background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'เทรนด์ทำงาน' ในตู้ Pods มาแรง! พนักงานออฟฟิศชอบพื้นที่ส่วนตัวเงียบๆ

'เทรนด์ทำงาน' ในตู้ Pods มาแรง! พนักงานออฟฟิศชอบพื้นที่ส่วนตัวเงียบๆ

ออฟฟิศไม่สนุกอีกต่อไป! พนักงานต่างคนต่างทำงานในพื้นที่ส่วนตัวเงียบๆ เกิดเทรนด์การทำงานใน “ตู้ Pods” หรือ “Private Booths” มาแรง ดันตลาดเฟอร์นิเจอร์สำนักงานเติบโตสูงถึง 24,000 ล้านดอลลาร์

Key Points:

  • เทรนด์ทำงานในตู้ Pods หรือ Private Booths กำลังได้รับความนิยมไปในบริษัททั่วโลก บางออฟฟิศพนักงานแย่งกันใช้ Private Booths จนต้องออกกฎจำกัดเวลา
  • ตั้งแต่หลังโควิด การทำงานในออฟฟิศยากลำบากมากขึ้น พนักงานหลายคนไม่สามารถโฟกัสกับงานได้เต็มที่ ท่ามกลางเสียงรบกวนต่างๆ รอบตัว ตู้ขนาดเล็กเหล่านี้ช่วยให้มีสมาธิมากขึ้น
  • แต่ขณะเดียวกัน เทรนด์นี้ก็ทำให้ความสนิทสนมของเพื่อนร่วมงาน และความสนุกสนานในออฟฟิศลดน้อยลงด้วย

The Wall Street Journal รายงานว่า ไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทรนด์การทำงานในตู้ Pods หรือ Private Booths กำลังได้รับความนิยมไปในบริษัททั่วโลก ส่งผลให้สินค้าชนิดนี้ขายดีและมาแรงที่สุด จนดันให้อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์สำนักงานในอเมริกาเหนือมีมูลค่าสูงถึง 24,000 ล้านดอลลาร์ 

Pods หรือ Private Booths ดังกล่าว มีลักษณะคล้ายตู้โทรศัพท์สาธารณะแบบเก่า มีพื้นที่แคบๆ ที่สามารถบรรจุโต๊ะและเก้าอี้ขนาดกะทัดรัดไว้ภายในได้อย่างพอดีกับการใช้งาน 1 คน ส่วนใหญ่จะมีคุณสมบัติตัดเสียงรบกวนได้ด้วย โดยผู้ผลิตรายใหญ่ๆ ได้แก่ Room, Nook และ Framery ฯลฯ ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ต่างเติบโตอย่างรวดเร็ว

 

  • เทรนด์ทำงานใน Private Booths มาแรง เพราะพนักงานไม่มีสมาธิทำงานในออฟฟิศที่มีเสียงรบกวนรอบด้าน

เทรนด์การทำงานใน Private Booths ได้รับความนิยมตั้งแต่ปี 2021-2023 เป็นต้นมา โดยความนิยมพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ยกตัวอย่างกรณี “DEPT” บริษัทเอเจนซี่การตลาดดิจิทัลที่มีสำนักงาน 30 แห่งกระจายอยู่ใน 5 ทวีปทั่วโลก ก็เป็นบริษัทหนึ่งที่พบว่าพนักงานชอบทำงานในตู้ส่วนตัวขนาดเล็กเหล่านี้มาก 

เดวิด วิตติง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งในบริษัท DEPT เล่าว่า เขาได้ดูแลและจัดเตรียมสำนักงานในสาขาบอสตัน เพื่อให้พร้อมสำหรับการกลับมาทำงานในออฟฟิศของพนักงานในปี 2022 โดยได้สั่งซื้อโซฟา เก้าอี้ และโต๊ะสูงทันสมัย แต่เมื่อเหล่าพนักงานกลับเข้ามาทำงานในออฟฟิศ พวกเขากลับมองข้ามเฟอร์นิเจอร์เหล่านั้น แล้วหันไปใช้งาน “ตู้ทำงานแบบส่วนตัว” แทน ตั้งแต่นั้นมาเขาก็โละเฟอร์นิเจอร์บางส่วนออกไป แล้วเพิ่ม Private Booths มากขึ้นเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ

พนักงานที่ชอบทำงานในตู้ Pods ให้เหตุผลว่า ตั้งแต่หลังโควิดเป็นต้นมา การทำงานในออฟฟิศยากลำบากมากขึ้น พวกเขาไม่สามารถโฟกัสไปที่งานท่ามกลางเสียงพูดคุยและเสียงรบกวนต่างๆ รอบตัวได้ การทำงานในตู้ขนาดเล็กเหล่านี้จึงช่วยให้มีสมาธิมากขึ้น

 

