background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

นายจ้างเผยไม่อยากรับ ‘เด็กจบใหม่‘ ทำงานด้วยยาก ไม่เตรียมตัว ไม่มืออาชีพ

นายจ้างเผยไม่อยากรับ ‘เด็กจบใหม่‘ ทำงานด้วยยาก ไม่เตรียมตัว ไม่มืออาชีพ

ผลสำรวจเผย นายจ้างไม่อยากจ้าง “เด็กจบใหม่” เพราะรู้สึกว่าทำงานด้วยยาก ไม่มีทักษะทางสังคม ไม่เป็นมืออาชีพ บางคนพาพ่อแม่มาสัมภาษณ์งานด้วย ด้านผู้เชี่ยวชาญชี้ เป็นเพราะโควิดทำให้ขาด “ซอฟต์สกิล” ที่จำเป็น

เด็กจบใหม่” ช่วงนี้เป็นรุ่นที่ต้องเรียนออนไลน์ เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ขาดโอกาสในการเข้าสังคม จนทำให้นายจ้างไม่อยากรับพวกเขาเข้าทำงาน เพราะเจอประสบการณ์แปลก ๆ ระหว่างการสัมภาษณ์งาน เช่น ไม่กล้าสบตา แต่งตัวไม่เรียบร้อย เรียกเงินเดือนสูงไป หนักสุดพาพ่อแม่มาสัมภาษณ์งานด้วย

 

  • เด็กจบใหม่ไม่พร้อมทำงาน?

นิตยสารออนไลน์ Intelligent ทำการสำรวจความเห็นผู้บริหาร กรรมการ ผู้จัดการ และตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงาน จำนวน 800 ราย พบว่านายจ้างถึง 40% ชอบจ้างพนักงานที่มีประสบการณ์การทำงานมาแล้ว มากกว่าจะจ้าง “เด็กรุ่นใหม่” ที่พึ่งเรียนจบ เนื่องจากเด็กพึ่งจบใหม่ไม่สามารถสร้างความประทับใจในการเจอกันครั้งแรกได้

นายจ้างให้เหตุผลว่าเด็กจบใหม่ดู “ไม่พร้อม” และเตรียมตัวมาไม่ดีพอในการสัมภาษณ์งาน มากกว่าครึ่งหนึ่งกล่าวว่าเด็กจบใหม่ไม่สบตาระหว่างการสัมภาษณ์ และ 50% ของผู้จ้างงานกล่าวว่า เด็กจบใหม่เรียกร้องค่าชดเชยที่ไม่สมเหตุสมผล 

ขณะที่นายจ้างเกือบครึ่งหนึ่งระบุว่าผู้สมัครงานรุ่นใหม่แต่งกายมาไม่เหมาะสมกับการสัมภาษณ์งาน ส่วนอีก 21% พบว่าเด็กรุ่นใหม่ปฏิเสธที่จะเปิดกล้องเวลาสัมภาษณ์งานผ่านระบบออนไลน์ และยังมีอีกเกือบ 20% กล่าวว่าเจอเด็กที่เพิ่งเรียนจบพาผู้ปกครอง มาสัมภาษณ์งานด้วย

ด้วยเหตุนี้นายจ้างจึงอยากจ้างคนที่เคยทำงานมาแล้ว แม้ว่าจะต้องยื่นข้อเสนอที่สูงกว่า เช่น เงินเดือน สวัสดิการ การทำงานแบบไฮบริดและ Work From Home หรือแต่บางคนจะมีคุณสมบัติที่สูงกว่าต่ำแหน่งก็ตาม เพื่อดึงดูดให้พวกเขาสนใจทำงาน 

นอกจากนี้ นายจ้างส่วนใหญ่มีทัศนคติในแง่ลบกับเด็กจบใหม่ โดยมีนายจ้างถึง 85% เห็นด้วยว่าเด็กรุ่นใหม่ทำงานด้วยยาก ขณะที่อีก 63% เห็นว่าเด็กจบใหม่เรียกร้องสิทธิ์มากเกินไป อยากทำอะไรก็ตามที่อยากจะทำ ขณะที่ 58% มองว่าเด็กเจน Z อารมณ์ขึ้นง่ายเกินไป 

รวมไปถึงนายจ้างรู้สึกว่าเด็กจบใหม่ไม่มีการเตรียมพร้อมสำหรับการทำงาน โดยนายจ้างให้เหตุผลว่า เด็กเพิ่งเรียนจบไม่สามารถจัดการภาระงานของตนได้ (61%) ทำงานไม่ทันตามเวลาที่กำหนด (59%) ขาดความเป็นมืออาชีพ (57%) ไม่ตอบสนองหรือไม่พอใจกับฟีดแบ็กในการทำงาน (55%) เข้าประชุมสาย (53%) และมีทักษะในการสื่อสารที่ไม่ดี (52%)

นายจ้าง 47% ยอมรับว่าเพิ่งไล่เด็กจบใหม่ออกจากงาน

  • โควิด-19 ทำลายโอกาสเด็กจบใหม่สร้างทักษะสังคม

ไดแอน เอ็ม เกย์สกี ศาสตราจารย์ด้านการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ที่วิทยาลัยอิธากา กล่าวว่าพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่นายจ้างพูดถึงไม่อาจจะโทษว่าเป็นความผิดของพวกเขาทั้งหมด แต่ส่วนมากเกิดจากการพยายามปรับตัวในสถานการณ์โควิด-19

“นายจ้างจำเป็นต้องรับรู้ว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำลายชีวิตของเด็กจบใหม่ เพราะพวกเขาต้องเรียนออนไลน์ ทำให้ขาดโอกาสการพัฒนาทักษะทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นการเข้าชมรม ฝึกงาน หรือหางานพิเศษทำช่วงซัมเมอร์” เกย์สกีกล่าวในรายงานการศึกษาของ Intelligent

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งที่รับเด็กจบใหม่เข้าทำงาน เปิดหลักสูตรอบรมพัฒนา “ซอฟต์สกิล” ให้แก่ชาวเจน Z ที่เรียนจบในช่วงโควิด-19 แพร่ระบาด

บริษัทในกลุ่ม “Big4” ของวงการตรวจสอบบัญชี พบว่า เด็กจบใหม่กำลังประสบปัญหาในการใช้ทักษะพื้นฐาน เช่น การนำเสนองาน การจัดการโครงการ การทำงานร่วมกันเป็นทีมแบบเจอหน้ากัน ซึ่งเมื่อเข้าทำงานจริง พวกเขาก็ไม่สามารถปรับตัวและเข้าเป็นส่วนหนึ่งกับออฟฟิศได้ ทางบริษัท จึงได้จัดโครงการพัฒนาทักษะเหล่านี้ให้แก่เด็กจบใหม่ 

ทั้ง KPMG, Deloitte และ PWC ต่างเปิดโปรแกรมฝึกสอนซอฟต์สกิล และทักษะพื้นฐานให้แก่เด็กรุ่นใหม่ โดยให้พนักงานเข้ามาทำงานในออฟฟิศสัปดาห์ละ 3 วัน เพื่อสร้างความคุ้นเคย

“โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเด็กจบใหม่และเด็กฝึกงานที่เพิ่งเข้าสู่วัยทำงาน มันทำให้พวกเขาพลาดโอกาสไปเยอะมาก” จอน โฮลต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ KPMG UK กล่าวกับ สำนักข่าว The Telegraph

อย่างไรก็ตามโฮลต์ได้กล่าวชื่นชมเด็กรุ่นใหม่ที่มีความยืดหยุ่นต่อการทำงาน เพราะถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของบริษัทที่จะต้องคอยสนับสนุนพวกเขาในช่วงเริ่มต้นอาชีพ ด้วยการเปิดหลักสูตรเพื่อช่วยสร้างซอฟต์สกิลที่พวกเขาขาดไป พร้อมกับฝึกอบรมทักษะอื่น ๆ ที่จำเป็นในปัจจุบัน เช่น ความยั่งยืน และเทคโนโลยี เป็นต้น

 

ที่มา: Insider 1Insider 2New York PostThe Telegraph