background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

เทรนด์ Mouse Shuffle พนักงาน WFH เข้า ‘ออนไลน์’ ระบบตลอดเวลา กลัวโดนว่าอู้งาน

เทรนด์ Mouse Shuffle พนักงาน WFH เข้า ‘ออนไลน์’ ระบบตลอดเวลา กลัวโดนว่าอู้งาน

มาใหม่อีก! ล่าสุดเกิดเทรนด์ทำงานที่เรียกว่า ‘Mouse Shuffle’ หรือการขยับเมาส์ให้โชว์สถานะ ‘ออนไลน์’ ในระบบปฏิบัติงานของออฟฟิศตลอดเวลา พบบ่อยในกลุ่มพนักงานที่ทำงานแบบไฮบริด ทำงานระยะไกล หรือ Work From Home เนื่องจากบางบริษัทใช้ซอฟต์แวร์ตรวจสอบการทำงานของพนักงานกลุ่มนี้ตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานอู้งาน หรือขาดประสิทธิภาพการทำงาน

ขณะเดียวกัน ฝั่งพนักงานก็หาวิธีเอาตัวรอดจากการตรวจสอบนั้น ด้วยการขยับเมาส์ให้ระบบปฏิบัติงานแอคทีฟและโชว์สถานะออนไลน์อยู่ตลอดเวลา ส่งสัญญาณขึ้นหน้าจอว่าพวกเขากำลังทำงานอยู่นะ ไม่กล้าออฟไลน์ออกจากระบบ แม้บางครั้งพวกเขาจะทำงานเสร็จแล้ว หรือตอนนั้นไม่ได้ทำงานอยู่จริงๆ ก็ตาม

43% ของพนักงานที่ทำงานระยะไกล ชี้ว่า การทำงานของตนถูกตรวจสอบมากขึ้น

สำนักข่าว Forbes รายงานเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวพบเห็นได้อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในบริษัทที่ให้พนักงานทำงานจากระยะไกลหรือทำงานแบบไฮบริดได้ แต่ก็มีการใช้ซอฟต์แวร์เฝ้าติดตามพนักงานอยู่ตลอด เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของบริษัท แต่ในอีกแง่หนึ่งกลับพบว่า การตรวจสอบที่เข้มงวดนั้นทำให้พนักงานรู้สึกกดดันที่จะต้องแอคทีฟอยู่ตลอดเวลาโดยไม่พัก 

การศึกษาล่าสุดจาก BambooHR  รายงานว่า 79% ของพนักงานกลุ่มตัวอย่างบอกว่า พวกเขารู้สึกกดดันที่จะต้องแอคทีฟในระบบปฏิบัติงานของบริษัท (ขึ้น Status ออนไลน์) อยู่ตลอดเวลา เพื่อแสดงให้บริษัทเห็นว่าพวกเขากำลังทำงานอยู่ ไม่ได้อู้งาน ซึ่งในความเป็นจริง.. ไม่มีใครจะสามารถทำงานได้ทั้งวันทั้งคืนขนาดนั้น แต่ก็ไม่กล้าออฟไลน์ออกจากระบบ เพราะกลัวถูกมองว่าขี้เกียจหรือไม่มีประสิทธิภาพ พวกเขาจึงหาทางออกด้วยการขยับเมาส์ให้ระบบออนไลน์ไว้เสมอ เพื่อแสร้งเป็นว่ากำลังทำงานอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะกี่โมงก็ตาม

ในทำนองเดียวกัน ผลสำรวจล่าสุดจาก Forbes Advisor ก็รายงานว่า 43% ของพนักงานระบุว่า ในปี 2024 การทำงานออนไลน์ของตนถูกตรวจสอบมากขึ้น และ 25% ของพนักงานเหล่านั้นยอมรับว่า แสร้งทำเป็นออนไลน์ในขณะที่ทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ไม่ใช่การทำงาน ในทางกลับกัน พนักงานที่ทำงานออนไลน์มีแนวโน้มที่จะ “มีความสุขกับงาน” ของตนมากขึ้น 12% เนื่องจากพวกเขารู้สึกมีอิสระและมีอำนาจตัดสินใจในสภาพแวดล้อมการทำงานของตนเอง

การแสดงตัวว่า 'ออนไลน์' ในระบบตลอดเวลา ไม่จำเป็น แถมยังเพิ่มความเครียดและกดดันสูง