  • เทรนด์ครั้งใหญ่! ในยุคที่ผู้คนไม่ชอบถูกรบกวนในระหว่างทำงาน

แมทธิว อัลเลน กรรมการผู้จัดการของ CrowdComms ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเทคโนโลยีการจัดงานในสหราชอาณาจักร กล่าวว่า เขา เคยชินกับการทำงานในออฟฟิศที่แทบจะเงียบกริบในช่วงที่เกิดโรคระบาด แต่ตอนนี้เมื่อเพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่กลับเข้าออฟฟิศ ทุกอย่างก็วุ่นวายและเสียงดัง โดยเฉพาะเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นอยู่ตลอด ทำให้เขารำคาญมากจนต้องสั่งซื้อ Private Booths มาใช้เพื่อลดเสียงรบกวน

ด้าน เจเนต โพก แม็คลอริน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยสถานที่ทำงานระดับโลกของ Gensler ซึ่งเป็นบริษัทสถาปัตยกรรมและการออกแบบ กล่าวว่า นี่เป็นเทรนด์ครั้งใหญ่ ความเป็นส่วนตัวในที่ทำงานไม่เคยมีความสำคัญเท่านี้มาก่อน ลูกค้าของเธอหลายราย รวมถึงบริษัทใหญ่ๆ อย่าง Amazon ได้เพิ่ม Private Booths และโซนพื้นที่ส่วนตัวต่างๆ ในออฟฟิศของพวกเขามากขึ้น (มากกว่าเดิม 2 เท่าเมื่อเทียบกับออฟฟิศช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาด)

หลายออฟฟิศเกิดปรากฏการณ์นี้เช่นกัน พนักงานนิยมทำงานในพื้นที่ส่วนตัวเงียบๆ มากขึ้นเรื่อยๆ บางออฟฟิศเกิดกรณีพนักงานแย่งกันใช้งาน Private Booths จนบริษัทต้องออกกฎบังคับให้ใช้งานในตู้เหล่านี้ด้วยเวลาจำกัดต่อคน 

 

  • ในอีกมุมหนึ่ง การที่ต่างคนต่างทำงาน ทำให้บรรยากาศออฟฟิศไม่สนุกอีกต่อไป

แม้จะมีพนักงานที่ชื่นชอบ Private Booths อยู่ไม่น้อย แต่บางส่วนกลับเห็นต่างออกไป โดยมองว่าสิ่งนี้ทำให้บรรยากาศการทำงานในออฟฟิศแย่ลง การที่ต่างคนต่างทำงานในตู้ส่วนตัวเงียบๆ มันทำให้การแอบฟังและการนินทาน้อยลงก็จริง แต่ขณะเดียวกันมันก็ทำให้ความสนิทสนมของเพื่อนร่วมงาน และความสนุกสนานในออฟฟิศน้อยลงด้วย อีกทั้งบางคนก็บอกว่า Private Booths เป็นพื้นที่ที่คับแคบชวนอึดอัด แถมการระบายอากาศก็ไม่ดี 

สอดคล้องกับความเห็นของ คริสเตน ออแคลร์ นักวิจัยด้านชีวการแพทย์ในซานฟรานซิสโก ที่บอกว่า ตู้ทำงานส่วนตัวเหล่านี้ชวนให้ขนลุก มันให้ความรู้สึกว่าเหมือนเรากำลังจะตาย เธอมองว่าการทำงานท่ามกลางเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศที่มีเสียงรบกวนบ้าง ย่อมดีต่อร่างกายและจิตใจมากกว่า

ในทิศทางเดียวกัน ผลการศึกษาชิ้นหนึ่งของ ดร.เอสเธอร์ สเติร์นเบิร์ก ผู้อำนวยการสถาบัน University of Arizona Institute on Place, Wellbeing and Performance ก็พบว่า ผู้คนเกิดความเครียดเมื่อสภาพแวดล้อมรอบตัวพวกเขาเงียบเกินไปและดังเกินไป ดังนั้น ระดับความดังที่พอเหมาะพอดีกับการทำงานจึงควรอยู่ที่ประมาณ 45 เดซิเบล (เทียบเท่ากับเสียงนกร้อง)

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหนึ่งเฟอร์นิเจอร์สำนักงานที่สามารถเชื่อมตรงกลางระหว่าง “การทำงานในพื้นที่เปิดท่ามกลางความวุ่นวาย” กับ “ทำงานในพื้นที่ส่วนตัวเงียบๆ ใน Private Booths” ได้ นั่นคือ การจัดโต๊ะทำงานแบบจัดขอบเขตพื้นที่ (โต๊ะทำงานที่มีผ้าใบรอบล้อมเพื่อกั้นอาณาเขต) มันช่วยตัดเสียงรบกวนได้บางส่วน แต่ก็ไม่เงียบสงัด พนักงานสามารถทำงานได้อย่างเป็นส่วนตัวแต่ก็ไม่แยกตัวออกจากสังคมจนเกินไป ซึ่งการทำงานในพื้นที่แบบนี้น่าจะดีต่อทั้งจิตใจและประสิทธิภาพการทำงาน