background-default

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2569

Login
Login

นับถอยหลัง! “มิกกี้ เมาส์” เป็นสมบัติสาธารณะ อ่านเงื่อนไข ก่อนนำไปใช้

นับถอยหลัง! “มิกกี้ เมาส์” เป็นสมบัติสาธารณะ อ่านเงื่อนไข ก่อนนำไปใช้

“มิกกี้ เมาส์” หนึ่งในตัวละครสัญลักษณ์สำคัญของ “ดิสนีย์” จะกลายเป็น “สมบัติสาธารณะ” ในปี 2567 หลังการคุ้มครองโดยลิขสิทธิ์ครบ 95 ปี ตามกฎหมายสหรัฐ แต่ยังมีรายละเอียดที่ต้องอ่านให้เข้าใจ ก่อนนำไปใช้!

มิกกี้ เมาส์” ตัวการ์ตูนหนูสุดน่ารักที่คนทั้งโลกรู้จักกันเป็นอย่างดี กำลังจะมีอายุครบ 95 ปี ในปี 2567 นั่นหมายความว่า “ดิสนีย์” สตูดิโอผู้สร้างมิกกี้ เมาส์ จะสูญเสียลิขสิทธิ์ตัวละครที่เป็นมาสคอตสำคัญของค่ายไป และมิกกี้ เมาส์จะกลายเป็นสมบัติสาธารณะ เนื่องจากกฎหมายลิขสิทธิ์ของสหรัฐคุ้มครองลิขสิทธิ์เพียง 95 ปีนับจากวันที่สร้างสรรค์ผลงานเท่านั้น

แดเนียล มาเยดา รองผู้อำนวยการของ Documentary Film Legal Clinic แห่ง คณะกฎหมาย มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) และเป็นที่รู้จักในฐานะทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อและวงการบันเทิง มองว่า แม้ว่าลิขสิทธิ์จะหมดอายุแล้วก็ตามแต่คนก็ยังจำภาพลักษณ์เดิมได้อยู่ดี

“ต่อไปคุณสามารถนำตัวละครมิกกี้ เมาส์ไปสร้างสรรค์เรื่องราวฉบับของตัวคุณเองได้ แต่คนทั่วไปอาจจะเข้าใจว่าเป็นของดิสนีย์ เนื่องจากดิสนีย์ลงทุนกับตัวละครนี้มานานเกือบร้อยปีและเป็นที่รู้โดยทั่วกัน และตามทฤษฎีแล้ว ดิสนีย์อาจกล่าวได้ว่าคุณละเมิดเครื่องหมายการค้าของเขา

มิกกี้ เมาส์ ปรากฏตัวครั้งแรกใน “Steamboat Willie” เป็นการ์ตูนขาวดำขนาดสั้นที่ออกฉายครั้งแรกในวันที่ 18 พ.ย. 2471 ถือเป็นการบุกเบิกการบันทึกเสียงขณะการถ่ายทำ หรือ ซิงค์ซาวด์ โดยให้เสียงเพลงและเอฟเฟ็กต์นั้นตรงกับภาพบนจอ

จากข้อมูลของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติอเมริกัน (National Museum of American History) ระบุว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รูปลักษณ์และบุคลิกภาพของ มิกกี้ เมาส์ ได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา จากเดิมที่มีลักษณะที่ดูซุกซนและขี้เล่น มีจมูกที่แหลมยาว ดวงตาสีดำ ขาเรียวเล็กและมีหางยาว ซึ่งคล้ายกับหนูมากกว่าในปัจจุบัน

นั่นหมายความว่า ลิขสิทธิ์ของมิกกี้ เมาส์ที่หมดอายุไปนั้นคือ เวอร์ชันแรกสุดที่คล้ายหนู มาเยดา กล่าวว่า ดิสนีย์ยังคงเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของมิกกี้ เมาส์ในเวอร์ชั่นอื่น ๆ ทั้งในภาพยนตร์หรืองานสร้างสรรค์อื่น ๆ ต่อไปจนกว่าจะถึงกว่างานเหล่านั้นจะมีอายุครบ 95 ปี

 

หมีพูห์กลายเป็นสมบัติสาธารณะ

มิกกี้ เมาส์ไม่ใช่ตัวละครตัวแรกของดิสนีย์ที่ลิขสิทธิ์หมดอายุและกลายเป็นสมบัติสาธารณะ หมีพูห์ และผองเพื่อนในป่าร้อยเอเคอร์ จาก "Winnie-the-Pooh" ได้กลายเป็นสมบัติสาธารณะไปแล้วตั้งแต่เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ทำให้มีหลายคนนำคาแรคเตอร์ของหมีพูห์ไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้โดยได้ไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์อีกต่อไป

