เปิด "วลีฮิต" ยุคนี้ คำไหนใช้อย่างไร เทียบกับ "สำนวน สุภาษิต คำพังเพย" ใดบ้าง

เปิด "วลีฮิต" ยุคนี้ คำไหนใช้อย่างไร เทียบกับ "สำนวน สุภาษิต คำพังเพย" ใดบ้าง

เนื่องในโอกาส “วันภาษาไทยแห่งชาติ” 29 ก.ค. ส่องความหมาย “วลีฮิต” จากละคร ภาพยนตร์ รายการ ข่าว และ เน็ตไอดอล ที่ถูกนำมานิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในโลกโซเชียล แต่ละคำสามารถเปรียบได้กับ “สำนวน สุภาษิต คำพังเพย” ของไทยอะไรบ้าง

วันภาษาไทยแห่งชาติ” ตรงกับวันที่ 29 ก.ค. ของทุกปี เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงอภิปรายเรื่อง "ปัญหาการใช้คำไทย" ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิที่ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันดังกล่าว เมื่อปี 2505

 

เนื่องจากภาษานั้นมีการพัฒนาและปรับเปลี่ยนอยู่ตลอด คำศัพท์หลายคำในอดีตไม่ได้ถูกนำมาใช้อีกต่อไป เช่น เฟี้ยว จ๊าบ เปิ๊ดสะก๊าด แต่กลับมีคำที่ถูกคิดค้นขึ้นมาใหม่ใช้ทดแทน เช่น สุดปัง ต๊าซ ปั๊วะมาก ในโอกาสวันภาษาไทยแห่งชาติปีนี้ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์จึงได้รวบรวมคำ “วลีฮิต” ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน มาดูกันว่าจะมีคำใดบ้าง และแต่ละคำมีความหมายว่าอย่างไร หากเอาไปเทียบกับ สำนวน สุภาษิต และคำพังเพยของไทยที่มีมาแต่เดิม

 

เปิด "วลีฮิต" ยุคนี้ คำไหนใช้อย่างไร เทียบกับ "สำนวน สุภาษิต คำพังเพย" ใดบ้าง

วลีฮิตจากละคร และ ภาพยนตร์

- มุนินทร์ มุตตา / กาสะลอง ซ้องปีบ = เหมือนกันอย่างกับแกะ

มุนินทร์ มุตตา” เป็นตัวละครฝาแฝดจากละครสุดฮิตเรื่อง “แรงเงา” ส่วน “กาสะลอง ซ้องปีบ” เป็นตัวละครฝาแฝดจากละครเรื่อง “กลิ่นกาสะลอง” ซึ่งถูกนำมาใช้เปรียบเทียบกับคน 2 คนที่มีลักษณะเหมือนกันโดยไม่ได้เป็นอะไรกัน หรือแม้กระทั่งสิ่งของ เหมือนกับคำว่า “เหมือนกันอย่างกับแกะ” ซึ่งสามารถใช้ทั้งกรณีที่เหมือนกันจริง ๆ และในเชิงประชดประชันได้เช่นกัน 

 

- ลูกท่านทูต / นาตาชา โรมานอฟ = หนอนบ่อนไส้

ลูกท่านทูต” มาจากประโยคเต็ม ๆ ว่า “ใครเป็นลูกท่านทูตแสดงตัวออกมา” จากภาพยนตร์เรื่อง “ปล้นนะยะ” ส่วน “นาตาชา” หรือ “นาตาชา โรมานอฟ” เป็นตัวละครสายลับสาว จากค่าย “Marvel” ซึ่งทั้ง 2 คำนี้ถูกนำมาใช้ในความหมาย คนอีกฝ่ายที่พยายามแฝงตัวเข้ามาเพื่อหาความลับหรือสังเกตการณ์อะไรบางอย่าง ซึ่งใกล้เคียงกับ “หนอนบ่อนไส้” ที่แปลว่า ฝ่ายตรงข้ามที่เข้ามาทำทีเป็นพวกเดียวกันเพื่อบ่อนทำลาย