ด้าน เดวิด แคมป์เบลล์ (David Campbell) ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์และการสรรหาทรัพยากรบุคคลของ Brand Rebellion บริษัทที่ปรึกษาเกี่ยวกับบุคลากรและการสร้างแบรนด์ให้องค์กร ให้ความเห็นเชิงวิเคราะห์ต่อเรื่องนี้ว่า สาเหตุที่ทำให้กระแสการทำงานแบบ Mouse Shuffle มาแรงในกลุ่มพนักงานที่ทำงานจากระยะไกลหรือทำงานแบบไฮบริด ก็เนื่องจากว่า พนักงานที่ทำงานระยะไกลผ่านออนไลน์ เกิดความเครียดและความกดดัน จากการที่บริษัทเฝ้าติดตามการทำงานของพวกเขาอย่างเข้มข้น 

จนพวกเขารู้สึกว่าจำเป็นต้องแสดงให้ระบบเห็นว่า ตนเองทำงานยุ่งด้วยการออนไลน์ตลอดเวลา นำไปสู่การให้ความสำคัญกับการมีตัวตนบนระบบงานออนไลน์มากเกินไป แม้ว่าจะไม่จำเป็นก็ตาม พฤติกรรมดังกล่าวอาจทำให้เกิดความเครียดมากขึ้น และทำให้ประสิทธิภาพในงานลดลง เพราะมัวแต่กังวลเรื่องการตรวจสอบของบริษัท แทนที่จะจดจ่ออยู่กับการทำงานจริงๆ 

แคมป์เบลล์ บอกอีกว่า ซอฟต์แวร์ที่บริษัทนำใช้ตรวจสอบว่าพนักงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือไม่นั้น อาจเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดเทรนด์ Mouse Shuffle ซอฟต์แวร์ดังกล่าวให้ความสำคัญกับการจับผิดสถานะออนไลน์-ออฟไลน์ บนหน้าจอคอมฯ มากกว่าที่จะตรวจสอบผลงานจากการทำงานจริงๆ 

“ปรากฏการณ์นี้บ่งบอกว่า บริษัทต่างๆ ไม่ไว้วางใจพนักงานอย่างเต็มที่ และอาจไม่เข้าใจว่าประสิทธิภาพการทำงานที่แท้จริงเป็นอย่างไรในการทำงานยุคใหม่ อีกทั้งพฤติกรรม Mouse Shuffle ของพนักงานนั้น ไม่ดีต่อสุขภาพจิต มันจะลดความพึงพอใจในงาน เนื่องจากยิ่งพยายามให้ดูเหมือนงานยุ่งเพื่อเอาตัวรอด ก็ยิ่งทำให้พนักงานรู้สึกเครียดจากการถูกจับตามองมากเกินไป” แคมป์เบลล์ อธิบาย

ผู้เชี่ยวชาญ แนะ บริษัทควรมุ่งเน้นไปที่ผลงานของพนักงาน มากกว่าระยะเวลาที่ออนไลน์

หากปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีแน่ บริษัทควรเร่งหาทางออกของปัญหานี้ โดยแคมป์เบลล์ ให้คำแนะนำแก่บริษัทต่างๆ ว่า บริษัทควรตรวจสอบการทำงานของพนักงาน ด้วยการมุ่งเน้นไปที่ผลงานของพวกเขา ไม่ใช่ปริมาณงานที่พวกเขาทำ หรือระยะเวลาที่พวกเขาออนไลน์ในระบบ 

“บริษัทควรไว้วางใจให้พนักงานบริหารเวลาการทำงานได้เอง และมุ่งเน้นไปที่การบรรลุเป้าหมายของงาน ไม่ใช่แค่ออนไลน์ตลอดเวลา ผลลัพธ์ที่จะได้คือ ความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานที่ดีขึ้น และพนักงานที่มีความสุขมากขึ้น” เขากล่าวเสริม

แคมป์เบลล์มองว่า มีความจำเป็นที่บริษัทควรเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร ควรหันมาให้ความสำคัญกับผลงานและผลลัพธ์ของงาน มากกว่าการอยากเห็นว่าพนักงานออนไลน์ในระบบเพียงอย่างเดียว นายจ้างควรเน้นที่การสร้างวัฒนธรรมที่ยึดหลักความไว้วางใจ โดยวัดผลการปฏิบัติงานด้วยความสำเร็จ สิ่งนี้จะส่งเสริมให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และส่งเสริมให้พนักงานมีสุขภาพดี มีประสิทธิผล และมีส่วนร่วมในงานได้ดีขึ้น

ท้ายที่สุดแคมป์เบลล์เน้นย้ำว่า เมื่อบริษัทเริ่มไว้วางใจพนักงานมากขึ้นและมุ่งเน้นไปที่ผลงานที่พนักงานทำได้ ก็จะทำให้พนักงานที่มีสุขภาพจิตที่ดี มีผลิตผลมากขึ้น และยังช่วยให้พฤติกรรม Mouse Shuffle มีแนวโน้มลดลงและหายไปในที่สุด