ไรอัน เรย์โนลส์ นักแสดงชื่อดังและเป็นเจ้าของ Mint Mobile เครือข่ายผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือของสหรัฐ ได้นำหมีพูห์และผองเพื่อนมาใช้ในโฆษณาของ Mint Mobile โดยเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น Winnie-the-Screwed น้องหมีที่เจอกับบิลค่าโทรศัพท์แสนแพง เพราะไม่ได้ใช้เครือข่ายของเขา

 

ยิ่งไปกว่านั้น หมีพูห์และพิกเล็ตกำลังจะกลายเป็นฆาตกรต่อเนื่องในภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ที่จะเข้าฉายเร็ว ๆ ชื่อว่า “Winnie the Pooh: Blood and Honey” ที่เขียนบทและกำกับโดย รีส วอเตอร์ฟิลด์ โดยสาเหตุที่ทั้ง 2 ต้องออกมาอาละวาดไล่ฆ่าคนเป็นเพราะคริสโตเฟอร์ โรบินทอดทิ้งพวกเขาไว้ในป่าร้อยเอเคอร์

นับถอยหลัง! “มิกกี้ เมาส์” เป็นสมบัติสาธารณะ อ่านเงื่อนไข ก่อนนำไปใช้

หมีพูห์และพิกเล็ต ในภาพยนตร์เรื่อง Winnie the Pooh: Blood and Honey

 

มาเยดา กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่ผู้สร้างสรรค์ผลงานควรคำนึง เมื่อนำตัวละครเก่าที่เป็นสมบัติสาธารณะซึ่งคนทั่วไปรู้จักเป็นอย่างดีและรู้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของดิสนีย์ มาสร้างใหม่ คือ ต้องไม่สร้างความสับสนให้แก่สาธารณชนคิดว่าชิ้นงานเหล่านี้เกี่ยวข้องกับดิสนีย์จริง เพราะอาจมีผลทางกฎหมายเกิดขึ้นได้

แม้ว่าลิขสิทธิ์จะมีวันหมดอายุ แต่เครื่องหมายทางการค้านั้นไม่วันหมดอายุ ตราบใดที่ยังคงใช้สิ่งนั้นเป็นเครื่องหมายทางการค้า ไม่ว่าจะเป็นคำพูด วลี ตัวละคร หรืออะไรก็ตามแต่ ซึ่งดิสนีย์อาจยังคงรักษาเครื่องหมายการค้าของตัวละครต่าง ๆ ไว้ด้วยวลีติดปากหรือเสื้อผ้าที่เป็นจุดเด่นของตัวละครนั้น ๆ เช่น เสื้อแดงของหมีพูห์ ซึ่งวอเตอร์ฟิลด์จงใจหลีกเลี่ยงให้หมีพูห์ในภาพยนตร์มีเอกลักษณ์เช่นนั้น

วอเตอร์ฟิลด์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Variety ในประเด็นนี้ว่า “เราระมัดระวังอย่างมาก เรารู้ว่าดิสนีย์มีลิขสิทธิ์อะไรและทำอะไรไปบ้าง ดังนั้นเราพยายามจะทำให้ทุกคนมั่นใจว่าหนังของเรานั้นอ้างอิงจากต้นฉบับในปี 2469 เท่านั้น จะไม่มีใครจะเข้าใจผิดว่ามันหนังของดิสนีย์ เมื่อคุณเห็นหน้าหนัง ตัวอย่าง และทุกอย่างของหนังเรื่องนี้ จะรู้ในทันทีว่ามันไม่ใช่หนังสำหรับเด็กที่ทุกคนคุ้นเคย

อย่างไรก็ตาม ดิสนีย์ยังคงเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของ ทิกเกอร์ เจ้าเสือจอมกระโดดอีกหนึ่งเพื่อนรักของหมีพูห์อีก 3 ปี เนื่องจากทิกเกอร์ปรากฏตัวครั้งแรกในการ์ตูน The House at Pooh Corner เมื่อปี 2472