 

- ฉันเป็นประธานบริษัท = ผ้าขี้ริ้วห่อทอง

ประโยคสุดฮิตจาก “ละครคุณธรรม” อย่าง “ฉันเป็นประธานบริษัท” นั้นมาจากพล็อตเรื่องที่ประธานบริษัทซึ่งอยู่ดี ๆ ก็ต้องการพิสูจน์คุณค่าความเป็นมนุษย์ เลยปลอมตัวเป็นพนักงานระดับล่าง แล้วโดนพนักงานทั่วไปดูถูก จนสุดท้ายเผยตัวออกมาว่าตัวเองเป็นประธานบริษัท ดังนั้น วลีนี้จึงมีความหมายเดียวกับ “ผ้าขี้ริ้วห่อทอง” และละครคุณธรรมมักจะสอนให้คนอย่าดูคนที่รูปลักษณ์ภายนอกนั่นเอง

 

- สู้เขาสิวะ อิหญิง = ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน

หากจะพูดถึงประโยคที่ให้กำลังที่นิยมใช้กันในยุคนี้คงจะหนีไม่พ้น “สู้เขาสิวะ อิหญิง” ซึ่งสันนิษฐานว่า หญิงในที่นี้ คือ “สมหญิง” ตัวละครหลักในภาพยนตร์เรื่อง “เพลงสุดท้าย” ซึ่งสามารถเทียบได้กับ “ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน” และในทำนองเดียวกันกับ “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” แต่น่าเสียดายที่ชีวิตของสมหญิงกลับไปไม่ถึงฝั่งฝันและลงท้ายด้วยโศกนาฏกรรม

 

- เหมือนโดนตบหน้ากลางสี่แยก = ขายหน้าวันละห้าเบี้ย / แทรกแผ่นดิน

ดอกส้มสีทอง” เป็นละครเรื่องหนึ่งที่มีวลีฮิตเป็นจำนวนมาก และถูกนำมาใช้เล่นต่อบทกันอยู่เสมอ ๆ โดยเฉพาะฉากปะทะคารมของตัวละคร “เด่นจันทร์ ชลธี” และ “เรยา วงศ์เศวต” ที่มีคำพูดยาวเป็นห่างว่าว อีกหนึ่งประโยคที่ยังนิยมในปัจจุบันคือ “เหมือนโดนตบหน้ากลางสี่แยก” มาจากตอนที่เด่นจันทร์รู้ว่าสามีมีเมียน้อย ซึ่งแสดงถึงความอับอายขายหน้า เหมือนกับคำว่า “ขายหน้าวันละห้าเบี้ย” และ “แทรกแผ่นดิน” นั่นเอง

 

- นี่นะเหรอ นพนภา = ยิ้มด้วยปาก ถากด้วยตา

ฉากเมียน้อยตบเมียหลวงหน้ากระทรวง ในตำนานจาก ละครสุดฮิต “แรงเงา” ซึ่งฉากนี้เป็นครั้งแรกที่ มุนินทร์ ที่ปลอมตัวมาเป็นมุตตา ได้เจอกับนพนภาเป็นครั้งแรก และพูดขึ้นว่า “นี่นะเหรอ นพนภา” โดยได้ถูกนำมาใช้ในเชิงพูดเยาะเย้ย ซึ่งตรงกับสำนวน “ยิ้มด้วยปาก ถากด้วยตา” แปลว่า เยาะเย้ยด้วยกิริยาท่าทาง นอกจากประโยคนี้แล้ว ยังมีอีกหนึ่งวลีที่เกิดขึ้นจากฉากนี้ด้วย นั่นคือ “จำไว้ มุตตาไม่ใช่เหยื่อของแกอีกต่อไป

 

