‘หางาน’ ผ่าน ‘แอปหาคู่’ วิถีใหม่ชาวเจน Z เมื่อ ‘คนคุย’ ช่วยให้ได้งาน

 ‘หางาน’ ผ่าน ‘แอปหาคู่’ วิถีใหม่ชาวเจน Z เมื่อ ‘คนคุย’ ช่วยให้ได้งาน

“หางาน” อยู่หรือเปล่า? ยังไม่เจองานที่ถูกใจใช่หรือไม่? ยังไม่มีใครเรียกสัมภาษณ์หรือเปล่า ลองหางานจาก “แอปพลิเคชันหาคู่” อาจทำให้คุณได้งานที่ตรงใจ

หากคุณกำลังมองหางานอยู่ แม้จะลองสมัครงาน แต่ยังไม่ถูกได้เรียกสัมภาษณ์ หรือหางานมานานแล้ว แต่ยังไม่ได้งานที่ถูกใจ ลองหางานจาก “แอปพลิเคชันหาคู่” อาจจะช่วยให้คุณได้งานที่ตรงใจ

 

  • หางานผ่านแอปหาคู่

แม้ปัจจุบันมีเว็บไซต์หางานมากมาย รวมถึง LinkedIn ที่ทำมาเพื่อคนทำงานโดยเฉพาะ แต่เรื่องจริงกลับกลายเป็นว่า ตำแหน่งงานส่วนใหญ่ไม่ได้ประกาศออกมาแบบสาธารณะ แต่มักจะมาจากการแนะนำต่อ ๆ กันของคนภายในองค์กรผ่าน “คอนเน็กชัน” ที่พวกเขามี ทำให้คนที่กำลังหางานเริ่มตอบกลับด้วยการสร้างเครือข่ายของตัวเองพร้อมหางานผ่านช่องทางอื่น และหนึ่งในนั้นก็คือ “แอปหาคู่

แอปหาคู่มีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ใช้ได้ทำความรู้จักและสร้างสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ แต่กลายเป็นว่า วันนี้ผู้คนหันมาใช้แอปหาคู่ในการสร้างคอนเน็กชันเพื่อหางาน ซึ่งจะระบุเอาไว้ในช่องไบโอเลยว่า “สำหรับหางานเท่านั้น” และดูเหมือนว่าจะได้รับความนิยมขึ้นเรื่อย ๆ ถึงขั้นที่ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำให้ใช้แอปหาคู่หางาน

“ฉันเคยได้ยินมาสักพักแล้วว่าคนรุ่นใหม่ใช้แอปหาคู่หางาน และความเห็นของฉันคือถ้ามันช่วยสร้างเครือข่ายได้ ก็ควรใช้มันซะ” เอเลียนนา โกลด์สไตน์ โค้ชด้านอาชีพกล่าวกับสำนักข่าว Wall Street Journal

"แอปหาคู่" ถูกขนานนามว่า “แอปหางานยุคใหม่” โดยเริ่มมาเป็นที่นิยมในช่วงปีนี้ที่เกิดการเลิกจ้างจากบริษัทขนาดใหญ่ จนคนรุ่นใหม่หันมาใช้เป็นตัวช่วยพบปะผู้คน สร้างเครือข่าย และพัฒนาอาชีพของพวกเขา

ก่อนหน้านี้มีชายหนุ่มคนหนึ่งทวีตว่าเขาถูกฝ่าย HR ชักชวนไปร่วมงานผ่านแอปหาคู่ “Bumble” โดยในการสนทนาจะเห็นได้ว่าผู้ชายคนนี้เสนอตัวกับ HR ว่าสนใจจะให้เข้าไปร่วมงานด้วยหรือไม่ ซึ่งอีกฝ่ายก็ยินดี เสนอตำแหน่งมาให้ จนเขาได้ไปสัมภาษณ์กับสตาร์ทอัพแห่งนี้

หญิงคนหนึ่งไม่ประสงค์ออกนาม ระบุว่า แอปหาคู่ทำให้เธอหางานได้จริง “การปัดขวา” เพียงครั้งเดียวช่วยให้เธอได้พบกับคนใหม่ ๆ และคนเหล่านั้นแนะนำเธอให้กับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จนนำให้สู่การสัมภาษณ์ และได้งานในที่สุด

 

  • บริษัทก็หาพนักงานจากแอปหาคู่

บริษัทหลายแห่งก็หาพนักงานจากแอปพลิเคชันด้วยเช่นกัน อย่าง แบรนดอน ทามาโย ผู้เชี่ยวชาญด้านงานกำกับดูแล (Compliance Specialist) ของ Chicago Transit Authority ผู้ประกอบการขนส่งมวลชน แนะนำให้คนคุยในแอป Grindr สมัครงานกับบริษัทของเขา หากคนเหล่านั้นกำลังหางานอยู่

“ในแต่ละวันคุณคุยกับคนถึง 30-40 คนในแอป แล้วคุณกำลังต้องการคนมาร่วมงาน ผมรู้สึกว่ามันเป็นโอกาสที่ดี เลยลองส่งงานให้คนที่สนใจ” ทามาโยกล่าว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การส่งใบสมัครผ่านบริษัทเป็นวิธีที่ตกยุคไปแล้ว

Grindr เปิดเผยกับสำนักข่าว Insider ว่า ผู้ใช้งานราว 25% นิยมใช้แอปพลิเคชันเพื่สร้างเครือข่าย ไม่เพียงแต่เหล่าเด็กรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ผู้เชี่ยวชาญ และซีอีโอก็ใช้งานในลักษณะนี้เช่นกัน โดยจอร์จ เอริสัน ซีอีโอของ Grindr เปิดเผยว่า ถึงแอปพลิเคชันจะมีวัตถุประสงค์เพื่อการออกเดท แต่ตอนนี้แอปถูกใช้งานไปมากกว่านั้น ซึ่งเอริสันสนับสนุนให้ผู้คนสร้างเครือข่ายบน Grindr เพราะตัวเขาเองก็สร้างเครือข่าย และจ้างพนักงานหลายคนผ่านแอปเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม โฆษกของ Grindr กล่าวว่าบริษัทไม่ต้องการสร้างฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ช่วยให้สร้างเครือข่ายแบบเฉพาะกลุ่มอาชีพเหมือนกับ Bumble ที่ออกฟีเจอร์ Bumble Bizz มาให้ผู้คนสามารถแสดงประวัติส่วนตัว ค้นหาและสร้างความสัมพันธ์ทางอาชีพได้ แต่ Grindr อยากให้เครือข่ายเกิดจากการทำความรู้จัก เสาะหากันแบบออร์แกนิกมากกว่าให้อัลกอริทึมช่วยเหลือ

“เราจะสร้างฟีเจอร์ที่สนับสนุนกิจกรรมที่เกิดขึ้นบนแอปพลิเคชัน เพราะตอนนี้มากกว่า 60% ต้องการแชทเพียงอย่างเดียว”

 

  • แอปหาคู่ก็ควรไว้หาคู่ ไม่ใช่หางาน?

ไม่ใช่ทุกคนที่โอเคกับการใช้แอปหาคู่มาหางาน Tinder แอปพลิเคชันหาคู่ยอดนิยม เพิ่งอัปเดตแนวทางปฏิบัติของชุมชนแนะนำให้ผู้ใช้ “สร้างการเชื่อมต่อส่วนตัว ไม่ใช่ธุรกิจ” เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนใช้แอปเพื่อสร้างผู้ติดตามหรือขายของผ่านแอปพลิเคชัน

เซเรนา ดีเพนติ ใช้แอปพลิเคชันเพื่อหาคู่เดต แต่เธอลบแอปออกทันทีหลังจากที่คนคุยของเธอ ชักชวนให้เธอไปทำงาน “ฉันคิดว่าเรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในแอปเดต มันน่ากระอักกระอ่วนไม่น้อย”

ขณะที่ คริสเตียน โจนส์ ทำหนังสือนิทานระบายสีของเด็กเพื่อหาเงินบริจาคให้เด็กพิการ และโปรโมตโปรเจ็กนี้ผ่านโปรไฟล์ส่วนตัวของเขาบนแอปหาคู่ พร้อมระบุว่าเขาไม่ได้ต้องการมาหาคู่ ซึ่งเขาจะรอให้อีกฝ่ายเข้ามากดไลก์และส่งข้อความกลับมาก่อนถึงจะตอบกลับขายหนังสือระบายสี แต่บางคนก็ไม่พอใจกับการกระทำของเขา โดยได้รับข้อความว่า “นี่ มันแอปหาคู่นะ”

ลอร่า ลาร์สัน จาก GQ อธิบายว่าการสร้างเครือข่ายเป็นการทำลายวัตถุประสงค์ของแอปหาคู่

“สิ่งสวยงามของแอปหาคู่คือคุณไม่ต้องสงสัยว่าเขาแมตช์กับคุณเพราะชอบคุณจริง ๆ หรือเปล่า หรือแค่อยากหาคอนเน็กชัน แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปหมด เมื่อคุณสมัครงานผ่านแอปหาคู่ มันเหมือนกับคุณกำลังบอกคนอื่นว่าคุณกำลังตกงาน อาจจะตกเป็นเหยื่อของพวกมิจฉาชีพก็เป็นได้”

แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องผิดที่คุณจะลองหางานผ่านแอปหาคู่บ้าง ท้ายที่สุดแล้วอาจจะเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว งานก็มี แฟนก็ได้ ก็เป็นได้



ที่มา: FortuneInsiderVICEWall Street Journal