikTok) ก็คือ “Act Your Wage” หรือการทำงานให้สมกับค่าตอบแทนที่ได้รับ ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป

อาจมีบางคนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้มากนัก แต่สำหรับความเห็นของ “อลิสัน กรีน” (Alison Green) ผู้เขียนคอลัมน์ Ask A Manager ที่ให้คำแนะนำด้านการทำงานมานานกว่า 18 ปี กลับเห็นด้วยกับแนวคิดนี้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันก็เตือนว่าโลกของการทำงานจริง มีความซับซ้อนกว่าคลิปสั้นใน TikTok มาก และนี่คือมุมมองของเธอที่ทั้งจริงใจและตรงไปตรงมา

ทั้งนี้ คอลัมน์ “Ask A Manager” เป็นพื้นที่ออนไลน์ที่ อลิสัน กรีน ใช้ตอบคำถามผู้อ่านเกี่ยวกับปัญหาในที่ทำงาน ตั้งแต่รับมือกับเพื่อนร่วมงานขี้เหวี่ยงไปจนถึงวิธีลาออกจากองค์กรที่เป็นพิษ ฯลฯ 

โลกการทำงานพลิกโฉมตั้งแต่หลังวิกฤติโควิด เกิดเทรนด์ทำงานใหม่ๆ เพียบ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกการทำงานถูกพลิกโฉมอย่างหนักจากการระบาดของโควิด-19 จนเกิดกระแสพูดคุยเรื่องการทำงานบน TikTok อย่างล้นหลาม ตั้งแต่ Great Resignation (การลาออกครั้งใหญ่), Quiet Quitting (ทำงานเท่าที่จ้าง), Conscious Un-bossing (ไม่ให้หัวหน้ามีอำนาจมากเกินไป) ไปจนถึงการถกเถียงเรื่องแต่งตัวไปออฟฟิศ  

แต่เทรนด์ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีพการงานอย่าง อลิสัน กรีน สนับสนุนที่สุดคือ “Act Your Wage” โดยมีคนทำคลิปเกี่ยวกับเทรนด์นี้มาตั้งแต่ในปี 2022 โดยพูดถึงการตั้งขอบเขตในการทำงาน การกล้าปฏิเสธงานที่ไม่จ่ายเพิ่ม รวมถึงการตั้งคำถามกับวัฒนธรรม “ทุ่มสุดตัวเพื่อองค์กร” 

เธออธิบายประเด็นนี้ผ่าน CNBC Make It ว่า “ฉันสนับสนุนแนวคิดที่ให้เรารู้ตัวว่า ‘งานไหนที่เราถูกจ้างให้ทำ’ และ ‘งานไหนที่เราไม่ได้ถูกจ้าง’ และเราก็ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างแทนทั้งองค์กร หรืออยู่ทำโอทีต่อดึกๆ โดยไม่ได้ค่าจ้างเสมอไป”

อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้บอกว่าต้องปฏิเสธใส่งานตลอดเวลา และเตือนว่าไม่ควรนำแนวคิดนี้ไปใช้แบบสุดโต่งเกินจริง เพราะ “ถ้าอยากเติบโตในสายงานหรือเลื่อนตำแหน่ง มันก็อาจไม่ใช่เรื่องง่ายถ้าจะบอกว่า ‘ฉันจะไม่ทำอะไรเลยนอกจากหน้าที่ตัวเอง’ หรืออะไรแบบนั้น”

แต่โดยรวม กรีน มองว่า การที่วัฒนธรรมการทำงานเริ่มตระหนักว่า “บริษัทไม่ได้ซื้อเวลาทั้งชีวิตเรา แต่ซื้อแค่เวลาส่วนหนึ่ง” ถือเป็นแนวโน้มที่ดีมาก และอยากเห็นสังคมเดินไปในทิศทางนี้มากขึ้น

รับคำแนะนำเรื่องงานจากโลกออนไลน์อย่างไรให้เวิร์กที่สุด?

ไม่เพียงเท่านั้น กรีน ยังแนะนำคนรุ่นใหม่ที่เริ่มต้นทำงานว่า ควรใช้วิจารณญาณเมื่อติดตามคอนเทนต์เกี่ยวกับการแนะนำเรื่องงานบนโลกโซเชียล (เช่น #Careertok) เพราะพฤติกรรมในที่ทำงานที่ “ควร” หรือ “ไม่ควร” ทำนั้น ขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละอุตสาหกรรม หรือแต่ละสายอาชีพด้วย

เธอยกตัวอย่างว่า การได้รับคำแนะนำในทำนองที่บอกทั้งข้อดีและข้อเสียของงานคู่กันมา คือคำแนะนำที่เป็นประโยชน์กว่าการฟังแค่ด้านเดียว เช่น “ใช่ งานสายบริการนี้มันน่าหงุดหงิดที่ต้องรับมือกับลูกค้าขี้เหวี่ยง แต่มันเป็นเรื่องปกติของอาชีพนี้ และคุณต้องเจอแน่ๆ ถ้ายังอยู่ในสายนี้” 

คุณไม่สามารถพูดว่า ‘ไม่’ กับทุกอย่างที่ไม่ชอบในที่ทำงาน แล้วไม่เจอผลกระทบอะไรเลย มันเป็นไปไม่ได้

ท้ายที่สุด เธอเตือนว่า ควรแยกแยะให้ได้ระหว่างคอนเทนต์ที่พูดถึง “โลกในอุดมคติ” กับ “โลกแห่งความจริง” เพราะบางคนบนโซเชียลก็มักพูดถึงสิ่งที่ ควรจะเป็นในจินตนาการ แต่ไม่ใช่สิ่งที่ เป็นอยู่ในโลกความจริง ดังนั้น ผู้เสพสื่อออนไลน์ก็ต้องรู้จักคัดกรองข้อมูลให้ดีด้วย

 

อ้างอิง: CNBC, Forbes, Businessinsider