background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ในวันที่โลกต้องการ “เป็ดพรีเมียม” แล้ว “มนุษย์เป็ด” ต้องทำอย่างไร?

ในวันที่โลกต้องการ “เป็ดพรีเมียม” แล้ว “มนุษย์เป็ด” ต้องทำอย่างไร?

เมื่อ “มนุษย์เป็ด” และจุดเด่น “ทำเป็น” หลายๆ อย่าง เริ่มไม่ตอบโจทย์โลกการทำงานอีกต่อไป เพราะหลายบริษัท เริ่มคาดหวังให้คุณเป็น “เป็ดพรีเมียม” หรือ Generalist ที่ต้องทำได้ทุกอย่างอย่างดีเลิศ

​​​​​​Key Points:

  • "มนุษย์เป็ด" เป็นชื่อเรียกคนที่ทำได้ทุกอย่าง แบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่สุดสักอย่าง ซึ่งในอดีตถือเป็นข้อได้เปรียบเพราะทำงานได้หลากหลาย
  • ปัจจุบันองค์กรเริ่มต้องการ "เป็ดพรีเมียม” หรือ Generalist ที่มีความรู้มากกว่ามนุษย์เป็ดทั่วไป
  • เหล่ามนุษย์เป็ดจึงต้องพยายามหาวิธีการเลื่อนขั้นเป็น "เป็ดพรีเมียม”

เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำพิษ และเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้น ทำให้บริษัทต่าง ๆ ต้องปลดพนักงานออกเพื่อลดค่าใช้จ่ายลง ทำให้คนที่หางานอยู่ในตอนนี้ ต้องเจอกับคู่แข่งจำนวนมาก ทั้งเด็กจบใหม่ คนที่พึ่งตกงาน ซึ่งส่วนทางกับตำแหน่งงานที่น้อยลง แถมมาพร้อมกับคุณสมบัติของผู้สมัครที่ยาวเป็นหางว่าว เฟ้นหา “พนักงานศักยภาพสูง” เข้ามาร่วมทีม ส่งผลให้เหล่า “มนุษย์เป็ด” กำลังตกที่นั่งลำบาก ต้องหาทางกลายร่างให้เป็น “มนุษย์เป็ดพรีเมียม” ให้ได้

ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ได้ให้ความหมายของสำนวน “รู้อย่างเป็ด” ไว้ว่า รู้ไม่จริงสักอย่างเดียว ซึ่งมีที่มาจากลักษณะของเป็ดที่ บินได้แต่ก็บินไม่ได้สูงเหมือนนก ว่ายน้ำก็ได้แต่ไม่ได้ดีแบบปลา ทำให้คนที่รู้อะไรครึ่ง ๆ กลาง ๆ ทำได้ทุกอย่างแต่ไม่ได้ไปสุดทุกด้าน ถูกเรียกว่ามนุษย์เป็ด

ขณะที่ เฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา หรือ U.S. Embassy Bangkok ระบุว่าในภาษาอังกฤษ ก็มีสำนวนที่ใช้เรียกเหล่ามนุษย์ด้วยเช่นกัน นั่นก็คือ “Jack of all trades” เป็นสำนวนที่เกิดขึ้นมาในช่วงยุคกลาง โดยแจ็คเป็นชื่อที่มีใช้กันอยู่ทั่วไป เปรียบกับคนธรรมดา ที่สะสมความรู้และประสบการณ์จนสามารถทำอะไรได้หลากหลายอย่าง แต่พอมาถึงศตวรรษที่ 20 ก็เริ่มมีคนนำสำนวนนี้มาใช้ในเชิงกระแนะกระแหนคนที่มีความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ในหลายด้านแต่ไม่เชี่ยวชาญหรือรู้จริงสักด้าน และมีการเติมท่อนสร้อยเพิ่มขึ้นมาเป็น "jack of all trades, master of none"