- หนูไม่ใช่ลูกป๊าเหรอ = น้อยเนื้อต่ำใจ

หนูไม่ใช่ลูกป๊าเหรอ” เป็นวลีที่แผลงมาจาก “แล้วฉันไม่ใช่ลูกป๊าเหรอ” ประโยคจากซีรีส์ฮิตเรื่อง “เลือดข้นคนจาง” ชาวโซเชียลมักใช้ในกรณีที่ ตัวเอง (หรือเมนตัวเอง) ไม่ได้รับความเป็นธรรม แสดงความน้อยใจ ตรงกับสำนวน “น้อยเนื้อต่ำใจ” ขณะเดียวกัน ซีนนี้ก็สร้างมีมระดับตำนานขึ้นมาด้วยกับประโยคที่ว่า “พูดออกมาได้ เฮงซวย!

 

- หล่อนมีพิรุธอีกแล้วนะ = กินปูนร้อนท้อง

หอแต๋วแตก แหกกระเจิง” เป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 2 ในจักรวาลหอแต๋วแตก ที่ได้สร้างฉากตลกในตำนานไว้นับไม่ถ้วน หนึ่งในนั้นคือ “หล่อนมีพิรุธอีกแล้วนะ” ที่เจ๊มดดำพูดกับพยูนที่ทำตัวมีพิรุธอยู่ตลอดเวลา เหมือนกับปกปิดอะไรเอาไว้ ซึ่งตรงกับสำนวน “กินปูนร้อนท้อง” นอกจากนี้ยังมีวลีในตำนานอย่าง “พยูน (เว้นวรรค) ไม่ได้ฆ่า” อีกด้วย

 

เปิด "วลีฮิต" ยุคนี้ คำไหนใช้อย่างไร เทียบกับ "สำนวน สุภาษิต คำพังเพย" ใดบ้าง

 

วลีฮิตจากรายการ และ ข่าว

 

- ต่อไปนี้ฆ่าได้ฆ่า ใครตายช่างมัน = สู้ยิบตา

- แผนของพี่คือทำให้ชีมึน = ร้อยเล่ห์เพทุบาย

- บีก็ทำไม่ได้ คริสเหรออย่าหวัง ทำแบบนี้ไม่ได้หรอก = ยกตนข่มท่าน

The Face Thailand” เป็นรายการเรียลลิตี้ค้นหานางแบบ นักแสดง ที่สร้างวลีเด็ดไว้อย่างมากมาย โดยเฉพาะในซีซัน 2 และ 3 ที่รายการดังแบบสุดขีด คำพูดของทั้ง 3 เมนเทอร์ อย่าง “ลูกเกด เมทินี” “บี น้ำทิพย์” และ “คริส หอวัง” รวมถึง “มาช่า วัฒนพานิชยังคงถูกนำมาใช้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราได้ยกตัวอย่างมา 3 วลีเด็ดคือ 

- ต่อไปนี้ฆ่าได้ฆ่า ใครตายช่างมัน = สู้ยิบตา

คริสพูดเพื่อให้กำลังใจลูกทีม หลังจากแพ้เคมเปญแรก

- แผนของพี่คือทำให้ชีมึน = ร้อยเล่ห์เพทุบาย

ลูกเกดวางแผนจะทำให้คริสงงด้วยการส่งลูกทีมเข้าห้องดำ 2 คนพร้อมกัน แต่โดนคริสตลบหลังอีกที จนลูกเกดนั่นแหละที่มึนเอง

- บีก็ทำไม่ได้ คริสเหรออย่าหวัง ทำแบบนี้ไม่ได้หรอก = ยกตนข่มท่าน

ลูกเกดพูดในแคมเปญเดินแบบบนเรือแล้วจีน่าสามารถ หมุนแบบฟูลเทิร์นได้ โดยบอกว่าเมนเทอร์อีก 2 คนก็ทำแบบที่จีน่าทำไม่ได้ รูปแบบการใช้ประโยคนี้สามารถเปลี่ยนชื่อจากบี และคริสในประโยคเป็นบุคคลอื่นที่ต้องการเปรียบเทียบได้

เปิด "วลีฮิต" ยุคนี้ คำไหนใช้อย่างไร เทียบกับ "สำนวน สุภาษิต คำพังเพย" ใดบ้าง

- ทุกคนพูดเหมือนกันหมด I have water = เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม

ก่อนหน้านี้มีข่าวคนไทยติด ตม. ที่เกาหลีใต้ เป็นเวลานานกว่า 12 ชั่วโมง แล้วถูกส่งกลับประเทศ ทั้งที่มีเอกสารหลักฐาน รายละเอียดการท่องเที่ยวครบถ้วน ระหว่างที่ให้สัมภาษณ์เธอได้กล่าวว่าระหว่างที่นั่งรอในห้องรับรองนั้น ได้ขอน้ำดื่มกับ ตม. แต่ไม่มีใครสนใจ โดยระบุว่า “ทุกคนพูดเหมือนกันหมด I have water” วลีนี้จึงถูกนำมาใช้ในสถานการณ์ที่ทุกคนทำอะไรเหมือนกันหมด ทำนอง “เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม” นั่นเอง

 

- คุณพี่อยู่จังหวัดอะไรคะ = ไม่ฟังอีร้าค่าอีรม

สมัยที่ “ลีน่าจัง” ยังทำสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม HOT TV อยู่นั้น มีสายจากทางบ้านโทรเข้ามาแจ้งปัญหาว่าไม่สามารถรับชมช่องได้ โดยพยายามแจ้งปัญหาโดยไม่ฟังที่ลีน่าถามว่า “คุณพี่อยู่จังหวัดอะไรคะ” อยู่หลายรอบ จนลีน่าเริ่มรำคาญและตะโกนประโยคเดิมซ้ำ และประโยคนี้ได้กลายเป็นไวรัล ในความหมายนี้จึงหมายความว่า “ไม่ฟังอีร้าค่าอีรม” หมายถึง ไม่ฟังว่าเขาจะพูดอะไร ไม่ฟังความเขาก่อน

 

- เตือนแล้วนะ = อาบน้ำร้อนมาก่อน

ประโยคทองมาจากรายการ “Master Chef Thailand” โดย “เชฟป้อม” ที่มักจะเข้าไปเตือนผู้เข้าแข่งขันเวลาที่ผู้เข้าแข่งขันทำอะไรผิด หรือเห็นว่ามีอะไรผิดพลาด ก่อนจะไปมักจากสเตชั่นจะพูดว่า “เตือนแล้วนะ” ซึ่งผู้เข้าแข่งขันก็มีทั้งที่ฟังคำเตือนและไม่ฟัง จนหลายครั้งก็เกิดความผิดพลาดตามที่เชฟได้บอกไว้จริง ๆ “เตือนแล้วนะ” ของเชฟป้อม จึงเป็นเหมือนกับสำนวน “อาบน้ำร้อนมาก่อน” 

 

- เนี่ย คนถามเข้าใจผิด = ถามไม่ตรงคำตอบ

สิตางศุ์ บัวทอง” เน็ตไอดอลที่เป็นเจ้าของวลีฮิตมากมายไม่ว่าจะเป็น “สะบัดต่อไม่รอแล้วนะ” “ส้มหยุด” และอีกหลากหลายคอนเทนต์ที่ถูกนำไปคัฟเวอร์ในแอปพลิเคชัน TikTok หนึ่งในนั้นก็คือ การให้สัมภาษณ์ กับ “แอนนา ทีวีพูล” ที่ช่วงหนึ่งได้ถามว่า ชีวิตไม่เคยลำบากเพราะบ้านรวย พอแม่เสียก็มีผู้ชายคอยเลี้ยงดูใช่ไหม สิตางศุ์ตอบว่า ใช่ เพราะเราไม่มีเงิน ไม่มีบ้าน ซึ่งขัดแย้งกับข้อมูลก่อนหน้านี้ จนแอนนาต้องถามย้ำว่า ไหนบอกว่ารวย สิตางศุ์ก็ตอบกลับว่า “เนี่ย คนถามเข้าใจผิด” ซึ่งตรงกับสำนวน “ถามไม่ตรงคำตอบ

