วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

รู้จัก "Phone Anxiety" อาการกลัวการ "คุยโทรศัพท์" ที่คนรุ่นใหม่เป็นมากขึ้น

รู้จัก "Phone Anxiety" อาการกลัวการ "คุยโทรศัพท์" ที่คนรุ่นใหม่เป็นมากขึ้น

กลัวการคุยโทรศัพท์ ไม่อยากโทรออก ไม่อยากรับสาย ไม่ได้ขี้เกียจ! แต่อาจกำลังเป็น "Phone Anxiety" หรือ "Phone Phobia" อาการเครียดเมื่อต้องใช้โทรศัพท์ ที่คน "มิลเลเนียล" มีแนวโน้มเป็นมากขึ้น

รู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่ต้องโทรออกหรือรับสายโทรศัพท์ พยายามหลีกเลี่ยงการโทร เน้นการสื่อสารผ่านการแชท เพราะกลัวพูดผิด หรือการตอบโต้แบบทันทีทันใดในผ่านโทรศัพท์

ถ้าคุณเป็นอีกคนที่รู้สึกแบบนี้ทุกครั้งที่ต้องใช้โทรศัพท์ในการสื่อสาร คุณอาจกำลังอยู่ในภาวะ “Phone Anxiety” หรือบางครั้งก็เรียกว่า “Phone Phobia” หรือพูดง่ายๆ คืออาการ “กลัวการใช้โทรศัพท์

ใครที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้คงมองว่าการคุยโทรศัพท์ไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหน แต่สำหรับคนที่มีอาการเหล่านี้ แทบไม่ได้ต่างอะไรกับ การกลัวความสูง หรือกลัวสัตว์ต่างๆ แบบ  "Phobia" ที่เป็นอาการวิตกจริตแบบจริงจัง ไม่ได้คิดไปเอง

  •  อาการกลัวการคุยโทรศัพท์มีอยู่จริง! 

Phone Anxiety หรือ Phone Phobia นิยามถึง กลุ่มคนที่มีอาการทางอารมณ์บางอย่างของความวิตกกังวลทางโทรศัพท์ มักจะหลีกเลี่ยงการโทร เนื่องจากมีความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้นกว่าการคุยแบบเจอหน้าหรือแชทผ่านข้อความ หรือรู้สึกประหม่าอย่างมากทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการโทร ยิ่งไปกว่านั้นคือหมกมุ่นหรือกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่จะพูด หรือพูดไปแล้ว ซึ่งไม่ใช่แค่รู้สึกไม่สบายใจเท่านั้น

ในบางครั้งจะแสดงอาการทางร่างกาย เช่น 

  • รู้สึกคลื่นไส้
  • อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น
  • หายใจลำบาก
  • เวียนศีรษะ
  • กล้ามเนื้อตึง

จากการสำรวจของพนักงานออฟฟิศในสหราชอาณาจักรในปี 2019 พบว่า 76% ของคนรุ่นมิลเลนเนียล และ 40% ของเบบี้บูมเมอร์ มีความกังวลใจเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ด้วยเหตุนี้ 61% ของกลุ่มมิลเลนเนียลส์จึงหลีกเลี่ยงการโทรโดยสิ้นเชิง ขณะที่กลุ่มเบบี้บูมเมอร์อยู่ที่ 42% 

แม้การหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์ จะเป็นอีกหนึ่งทางที่ทำให้ไม่ต้องเผชิญกับความอึดอัดใจหรือความเครียด แต่การเลือกที่จะเผชิญหน้าแบบมีการจัดการที่ดี ก็จะเป็นอีกหนึ่งวิธีจัดการกับอาการเหล่านี้ได้ โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานที่ต้องมีการติดต่อสื่อสารที่ยากจะหลีกเลี่ยงสถานการณ์เหล่านี้

  •  Phone Anxiety รับมืออย่างไร เมื่อต้องคุยโทรศัพท์ 

วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการต่อสู้กับความวิตกกังวลทางโทรศัพท์ที่ต้องทนทุกข์กับโทรศัพท์ คือการค่อยๆ บำบัดตัวเองด้วยการเข้าไปสัมผัสกับการโทรแทนที่จะหนี ยิ่งฝึกมากเท่าไรความน่ากลัวก็จะน้อยลงเท่านั้น โดยอาจเริ่มต้นจากการ "ปรับแนวคิด" เกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์อย่างมีกลยุทธ์

หากความกังวลของคุณเป็นปัญหามากเกินไป เช่น กังวลว่าจะพูดสะดุด วกวน ให้ลองคาดการณ์ความผิดพลาดจะที่เกิดขึ้นไว้คร่าวๆ เพื่อรับมือ และลองปรับแนวคิดใหม่ว่า การคุยโทรศัพท์ที่ไม่ราบรื่นแบบน้ำไหลไฟดับไม่ใช่เรื่องผิด 

เช่น “เราไม่ใช่คนเดียวที่พวกเขาจะคุยด้วยในวันนั้น” หรือ “เราไม่ใช่คนเดียวที่จะพูดผิดพลาด” อีกนัยหนึ่งคือสิ่งที่ดูเหมือนเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเรานั้นแทบจะไม่มีจุดผิดพลาดในสายตาของคนอื่นเลยด้วยซ้ำ

โดยกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อกอาการเหล่านี้ได้ คือการเริ่มต้นจากการกระทำเล็กๆ น้อยๆ เช่น เริ่มด้วยการโทรที่เป็นทางการและมีโครงสร้างมากขึ้น และเขียนสคริปต์ให้ตัวเองก่อน อาจลองพูดบางสิ่งออกมาดังๆ กับตัวเองเสมือนคุยกับปลายสาย จากนั้นค่อยกดโทรออก และคุยไปตามที่เตรียมไว้

เมื่อลองทำแบบนี้ได้บ่อยๆ ไม่หนีการรับสายอย่างที่เคย ก็จะมีส่วนช่วยให้การโทรศัพท์ของคุณเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายขึ้น สบายใจขึ้น หรือกลายเป็นเรื่องธรรมดาในที่สุด

  • ทำไมคนรุ่นมิลเลนเนียลควรเอาชนะความกังวลในการใช้โทรศัพท์ให้ได้ 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้โทรศัพท์ยังเป็นส่วนหนึ่งในการทำงาน ซึ่งในบางครั้งการตอบอีเมล หรือแชท อาจไม่เหมาะสมหรือให้ผลลัพธ์ในการสื่อสารที่ช้ากว่ากับบางสถานการณ์ ดังนั้นหากหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์บ่อยๆ อาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงหรือชะงักได้เมื่อต้องร่วมงานกับคนเจนเนอเรชันอื่นๆ ที่ยังเน้นการใช้โทรศัพท์ในการสื่อสารอยู่ก็ได้ 

---------------------------------------------

อ้างอิง: