background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

การเลี้ยง ’ควายปลักทะเลน้อย’ ได้ขึ้นทะเบียน ‘พื้นที่มรดกโลกทางการเกษตร'

การเลี้ยง ’ควายปลักทะเลน้อย’ ได้ขึ้นทะเบียน ‘พื้นที่มรดกโลกทางการเกษตร'

'ควายปลักทะเลน้อย' ได้รับการประกาศจาก FAO ให้ระบบการเลี้ยง ‘ควายปลักทะเลน้อย’ จ.พัทลุง เป็นพื้นที่มรดกโลกทางการเกษตร แห่งแรกของไทย

'ควายปลักทะเลน้อย' จ.พัทลุง ได้รับการประกาศจาก องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ให้ ‘การเลี้ยงควายปลักและระบบนิเวศในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย จ.พัทลุง’ เป็น ‘พื้นที่มรดกโลกทางการเกษตร’ แห่งแรกของไทยแล้ว

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2565 สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงโรม ได้รับแจ้งจากนาย Yoshihide ENDO ฝ่ายเลขานุการมรดกโลกทางการเกษตรว่า

ข้อเสนอโครงการ ‘การเลี้ยงควายปลักและระบบนิเวศในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย จ.พัทลุง’ (Thale Noi Wetland Pastoral Buffalo Agro-ecosystem of Thailand) ได้ผ่านความเห็นชอบจากกรรมการที่ปรึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ (Scientific Advisory Group: SAG) ของ FAO

ประกาศเป็น ‘พื้นที่มรดกโลกทางการเกษตร’ (Global Important Agricultural Heritage Systems หรือ GIAHS) ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) แล้ว นับเป็นพื้นที่มรดกโลกทางการเกษตรแห่งแรกของประเทศไทย

การเลี้ยง ’ควายปลักทะเลน้อย’ ได้ขึ้นทะเบียน ‘พื้นที่มรดกโลกทางการเกษตร' Cr. จรูญ ทองนวล (Charoon Thongnual) 

  • หลักเกณฑ์ในการพิจารณา

ข้อเสนอการขึ้นทะเบียน (GIAHS Proposal) กำหนดหลักเกณฑ์เป็นมรดกทางการเกษตรโลก ต้องมีองค์ประกอบครบ 5 ข้อ ได้แก่

1) ความมั่นคงด้านอาหาร/ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี

2) ความหลากหลายทางชีวภาพการเกษตร

3) ระบบความรู้/ภูมิปัญญาท้องถิ่นมีมาแต่ดั้งเดิม

4) วัฒนธรรม ระบบคุณค่า และองค์กรทางสังคม

5) ลักษณะภูมิทัศน์/และภูมิทัศน์ทางทะเล

การเลี้ยง ’ควายปลักทะเลน้อย’ ได้ขึ้นทะเบียน ‘พื้นที่มรดกโลกทางการเกษตร' Cr. จรูญ ทองนวล (Charoon Thongnual) 

  • ลงพื้นที่สำรวจความจริง

วันที่ 4-8 ตุลาคม 2565 Prof. Zekri Slim ชาวอิสราเอล ผู้แทนคณะกรรมการ SAG เดินทางมาตรวจสอบพื้นที่จริงในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย

และได้เสนอแนะให้ประเทศไทยแก้ไขเอกสาร ก่อนยื่นข้อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาในวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2565 เขากล่าวว่า

"รู้สึกยินดีที่จะได้สนับสนุน ได้เห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชุมชนให้ความสำคัญในการเลี้ยงควายปลัก โดยการขึ้นทะเบียนระบบมรดกทางการเกษตรของโลก (GIAHS) จะมีประโยชน์หลายด้าน

มีจุดประสงค์ให้ประชาชนรุ่นหลังได้เห็นความสวยงานและวิถีชีวิตในธรรมชาติของสัตว์ป่าที่พื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย และเป็นการอนุรักษ์การเกษตร การเลี้ยงควายปลัก และผลิตภัณฑ์ในพื้นที่"

หลังการประกาศให้ ‘การเลี้ยงควายปลักและระบบนิเวศในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย จ.พัทลุง’ เป็น ‘พื้นที่มรดกโลกทางการเกษตร’ แห่งแรกของไทยแล้ว

การเลี้ยง ’ควายปลักทะเลน้อย’ ได้ขึ้นทะเบียน ‘พื้นที่มรดกโลกทางการเกษตร' Cr. จรูญ ทองนวล (Charoon Thongnual) 

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า

"การขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางการเกษตรในครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือของชุมชนในพื้นที่ ที่ต้องการอนุรักษ์แนวทางการทำการเกษตรที่มีมาแต่ดั้งเดิม เพื่อส่งต่อทรัพยากรให้แก่คนรุ่นถัดไป

โดยมีเป้าหมายรักษาระบบนิเวศให้ยั่งยืน เป็นแหล่งวัตถุดิบของผลิตภัณฑ์การเกษตร และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ สร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้คนในชุมชน

โดย GIAHS เน้นให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในพื้นที่ ชุมชนจะได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร, อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ

การขึ้นทะเบียนในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย จะไม่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่ แต่ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตในชุมชน ทำให้เศรษฐกิจชุมชนเติบโต และเพิ่มการจ้างงานในพื้นที่"

การเลี้ยง ’ควายปลักทะเลน้อย’ ได้ขึ้นทะเบียน ‘พื้นที่มรดกโลกทางการเกษตร'

Cr. Supasek Opitakon (ศุภเศรษฐ์ โอภิธากรณ์)

  • ควายดั้งเดิม ที่อยู่มานาน 250 ปี

ทะเลน้อยเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมากจนได้รับการประกาศให้เป็นเขตพื้นที่ชุ่มน้ำโลก หรือ Ramsar site เมื่อปี พ.ศ. 2541 และมีความสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของ FAO

ชาวบ้านทะเลน้อย จ. พัทลุง สืบทอดการเลี้ยงควายในพื้นที่แห่งนี้มานานกว่า 250 ปี ปล่อยออกไปให้กินหญ้าเอง ในช่วงฤดูน้ำหลาก น้ำขึ้นสูงนานหลายเดือน ทุ่งหญ้าจมอยู่ใต้น้ำ

ควายก็ต้องปรับตัวว่ายน้ำไประยะทางไกล ๆ ดำน้ำลงไปกินหญ้าใต้น้ำนั้น จนมันสามารถดำน้ำได้นานหลายนาที ส่วนลูกควายก็ดำลงไปทั้งตัว ชาวบ้านได้เห็นจึงเรียกว่า ‘ควายน้ำ’

ควายน้ำผสมพันธุ์กันเอง จนมีประชากรเพิ่มมากขึ้น มีวิถีชีวิตคล้ายควายป่า มีจ่าฝูงพาฝูงออกจากคอกไปหากินในตอนเช้า แล้วกลับเข้าคอกในตอนเย็น ปัจจุบัน มีควายน้ำประมาณ 3,500 ตัว

...........

อ้างอิง : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง