วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

พนักงานจะไม่ 'ลาออก' ถ้าบริษัทสอน Up skills ให้ ก้าวสู่ตำแหน่งใหม่ก็ยิ่งดี

พนักงานจะไม่ 'ลาออก' ถ้าบริษัทสอน Up skills ให้ ก้าวสู่ตำแหน่งใหม่ก็ยิ่งดี

บริษัทแบบไหน? ที่คุณอยากร่วมงานและไม่คิด "ลาออก" ยิ่งถ้า Upskills ให้พร้อมปรับตำแหน่งสูงขึ้น สนใจไหม? ทั้งนี้ผลสำรวจจาก Linkedin ชี้ว่า บริษัทที่สอนทักษะใหม่ๆ ให้พนักงาน อัตราการลาออกจะน้อยลงถึง 7% 

Key Points: 

  • ผลสำรวจจาก Global Talent Trends Report ชี้ชัดว่า บริษัทที่ช่วยให้พนักงานเรียนรู้ทักษะใหม่ในการทำงาน บวกกับมีกการปรับตำแหน่งให้ จะสามารถลดอัตราการลาออกได้เกือบ 7%
  • การรักษาพนักงานเดิมเอาไว้ ด้วยการสอนทักษะใหม่ๆ ให้พวกเขา ยังสามารถช่วยบริษัทประหยัดเงินได้อีกทางหนึ่งด้วย 
  • เนื่องจากการ “ลาออก” ของพนักงาน 1 คน ทำให้บริษัทเสียค่าใช้จ่ายไปประมาณ 50% ของเงินเดือนพนักงาน หรืออาจมากถึง 2 เท่าของเงินเดือนพนักงาน

เมื่อพนักงานออฟฟิศทำงานมาสักระยะหนึ่ง พวกเขาอาจอิ่มตัวกับงานที่ทำ และรู้สึกอยากขยับตำแหน่งหรืออยากหางานใหม่ โดยเฉพาะพนักงานที่มีอายุงาน 3-4 ปี ในบริษัทเดิม มักจะตัดสินใจ “ลาออก” ได้ง่าย 

ขณะที่บริษัทเองก็ลำบาก เพราะตั้งแต่หลังวิกฤติโควิดผ่านไป หลายบริษัทพบว่า การหาพนักงานใหม่ที่มีทักษะและศักยภาพที่ต้องการนั้น หาได้ค่อนข้างยาก เมื่อจำนวนพนักงานลดลงจากการหยุดจ้างชั่วคราวในช่วงโควิด ทำให้การรักษาพนักงานที่มีอยู่มีความสำคัญมากกว่าที่เคย

หนึ่งในวิธีที่จะดึงดูดให้พนักงานเดิมยังคงอยากอยู่ที่นี่ต่อไปโดยไม่ลาออกก็คือ การเพิ่มทักษะใหม่ๆ ให้พนักงานเดิมที่มีอยู่ พร้อมกับเลื่อนตำแหน่งงานให้พวกเขา เพื่อที่พวกเขาจะได้ก้าวหน้าในสายอาชีพโดยไม่ต้องลาออกไปหางานบริษัทใหม่ (ดีไม่ดีอาจเป็นบริษัทคู่แข่ง)

พนักงานจะไม่ 'ลาออก' ถ้าบริษัทสอน Up skills ให้ ก้าวสู่ตำแหน่งใหม่ก็ยิ่งดี

 

  • พนักงานออฟฟิศต้องการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ จากที่ทำงาน 

จากข้อมูลเชิงวิเคราะห์ของ Linkedin รายงานว่า การที่พนักงานจะเลือกทำงานในองค์กรใดๆ ก็ตาม นอกจากจะเลือกจากคุณสมบัติทั่วไปของงานในอุดมคติแล้ว อีก 2 ปัจจัยที่สำคัญมากพอๆ กันก็คือ 

1. ต้องการยกระดับทักษะให้ตัวเองในขณะที่ทำงานในองค์กรนั้นๆ  

2. ความต้องการที่จะก้าวหน้าในสายอาชีพของตนเอง

รวมถึงมีรายงานผลสำรวจจาก Global Talent Trends Report (องค์กรที่สำรวจ Skills ที่โดดเด่นของพนักงานทั่วโลก) แสดงให้เห็นว่า บริษัทที่ช่วยให้พนักงานเรียนรู้ทักษะในการทำงาน สามารถลดอัตราการลาออกได้เกือบ 7%

ขณะที่รายงานจาก Future of Recruiting ปี 2023 ก็ระบุไปในทิศทางเดียวกันว่า หากบริษัทมีความมุ่งมั่นอย่างมากที่จะจัดให้มี “การจ้างงานภายใน” หมายถึงมีการเสริมทักษะให้ พร้อมกับเสนอตำแหน่งงานใหม่ให้พนักงานเดิม อัตราของพนักงานที่จะยังอยู่กับบริษัทนั้นๆ จะเพิ่มขึ้นถึง 60% 