  • “มนุษย์เป็ด” รู้ทุกอย่างแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ 

การเป็นมนุษย์เป็ด อาจถูกมองว่าเป็นข้อได้เปรียบในการสัมภาษณ์งาน เพราะมี “สกิลติดตัว” อยู่มาก จะให้ทำอะไรก็ได้ ภาษาอังกฤษสื่อสารได้ในระดับพอใช้ โปรแกรมไมโครซอฟต์ 365 ขั้นพื้นฐานก็ใช้ได้ไม่มีปัญหา ความคิดสร้างสรรค์ก็พอมี ทักษะเข้าสังคมก็พอได้ จะถ่ายคลิปหรือตัดต่อวิดีโอก็ไหวอยู่ แถมการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี

มีการศึกษาหลายชิ้นที่ระบุว่า เมื่อเกิดปัญหาในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน เหล่ามนุษย์เป็ดมักจะมีทักษะการประเมินสถานการณ์ที่ดีกว่าคนทั่วไป ซึ่งมาจากนิสัยตามธรรมชาติที่อยากรู้อยากเห็นและเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ ทำให้พวกเขาสามารถคาดการณ์ วิเคราะห์ ปรับตัว และแก้ปัญหาได้ดีเมื่อต้องเจอกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด 

ด้วยนิสัยเหล่านี้จึงทำให้เหล่ามนุษย์เป็ดสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่นานก็สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ใน “ระดับพื้นฐาน” ได้แล้ว ยิ่งเรียนรู้ในทักษะด้านต่าง ๆ มากเท่าไหร่ เหล่ามนุษย์เป็ดก็จะมี “อาวุธครบมือ” มากเท่านั้น ฟัง ๆ ดูแล้ว อาจจะเรียกคนกลุ่มนี้ว่า “ครบเครื่อง” ได้ก็คงไม่ผิดนัก อีกทั้งทักษะที่หลากหลายนี้ยังทำให้เหล่าพนักงานเป็ดถูกจับไปอยู่ทีมใด หรือตำแหน่งใดก็ได้

  • “มนุษย์เป็ดพรีเมียม” ที่ต้องการในตลาดงานปัจจุบัน

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ถือว่าเป็นข้อดีของเหล่ามนุษย์เป็ด แต่ในโลกการทำงานปัจจุบันนั้น ทักษะเหล่านี้อาจจะไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว เนื่องจากองค์กรต่าง ๆ ย่อมต้องการพนักงานศักยภาพสูง ทักษะที่มีติดตัวต้องเหนือกว่าระดับพื้นฐาน และต้องทำได้หลากหลายอย่าง ถึงจะเป็นมนุษย์เป็ด แต่ก็ต้องเป็น “เป็ดพรีเมียม” หรือ Generalist ที่รู้กว้างหลากหลาย

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญ หรือ Specialist อาจจะไม่ได้รู้อะไรไปเสียทุกอย่าง แต่มีหนึ่งหรือสองทักษะที่เชี่ยวชาญเต็มร้อย ขณะที่มนุษย์เป็ดมีทุกอย่างแต่อาจจะอย่างละ 50-60% ส่วนเป็ดพรีเมียมคือเป็ดที่อัปเกรดมาแล้ว อาจจะรู้ทุกอย่างในระดับ 80%

มัลคอล์ม แกลดเวลล์ นักเขียนและนักข่าว ได้ระบุไว้ในหนังสือ “Outliers” ว่าต้องใช้เวลาฝึกฝนทักษะต่าง ๆ อย่างน้อยเป็นเวลา 10,000 ชั่วโมง ถึงจะบรรลุและกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นจริง ๆ (ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องคอยอัปเดตความรู้ของตนเองอยู่เสมอด้วย) 

แต่เหล่ามนุษย์เป็ดไม่ได้ทุ่มเวลาให้กับทักษะใดทักษะหนึ่งอย่างเต็มที่ อาจเป็นเพราะพวกเขาอาจจะยังไม่รู้ว่าตนเองชอบอะไร จึงลองเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ พอผ่านไปช่วงเวลาหนึ่งเมื่อรู้ตัวว่าไม่ชอบ พวกเขาก็หันไปสนใจสิ่งอื่น ๆ เนื่องด้วยความที่เป็นคนเรียนรู้เร็ว ทำให้พวกเขามีสกิลพื้นฐานติดตัวไปเรียบร้อยแล้ว

ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เหล่า “เป็ดพรีเมียม” เป็นที่ต้องการตัวในตลาดแรงงานมากที่สุด เพราะมีความรู้ความสามารถที่หลากหลายด้าน เข้าใจหลักการทำงานและความสัมพันธ์ระหว่างการทำงานส่วนต่าง ๆ ขององค์กรได้เป็นอย่างดี รวมถึงสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งสามารถปรับตัวทำงานได้ในหลากหลายตำแหน่ง ซึ่งแตกต่างจาก มนุษย์เป็ดทั่วไป ที่รับมือเรื่องต่าง ๆ ได้ไม่ดีเท่า ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญที่มีความชำนาญและทำงานเฉพาะทาง

อาลี อินเทรส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลของนิตยสาร Forbes เปิดเผยกับ HRD นิตยสารวงการ HR ว่า เป็ดพรีเมียมยังเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงาน เพราะในปัจจุบันคนในองค์กรมีความสนใจที่หลากหลาย คุณจะต้องมีความรู้ให้มากพอสำหรับพูดคุยกับพวกเขา และโควิด-19 ทำให้ขอบเขตของงานเพิ่มมากขึ้น

 

  • 5 ขั้นตอนเลื่อนขั้นจาก “เป็ด”​ เป็น “เป็ดพรีเมียม”

แพต ฟลินน์ นักเขียนและนักผู้ประกอบการได้เขียนหนังสือ How to Be Better at Almost Everything: Learn Anything Quickly, Stack Your Skills, Dominate

โดยระบุวิธีการพัฒนาตนเองให้เป็น Generalist ด้วย 5 ขั้นตอน คือ

1. เรียนรู้หลาย ๆ ทักษะ - เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นต้องใช้ในการทำงานให้พอรู้ ยังไม่ต้องถึงกับชำนาญมาก 

2. เรียนรู้แต่ละวิชาให้ลึกขึ้น - เหล่าผู้เชี่ยวชาญนั้นมีความรู้แบบลึก ขณะที่เหล่าเป็ดพรีเมียมนั้นจะมีความรู้แบบกว้าง แต่เราสามารถรู้ทั้งลึกและกว้างได้พร้อม ๆ กัน จนมีความรู้แบบตัว “T” ด้วยการใช้เทคนิค “เรียนรู้และทบทวน” คือแบ่งเวลาเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ 80% และใช้เวลา 20% ในการทบทวนทักษะเดิม

3. เรียนให้รู้ 80% - เมื่อเป็ดพรีเมียมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญจึงไม่จำเป็นต้องรู้ลึกถึง 100% ควรเรียนรู้เพียง 80% ตามกฎผลตอบแทนลดน้อยถอยลง (Diminishing Return) ที่ระบุว่า เมื่อถึงจุดหนึ่งที่เราทุ่มปัจจัยการผลิต (เวลา) ไปแล้วจะได้ผลผลิต (ทักษะ) ที่น้อยลงก็ควรไปเพิ่มทักษะอื่นแทน

4. บูรณาการทักษะเข้าด้วยกัน - เมื่อเรียนรู้ทักษะได้ครบแล้ว ให้ลองใช้ทักษะเหล่านั้นในการทำงาน ซึ่งหากพบว่ายังมีบางทักษะที่ยังทำได้ไม่ดี ก็ฝึกเพิ่มให้ชำนาญ

5. ทบทวนและท้าทาย - แม้จะฝึกฝนจนชำนาญแล้วแต่ยังคงต้องมีการทบทวนบทเรียนอยู่เสมอ รวมถึงปรับการฝึกให้ยากขึ้นเล็กน้อย เพื่อความท้าทายและไม่ทำให้เราย่ำอยู่กับที่

การเป็น มนุษย์เป็ดนั้นไม่ใช่เรื่องผิด แต่การพัฒนาตนเองให้เป็นเป็ดพรีเมียม นั้นจะช่วยเพิ่มโอกาสในหน้าที่การงานให้กับตัวเราเพิ่มมากขึ้น ตามตลาดแรงงานที่หมุนเปลี่ยนไป ทั้งนี้เราไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเองจนสูญเสียตัวตน ค่อย ๆ พัฒนาตนเอง ไม่ต้องเร่งรีบ เพื่อความยั่งยืนและความสุขของตัวเราเอง


ที่มา: AdaptivityDatarockieHuman Resources DirectorInvesterestThe StandardThe Times of India