 

- ไพลินชอบกินกล้วย = ตอบไม่ตรงคำถาม

เมื่อมีถามไม่ตรงคำตอบ ก็ต้องมี “ตอบไม่ตรงคำถาม” โดยวลีที่เทียบเคียงกับสำนวนนี้ได้ก็คือ “ไพลินชอบกินกล้วย” มาจากการตอบคำถามของผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ ปี 2549 กับคำถามที่ว่า ถ้าคุณเป็นตัวแทนสาวไทยไปประกวดมิสยูนิเวิร์ส จะแนะนำผลไม้ไทย 2 ชนิดใดให้ผู้ประกวดท่านอื่น ๆ และเพราะอะไร แต่เธอกลับตอบว่า “ไพลินชอบกินสับปะรด ชอบกินกล้วย” สุดท้ายลามไปที่อยากให้เด็กไทยดื่มนม ก่อนที่จะตบท้ายว่า แนะนำสับปะรดและเงาะ เพราะเธอชอบกินมากและอร่อย แม้ว่าในที่สุดเธอจะไม่ได้ตำแหน่ง แต่ตำนานนี้ยังคงอยู่ตลอดไป

 

เปิด "วลีฮิต" ยุคนี้ คำไหนใช้อย่างไร เทียบกับ "สำนวน สุภาษิต คำพังเพย" ใดบ้าง

วลีฮิตจากโซเชียล

- อิกะเทย มึ*สิ อิกะเทย = ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง

- นิมนต์ลง บัดเดี๋ยวนี้ = ขับไล่ไสส่ง

คลิปในตำนานที่กลายเป็นที่พูดถึงกันทั่วโลกโซเชียล คือ คลิปชายที่มีลักษณะคล้ายพระสงฆ์แซงคิวคนอื่น ๆ ที่รอใช้บริการรถตู้อยู่ โดยเดินไปขึ้นรถทันทีที่รถเข้ามาจอด และหลังจากรถออกตัวไปแล้วก็ยังโวยวาย แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมด้วยการพูดคำหยาบและทะเลาะกับผู้โดยสาร จนมีวลีฮิตมากมายที่พูดกันถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น “ไม่ได้ด่าผ้าเหลือง สาธุ” “มีใบไหม” “ปาราชิก” “กุจะแจ้ง” “อิมารศาสนา” แต่ที่เป็นนิยมมากที่สุดคือ อิกะเทย มึ*สิ อิกะเทย = ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง และ นิมนต์ลง บัดเดี๋ยวนี้ = ขับไล่ไสส่ง

 

- ขอบคุณพี่โบว์ที่มางานศพแม่พี่โบว์ = อัฐยายซื้อขนมยาย

เน็ตไอดอลอีกหนึ่งคนที่สร้างตำนานคำเด็ดคำดังในโลกโซเชียลจำนวนมากก็คือ “หนูรัตน์” หรือ “ธิดาพร ชาวคูเวียง” โดยหนูรัตน์ได้ไปร่วมงานศพแม่ของโบว์ ซูเปอร์วาเลนไทน์ แล้วโพสต์ว่า “ขอบคุณพี่โบว์ที่มางานศพแม่พี่โบว์” ซึ่งน่าจะมาจากการพิมพ์ผิดของหนูรัตน์ แต่ชาวเน็ตก็นำมาใช้ในความหมายว่า “อัฐยายซื้อขนมยาย” ที่แปลว่า เอาทรัพย์จากผู้ใดผู้หนึ่งซื้อหรือแลกสิ่งของอื่นของผู้นั้น

เปิด "วลีฮิต" ยุคนี้ คำไหนใช้อย่างไร เทียบกับ "สำนวน สุภาษิต คำพังเพย" ใดบ้าง

 

