background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ล่าสุดจาก "Bear Pond Espresso" แตกไลน์ใหม่ เปิดตัว “กาแฟแท่ง”!

ล่าสุดจาก "Bear Pond Espresso" แตกไลน์ใหม่ เปิดตัว “กาแฟแท่ง”!

เอสเพรสซบาร์ชื่อดังของญี่ปุ่น เจ้าของเมนูกาแฟสุดฮิตอย่าง "Dirty Coffee" หันมาแตกไลน์ธุรกิจใหม่ ด้วยการเปิดตัว "กาแฟแท่ง" หรือ "coffee bar" สำหรับคนรักเอสเพรสโซโดยเฉพาะ เป็นงานคราฟท์ที่โฟกัสรสชาติของกาแฟเป็นหลัก ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงการกาแฟพิเศษเลยก็ว่าได้

แม้ว่าวัฒนธรรมการดื่ม กาแฟ จะเป็นปรากฏการณ์ค่อนข้างใหม่ในหน้าประวัติศาสตร์มวลมนุษยชาติ นับจากมีต้นกำเนิดจากป่าธรรมชาติในเอธิโอเปียเมื่อไม่กี่ศตวรรษก่อน แต่กาแฟได้กลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตประจำวันของผู้คนหลายพันล้านคนทั่วโลกในเวลาอันรวดเร็ว

นอกจากมีสถานะเป็นเครื่องดื่มแล้ว ในเวลาต่อมากาแฟยังถูกนำไปเป็นส่วนผสมของอาหาร, เบเกอรี่, ลูกอม และขนมของกินเล่นต่างๆ แต่การนำกาแฟชนิดเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ มาแปรรูปเป็นอาหารว่างหรือขนมขบเคี้ยวแบบแท่งอย่าง “สแน็กบาร์” เท่าที่ทราบเพิ่งจะเกิดขึ้นไม่เกิน 10 ปีมานี้เอง จำได้ว่าตอนนั้นเป็นปี ค.ศ. 2014 นักศึกษากลุ่มหนึ่งจากมหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์น ในสหรัฐ ได้พัฒนา กาแฟแท่ง หรือ กาแฟบาร์ หรือ coffee bar ขึ้นมา รูปแบบและหน้าตาคล้ายๆ ช็อคโกแลตแท่งหรือช็อคโกบาร์ที่มีขายกันอยู่ทั่วไปนั่นแหละครับ

ล่าสุดจาก "Bear Pond Espresso" แตกไลน์ใหม่ เปิดตัว “กาแฟแท่ง”!

นักศึกษากลุ่มนี้ใช้กาแฟคั่วบดเป็นส่วนผสมหลัก เพิ่มเติมด้วยข้าวโอ๊ต, เนย และมะม่วงหิมพานต์ จุดประสงค์การผลิต ก็เพื่อลดการใช้ “ถ้วยกระดาษ” และ “พลาสติก” ที่แต่ละปีกลายเป็นขยะมากมาย ไอเดียคือ แม้ "กาแฟแท่ง" ยังคงใช้กระดาษเป็นแพคเกจจิ้งห่อหุ้ม แต่ก็มีหลายชิ้นในหนึ่งแพค นักศึกษากลุ่มนี้มองว่าเป็นการบริโภคกาแฟที่สิ้นเปลืองน้อยกว่ากาแฟของเหลวในถ้วยกระดาษ

ผู้เขียนไม่ได้ตามข่าวต่อว่ากาแฟสแน็ก บาร์ ของนักศึกษาในสหรัฐ มีการนำไปพัฒนาต่อยอดหรือไม่ แต่ในอีก 3-4 ปีต่อมา กาแฟสไตล์นี้ก็ปรากฏโฉมออกมาจากหลายแบรนด์และหลากเมนู มีส่วนผสมของนมเข้าไปปรุงแต่งรสชาติ เช่น คาปูชิโน, ม็อคค่า, ลาเต้, คาราเมล มัคคิอาโต้ และฯลฯ หรือผสมกันระหว่างกาแฟกับช็อคโกแลตก็มี  ส่วนใหญ่ผลิตเป็นอาหารว่างที่เน้นให้ “พลังงาน” มีข้อมูลโภชนาการและปริมาณคาเฟอีน ติดบนฉลากผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด

ละเอียดถึงขนาดที่ว่า "กาแฟบาร์" แต่ละชิ้นให้ “ปริมาณคาเฟอีน” มากน้อยเพียงใด  คิดเป็นอัตราส่วนเท่าไรเมื่อเทียบกับเครื่องดื่มกาแฟหนึ่งแก้ว ถือเป็นข้อมูลดีมีประโยชน์กับผู้บริโภคมากๆ และสำหรับคนที่มีอาการโอเวอร์โดส จากการดื่มกาแฟเกินขนาด จนทรมานเพราะฤทธิ์คาเฟอีน อย่างตัวผู้เขียนเป็นต้น

บางแบรนด์ก็ขยับไปใช้กาแฟคุณภาพสูงเป็นจุดขาย พร้อมนำเสนอรายละเอียดที่มาของกาแฟ เช่น แหล่งปลูก, สายพันธุ์, ออร์แกนิค และกลิ่นรส เพิ่มเติมด้วยชื่อของโรงคั่วกาแฟด้วย เพื่ออัพเกรดให้เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพ คล้ายๆ "กาแฟพิเศษ" มากเลย เพียงแต่เปลี่ยนรูปจากเครื่องดื่มมาเป็นสแน็ก บาร์ ทว่าแบรนด์เหล่านี้แทบทั้งหมดทำธุรกิจขนมขบเคี้ยว ยังไม่เห็นคนในแวดวงธุรกิจกาแฟพิเศษโดยตรงเข้ามาจับงานตรงนี้อย่างเป็นกิจจะลักษณะ

แต่ล่าสุด เอสเพรสซบาร์ชื่อดังของญี่ปุ่นร้านหนึ่ง เจ้าของเมนูกาแฟสุดฮิตอย่าง เดอร์ตี้ ค๊อฟฟี่ หันมาแตกไลน์ธุรกิจใหม่ ด้วยการเปิดตัว "กาแฟแท่ง" หรือ "coffee bar" สำหรับคนรักเอสเพรสโซโดยเฉพาะ เป็นงานคราฟท์ล้วนๆ โฟกัสที่ไปรสชาติของกาแฟเป็นหลัก ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงการ "กาแฟพิเศษ" เลยก็ว่าได้

ใช่ครับ...ผมกำลังพูดถึงร้าน "แบร์ พอนด์ เอสเพรสโซ" (Bear Pond Espresso) ในโตเกียวที่มีเจ้าของชื่อว่า "คัตซึยูกิ ทานากะ" ค๊อฟฟี่แมนสายอาร์ทติส  ซึ่งมีนักริวิวอาหารและเครื่องดื่มญี่ปุ่นเองถึงกับยกย่องให้เป็น บาริสต้าในตำนาน

ล่าสุดจาก "Bear Pond Espresso" แตกไลน์ใหม่ เปิดตัว “กาแฟแท่ง”! แบร์ พอนด์ เอสเพรสโซ เพิ่งครบรอบการเปิดร้านปีที่ 13 เมื่อ 4 กรกฏาคม 2022 / ภาพ : www.facebook.com/Bear-Pond-Espresso-180813752278448 

ฟรอม บีน ทู บาร์...แบร์ พอนด์ เอสเพรสโซ ตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ใหม่ของร้านว่า "coffeedust bar" พร้อมชื่อซีรีส์ "EXPERIENCE" เป็นของกินเล่นหรือขนมขบเคี้ยวที่ใช้กาแฟคั่วบดทำเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ กำลังได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนจากญี่ปุ่นเองและจากต่างประเทศ อาจจะด้วยจากความเป็นค๊อฟฟี่แมนคนดังคนหนึ่งของวงการ มีชื่อปรากฎตามหน้าเว็บไซต์ข่าวมาหลายปีดีดัก รวมไปถึงแคแรคเตอร์ที่พิเศษเฉพาะตัวทั้งเจ้าของร้านเอง, บรรยากาศร้าน, การตลาดของร้าน และเมนูกาแฟต่างๆ ที่สร้างสรรค์ขึ้น