หากจะให้สรุปอย่างสั้น ๆ ในตอนนี้ Winnie-the-Pooh ที่แต่งโดย “เอ. เอ. มิลน์” และ “อี. เอช. เชปเพิร์ด” กลายเป็นสมบัติสาธารณะไปแล้ว ใคร ๆ ก็สามารถเอาไปใช้ได้ แต่หมีพูห์ตัวเหลืองสวมเสื้อสีแดงในเวอร์ชันที่หลายคนคุ้นเคยนั้นยังคงเป็นลิขสิทธิ์ของดิสนีย์ เช่นเดียวกับ มิกกี้ เมาส์เวอร์ชันหางยาวที่ปรากฏในปี 2471 จะกลายเป็นสมบัติสาธารณะในปี 2567 และในทำนองเดียวกัน มิกกี้ เมาส์เวอร์ชันปัจจุบันที่ปรับรูปลักษณ์ไปแล้วยังคงเป็นลิขสิทธิ์ของดิสนีย์ เพราะฉะนั้น ก่อนจะนำหมีพูห์หรือมิกกี้ เมาส์มาดัดแปลงในอนาคต ควรจะต้องศึกษาและดูว่าขอบเขตชิ้นงานต้นฉบับนั้นมีอยู่แค่ไหน และจะทำอย่างไรไม่ให้ละเมิดลิขสิทธิ์ที่ดิสนีย์ถือครองอยู่

 

ลิขสิทธิ์กับเกมการเมือง

บริษัท วอลต์ ดิสนีย์ มีความสำคัญอันยาวนานกับสำนักงานลิขสิทธิ์แห่งสหรัฐ (United States Copyright Office) เนื่องจากอดีตรองที่ปรึกษาทั่วไปอย่างซูซานน์ วิลสัน (Suzanne Wilson) ที่เคยทำงานกับดิสนีย์มาเกือบทศวรรษ ปัจจุบันนั่งเก้าอี้หัวหน้าสำนักงานลิขสิทธิ์แห่งสหรัฐ

ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ จอช ฮอว์ลีย์ วุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกันของรัฐมิสซูรี นำเรื่องนี้มาใช้โจมตีดิสนีย์ในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา หลังจากที่ดิสนีย์ออกมาคัดค้านกฎหมาย “สิทธิของผู้ปกครองในการศึกษา” (parental rights in education bill) ของรัฐฟลอริดา หรือที่รู้จักกันนามกฎหมาย “ห้ามพูดถึงเกย์” (Don’t Say Gay Bill) โดยเป็นกฎหมายห้ามพูดถึงผู้มีความหลากหลายทางเพศในห้องเรียนในระดับชั้นอนุบาล 3 - ประถมศึกษาปีที่ 3

ส.ว.ฮอว์ลีย์ พยายามจะแก้ไขกฎหมายการคุ้มครองลิขสิทธิ์ให้ลดลงเหลือ 56 ปี และมีผลย้อนหลังกับงานลิขสิทธิ์ทั้งหมดที่ถูกผูกขาดโดยไม่จำเป็น ซึ่งจะส่งผลให้ดิสนีย์เสียค่าลิขสิทธิ์เพิ่มมากขึ้นอีก

“ของขวัญที่รีพับลิกันมอบให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ได้สิ้นสุดลงแล้ว ที่ผ่านมาต้องขอบคุณกฎหมายคุ้มครองลิขสิทธิ์ที่สภาครองเกรสได้อนุมัติ ทำให้บริษัทที่ตื่นตัวแบบดิสนีย์ทำรายได้หลายพันล้านดอลลาร์ แล้วเอาเงินไปทุ่มให้พวกนักเคลื่อนไหว น่าจะถึงเวลาที่ต้องกำจัดสิทธิพิเศษของดิสนีย์และเปิดยุคแห่งความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้แล้ว” ส.ว.รัฐมิสซูรี ระบุ

มาเยดาให้ความเห็นเกี่ยวกับการโจมตีดิสนีย์ของฮอว์ลีย์ว่า “นี่เป็นเรื่องการเมืองล้วน ๆ และกฎหมายนี้ไม่มีทางผ่านแน่นอน” ขณะเดียวกันเขายังตั้งคำถามกับดิสนีย์ด้วยเช่นกัน “ดิสนีย์กระตือรือร้นอย่างมากที่จะหาทางขยายเวลาการคุ้มครองลิขสิทธิ์ออกไปอีก แต่ผมสงสัยว่ามันจะเป็นไปได้เหรอ มันไม่น่าขยายไปอีกแล้ว”

อย่างไรก็ตาม Statista.com เว็บไซต์ที่รวบรวมสถิติต่าง ๆ ระบุว่า “มิกกี้ เมาส์ และผองเพื่อน” (Mickey Mouse & Friends) เป็นแฟรนไชส์สื่อที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นอันดับที่ 3 ของโลก ด้วยมูลค่ากว่า กว่า 82,900 ล้านดอลลาร์ และ “วินนี่ เดอะ พูห์” (Winnie the Pooh) ในอันดับที่ 4 มูลค่ากว่า มูลค่ากว่า 81,000 ล้านดอลลาร์ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากดิสนีย์อยากจะรักษาลิขสิทธิ์ไว้ให้ได้นานที่สุด

 

ที่มา: The Guardian, The Hill, The MomentumThe U.S. Copyright Office