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่พนักงานออฟฟิศจากหลายๆ ประเทศทั่วโลก เริ่มเห็นคุณค่าของการเคลื่อนไหวภายในเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขารู้ว่า บริษัทมีความพยายามในการเสริมสร้างทักษะให้พวกเขาเพิ่มเติม หลังจากผ่านการพัฒนาทักษะแล้วก็จะได้รับรางวัลเป็นความก้าวหน้าในอาชีพ

พนักงานจะไม่ 'ลาออก' ถ้าบริษัทสอน Up skills ให้ ก้าวสู่ตำแหน่งใหม่ก็ยิ่งดี

 

  • การลงทุนกับพนักงาน Gen Z บริษัทอาจได้ผู้นำที่ดีในรุ่นต่อไป

ตามผลสำรวจของ Global Talent Trends Report ยังรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า พนักงานออฟฟิศในสหรัฐอเมริกา แคนาดา อินเดีย สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย หากพวกเขาต้องการความก้าวหน้าในสายอาชีพ พวกเขามีแนวโน้มที่จะแสวงหางานในตำแหน่งอื่นๆ ภายในบริษัทเดิม มากพอๆ กับ การลาออกเพื่อหางานในบริษัทใหม่ ดังนั้นถ้าบริษัทเดิมสามารถตอบโจทย์เรื่องความก้าวหน้าให้พวกเขาได้ ก็ย่อมทำให้รักษาคนเก่งๆ เอาไว้ได้แน่นอน

โดยเฉพาะวัยทำงานรุ่น Gen Z หลายคนอาจมองว่าพวกเขายังเด็ก แต่หากบริษัทเล็งเห็นความสำคัญของคนรุ่นใหม่ และเสริมทักษะขั้นสูงให้แก่พวกเขา บริษัทก็จะได้รับประโยชน์มากขึ้น เช่น 

  • Gen Z อาจมีมุมมองที่แตกต่างออกไปเกี่ยวกับความหมายของการเป็นผู้นำ
  • เกิดการสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ที่คนทุก Gen ทำงานร่วมกันได้อย่างเท่าเทียม
  • เปิดโอกาสให้ Gen Z ได้ทดลองทำงานในวิธีใหม่ๆ ซึ่งอาจทำให้บริษัทค้นพบวิธีทำงานที่ดีกว่าเดิม
  • ถือเป็นการลงทุนสร้างผู้นำฝีมือดีรุ่นต่อไปให้มาบริหารองค์กร เป็นต้น

พนักงานจะไม่ 'ลาออก' ถ้าบริษัทสอน Up skills ให้ ก้าวสู่ตำแหน่งใหม่ก็ยิ่งดี

 

  • การ “ลาออก” ของพนักงาน 1 คน ทำให้บริษัทเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าที่คิด

กล่าวโดยสรุปคือ หากบริษัทต้องการให้พนักงานเดิมยังทำงานอยู่กับที่นี่ต่อเนื่องไปยาวๆ โดยไม่รีบลาออกไปเสียก่อน บริษัทก็จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ “การเสริมทักษะ Up-Skill” และเลื่อนตำแหน่งให้พนักงานเหล่านั้น (เฉพาะคนที่ผ่านการฝึกทักษะแล้วไปต่อได้จริง) การลงทุนในรูปแบบนี้จะให้ผลตอบแทนที่ดีในหลายมิติ ได้แก่  

1. ช่วยให้ HR สามารถจัดหาคนที่มีความสามารถตรงตามเป้าหมาย และมีความหลากหลายมากขึ้น

2. ช่วยให้ HR พบผู้สมัครที่มีศักยภาพสูง ซึ่งสามารถนำมุมมองใหม่ๆ มาสู่ธุรกิจได้

3. ช่วยให้บริษัทได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจ เพราะได้คนที่มีความสามารถมาร่วมงานด้วย

ข้อมูลวิเคราะห์จาก LinkedIn ยังแสดงให้เห็นอีกว่า วิธีการจ้างงานที่เน้นทักษะเป็นอันดับแรก สามารถเพิ่มพนักงานที่มีประสิทธิภาพได้มากขึ้นกว่า 10 เท่า อีกทั้งการได้ทีมงานที่มีความหลากหลายจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและผลกำไรให้บริษัทได้ 

นอกจากนี้ การรักษาพนักงานเดิมเอาไว้ ด้วยการสอนหรือสร้างเสริมทักษะใหม่ๆ ให้พวกเขา ยังสามารถช่วยบริษัทประหยัดเงินได้อีกทางหนึ่งด้วย เนื่องจากการ “ลาออก” ของพนักงานออฟฟิศ 1 คน อาจทำให้บริษัทเสียค่าใช้จ่ายไปประมาณ 50% ของเงินเดือนพนักงานคนนั้นๆ หรืออาจมากถึง 2 เท่าของเงินเดือนพนักงานคนนั้นๆ ก็เป็นได้

------------------------------------

อ้างอิง : Linkedin, Global Talent Trends, Future of Recruiting 2023