- เพชรเห็นเพชรแทงนะคะ = ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

เพชรปากปลาร้าหน้าเป๊ะ” เน็ตไอดอลชื่อดัง มักจะมีคนถ่ายรูปเธอในอิริยาบถต่าง ๆ ซึ่งอาจจะดูไม่ดี อีกทั้งกลัวว่าคนที่ไม่ชอบตนจะเข้ามาทำร้าย จึงทำให้ต้องพกมีดสั้นไว้ จึงเป็นที่มาของประโยค “ถ้าเพชรเห็นเพชรแทงนะคะ” เทียบได้กับสำนวน “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็นรูปอีโมจิ 💎 👀 💎 🔪 แทนการพิมพ์ประโยคเต็ม ๆ แต่ก็เข้าใจได้เหมือนกัน

 

- จะบ้าตายรายวัน = ปวดเศียรเวียนเกล้า

อีกหนึ่งเน็ตไอดอลที่แจ้งเกิดแบบสุดขีดในปีที่แล้วอย่าง “แม่หญิงลี” หรือ “พระมหาเทวีเจ้า” ได้ทำให้กำเนิดวลีฮิตมากมาย และปลุกกระแสเพลิงพระนางกลับมาดังอีกครั้ง โดยวลีแจ้งเกิดของแม่หญิงลีก็คือ “จะบ้าตายรายวัน” ซึ่งมีความหมายเหมือนกับ “ปวดเศียรเวียนเกล้า” นั่นเอง

 

- แดงไหน = คาบลูก คาบดอก

แดงไหน” เป็นประโยคที่ “แอนนา ทีวีพูล” พูดเมื่อเห็นชุดราตรีสีแดงของ “นิ้ง โศภิดา” ที่ใส่ในการประกวดมิสยูนิเวิร์สรอบสุดท้าย ซึ่งแฟน ๆ นางงามต่างเอาชุดของนิ้งมาแซวกันอยู่เรื่อยมา พร้อมทั้งตัดต่อนิ้งไปใส่ชุดของนางงามคนอื่น จนมีวลี “นิ้งไม่เคยได้พัก” ขึ้นมาอีก

สำหรับ “แดงไหน” แอนนาได้มาเปิดเผยภายหลังว่า ตอนที่เห็นชุดแดงของนิ้ง โดยที่ยังไม่ได้เห็นหน้า เธอภาวนาว่าขอให้ไม่ใช่ชุดของไทย ดังนั้นแดงไหน ในบริบทนี้จึงหมายถึง “คาบลูก คาบดอกสภาวะคับขัน สถานการณ์ก้ำกึ่ง ไม่รู้ว่าจะดีหรือร้าย

 

- พูดได้ไหม พี่จี้ = น้ำท่วมปาก

หากจะพูดถึงกูรูและรีแคปนางงามที่พูดได้อย่างอรรถรสและมีข้อมูลวงในมาเล่าสู่กันฟังเสมอ คงจะหนีไม่พ้นคู่หู แอนนา และ พี่จี้ ซึ่งหลาย ๆ ครั้ง แอนนาอยากจะพูดอยากจะเล่าเรื่องบางอย่าง แต่ไม่แน่ใจว่าสมควรพูด หรือถึงเวลาที่พูดได้หรือยัง ก็จะหันไปถามพี่จี้ว่า “พูดได้ไหม พี่จี้” ซึ่งก็เข้าทำนอง “น้ำท่วมปาก” นั่นเอง โดยพี่จี้ก็จะรับบทลูกคู่ตอบแอนนาว่า “พูดเลยแอนนา

เปิด "วลีฮิต" ยุคนี้ คำไหนใช้อย่างไร เทียบกับ "สำนวน สุภาษิต คำพังเพย" ใดบ้าง

 

