background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

หนึ่งปีมีครั้ง 'ประเพณีบวชนาคช้าง' จ.สุรินทร์ วันที่ 10 พ.ค. 68

หนึ่งปีมีครั้ง 'ประเพณีบวชนาคช้าง' จ.สุรินทร์ วันที่ 10 พ.ค. 68

ขอเชิญมาเอาบุญใหญ่ บุญบ้านเฮา ประจำปี 2568 งานประเพณี 'บวชนาคช้าง' ของคนไทย เขมร ลาว เชื่อกันว่า ใครได้มาร่วมงานจะได้บุญมาก

จังหวัดสุรินทร์  ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์{, องค์การบริหารส่วนตำบลกระโพ, หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุรินทร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ร่วมกันจัดงานประเพณี บวชนาคช้าง ประจำปี 2568 อย่างยิ่งใหญ่ เชิญชวนนักท่องเที่ยว ร่วมขบวนแห่ที่มีช้างเข้าร่วมขบวนกว่า 80 เชือก

ขบวนแห่จะเริ่มจากวัดแจ้งสว่าง หมู่บ้านตากลาง ไปยังวังทะลุ หรือ ดอนบวช บริเวณที่ลำน้ำชีไหลมาประจบแม่น้ำมูล ระยะทางกว่า 4 กิโลเมตร เพื่อเช่าศาลปู่ตาตามประเพณี

เมื่อขบวนแห่นาคช้าง ไปถึงดอนบวช ช้างทุกเชือกจะลงอาบน้ำและเล่นน้ำ บริเวณวังทะลุ หรือดอนบวช เพื่อให้ช้างได้เล่นน้ำ กินน้ำ ให้มีอารมณ์สดชื่น เพื่อเข้าพิธี อีกหลายขั้นตอน

หนึ่งปีมีครั้ง 'ประเพณีบวชนาคช้าง' จ.สุรินทร์ วันที่ 10 พ.ค. 68

จากนั้น นาค และช้าง ร่วมพิธีไหว้บอกกล่าวสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลปู่ตา ทายคางไก่ต้ม เครื่องเซ่นไหว้ ตามประเพณีที่ถือปฎิบัติกันมาหลายชั่วอายุคนของชาวตำบลกระโพ

นับเป็นภาพที่มีมนต์ขลัง สวยงาม ประทับใจ แก่นักท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก

  • ประเพณีบวชนาคช้าง 

เป็นประเพณีเก่าแก่ที่ชาวสุรินทร์ทั้งเขมร ลาว กวยที่นับถือพุทธศาสนา ถือเป็นประเพณีปฏิบัติสืบทอดกันมา

หนึ่งปีมีครั้ง 'ประเพณีบวชนาคช้าง' จ.สุรินทร์ วันที่ 10 พ.ค. 68

เมื่อลูกชายอายุ ครบ 20  ปีบริบูรณ์ ก่อนที่จะมีเหย้ามีเรือน พ่อแม่ต้องจัดการบวชให้ลูกชายเพื่อศึกษาธรรมวินัยเสียก่อน

ประเพณีบวชนาคช้างสมัยก่อน นับว่าเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ เพราะชายหนุ่มในละแวกเดียวกันจะนัดวันบวชพร้อมกัน

โดยเชื่อว่าการบวชนี้ ถ้าจะให้ได้บุญมาก จะต้องนั่งช้างแล้วแห่ไปเป็นระยะทางไกล ๆ และมีผู้คนร่วมขบวนแห่นาคเป็นจำนวนมาก

ในอดีตชาวกวยบ้านตากลาง และหมู่บ้านใกล้เคียง จะพร้อมใจกันแห่นาคด้วยช้าง

หนึ่งปีมีครั้ง 'ประเพณีบวชนาคช้าง' จ.สุรินทร์ วันที่ 10 พ.ค. 68

โดยนาคจะมีการแต่งตัวที่เป็นเอกลักษณ์ สวมชฎา สวมเสื้อแขนยาวสีขาวนุ่งโสร่งไหม พร้อมแต่งด้วยผ้า 7 สีอย่างสวยงาม

นั่งบนหลังช้างไปที่วังทะลุ ลำน้ำชี รวมกับแม่น้ำมูล เพื่อทำพิธีเช่นไหว้ศาลปู่ตา และขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านนับถือ

พร้อมประกอบพิธีอุปสมบทบริเวณ ดอนบวช ซึ่งเป็นเนินดินกลางแม่น้ำที่เกิดจากลำน้ำชีไหลมาบรรจบกับแม่น้ำมูล ทำให้เกิดเนินดินกลางแม่น้ำ

ชาวบ้าน เรียกกันว่า สิมน้ำ หรือเรียกว่า ดอนบวช จนกระทั่งปัจจุบัน

...................................

อ้างอิง : ททท. สำนักงานสุรินทร์