- แล้วพลอยไพลินจะเป็นไหม = ไปไหนมาสามวาสองศอก

- แล้วเราคนเดียวจะไปสู้มันไหวเหรอ = รักตัวกลัวตาย / หัวเดียวกระเทียมลีบ

อีกหนึ่งคลิปที่เป็นไวรัล ด้วยความน่ารักและพูดไปเรื่อยเจื้อยแจ้วของผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อว่า “พี่สุวิมล” ที่พูดกับคนขายโทรศัพท์มือถือ โดยที่จับใจความไม่ได้ว่าเธอต้องการสื่ออะไร แต่ก็สามารถฟังได้อย่างเพลิดเพลิน และลื่นไหล ซึ่งพี่สุวิมลได้สร้างวลีฮิตไว้หลายคำ ไม่ว่าจะเป็น “ไปเรียนไปสร้าง” 

รวมถึง “แล้วพลอยไพลินจะเป็นไหม” ที่มีความหมายใกล้เคียงกับ “ไปไหนมาสามวาสองศอก” คือ ถามอย่างตอบอย่าง และประโยคนี้ยังถูกใช้เป็นประโยคพูดเพื่อตัดบท หรือถามโดยไม่ต้องการคำตอบอีกด้วย  ขณะที่ “แล้วเราคนเดียวจะไปสู้มันไหวเหรอ” ถูกใช้ในความหมายว่า “รักตัวกลัวตาย” หรือ “หัวเดียวกระเทียมลีบ

 

- ปุ๋ย = หลังเขา

ปุ๋ย” ในที่นี้หมายถึง ทำอะไร หรือรู้อะไรที่หลังชาวบ้านชาวช่อง แล้วมาโพสต์แจ้งให้คนอื่นทราบ ซึ่งมีความหมายใกล้เคียงกับ “หลังเขา” โดยมาจากประโยคเต็ม ๆ ที่ว่า “รู้ไหมว่าพี่ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ ได้ตำแหน่งนางงามจักรวาลแล้ว” พร้อมแนบรูปหรือ GIF พี่ปุ๋ยตอนได้รับตำแหน่ง ตั้งแต่สมัยเมื่อสิบกว่าปีก่อนในเว็บบอร์ดเว็บหนึ่ง ซึ่งต่อมาก็ได้มีการพัฒนารูปแบบมาเป็นถุงปุ๋ยจริง ๆ หรือถ้าเรื่องที่ถูกมาพูดถึงมันเก่ามา หรือเขารู้กันทั้งบางตั้งนานแล้ว ก็จะใช้รูป อาปุ๊ก อาภัสรา คนไทยคนแรกที่เป็นนางงามจักรวาลแทน

เปิด "วลีฮิต" ยุคนี้ คำไหนใช้อย่างไร เทียบกับ "สำนวน สุภาษิต คำพังเพย" ใดบ้าง .

 

- มงสามมาแน่ = สร้างวิมานในอากาศ

มงสามมาแน่” เป็นวลีที่แฟนนางงามพูดกันมาตั้งแต่สมัย “แนท อนิพรณ์” ไปประกวดมิสยูนิเวิร์ส และใช้พูดกันมาตลอดนับตั้งแต่นั้น เนื่องจากเห็นว่าตัวแทนสาวไทยในแต่ละปีล้วนมีความสามารถ และศักยภาพที่สามารถเป็นมิสยูนิเวิร์สได้ แต่ก็ยังไม่ถึงฝั่งฝันเสียที จนหลายคนแซวว่า เหมือนกับการ “สร้างวิมานในอากาศ” แต่ตราบใดที่เรามีความหวัง และพัฒนาสายสะพายของไทยให้แข็งแรงขึ้นไปอีก สักวันมงสามต้องมาอย่างแน่นอน

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจรวบรวม (ข้อมูลวันที่ 26 ก.ค. 2565)

กราฟิก: จิรภิญญาน์ พิษถา

เปิด "วลีฮิต" ยุคนี้ คำไหนใช้อย่างไร เทียบกับ "สำนวน สุภาษิต คำพังเพย" ใดบ้าง