หลายคนอาจเคยแวะไปยังร้านนี้ที่ไม่ชอบเดินตามกระแสหลัก แล้วไม่ถูกใจ และไม่ไปอีกเลย แต่หลายๆ คนก็กลายมาเป็นแฟนคลับเหนียวแน่น คอยติดตามความเคลื่อนไหวผ่านทางเฟสบุ๊คและอินสตาแกรมของร้านโดยตลอด

ล่าสุดจาก "Bear Pond Espresso" แตกไลน์ใหม่ เปิดตัว “กาแฟแท่ง”! คัตซึยูกิ ทานากะ กับสินค้าหลากชนิดของแบร์ พอนด์ เอสเพรสโซ / ภาพ : www.facebook.com/Bear-Pond-Espresso-180813752278448  

กาแฟบาร์ของแบร์ พอนด์ เอสเพรสโซ ประกอบไปด้วยเมล็ดกาแฟคั่วสไตล์ "ฟลาวเวอร์ ไชลด์" อันเป็นสูตรเฉพาะสำหรับเอสเพรสโซของร้าน, น้ำ, นม และน้ำตาลอีกเล็กน้อย ไม่ใส่โกโก้หรือช็อคโกแลตเลย ขั้นตอนการเปลี่ยนเมล็ดกาแฟคั่วให้กลายเป็นของเหลวเข้มข้นเพื่อนำไปขึ้นรูปตามแม่พิมพ์ น่าจะเหมือนวิธีทำช็อคโกแลตบาร์แบบโฮมเมด ใช้กระดาษบางทำแพคเกจจิ้งแบบย้อนยุค ตัวสีของชิ้นกาแฟบาร์เป็นรูปสี่เหลี่ยมเหล้ๆ ดูไม่ต่างไปจากดาร์กช็อกโกแลตเท่าใดเลย

ส่วนรสชาตินั้น ทางแบร์ พอนด์ฯ บอกว่า เหมือนดื่ม “เอสเพรสโซ” ที่เข้มข้น พร้อมด้วยกลิ่นกาแฟคั่วอันเป็นเอกลักษณ์

ล่าสุดจาก "Bear Pond Espresso" แตกไลน์ใหม่ เปิดตัว “กาแฟแท่ง”! กาแฟแท่ง ของแบร์ พอนด์ เอสเพรสโซ มาในแพคเกิจจิ้งแบบย้อนยุค / ภาพ : www.facebook.com/Bear-Pond-Espresso-180813752278448

ในเว็บไซต์หรืออินสตาแกรมของแบร์ พอนด์ฯ บอกว่า "กาแฟแท่ง" ที่ร้านทำขึ้น มีเจ้าของร้านเป็นคนลงมือทำทุกขั้นตอน และไม่ได้มีขายทุกวัน แต่จะทำเป็นล็อตๆ ไม่เยอะ ไม่เน้นคอมเมอร์เชี่ยล “หมดแล้วหมดเลย” คนที่สนใจอยากชิมต้องแวะมาตามข่าวที่อินสตาแกรมของร้านกันเอาเอง ตั้งราคาขายไว้ที่ชิ้นละ 800 เยน (212 บาท)

ส่วนเรื่องรายละเอียดวิธีการทำนั้น แม้จะไม่ได้บอกเอาไว้ชัดเจน แต่แบร์ พอนด์ฯ ก็ยืนยันจะไม่จดลิขสิทธิ์สินค้าใหม่แต่ประการใด

ล่าสุดจาก "Bear Pond Espresso" แตกไลน์ใหม่ เปิดตัว “กาแฟแท่ง”! กาแฟแท่ง ของแบร์ พอนด์ เอสเพรสโซ วางขายเฉพาะในอินสตาแกรม / ภาพ : www.facebook.com/Bear-Pond-Espresso-180813752278448

คัตซึยูกิ ทานากะ ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหัวหอกนำวัฒนธรรมกาแฟยุคใหม่เข้าสู่ญี่ปุ่น หลังจากเปิดร้านกาแฟย่านชิโมะคิตาซาวะในกรุงโตเกียว เมื่อปี ค.ศ. 2009 ก่อนหน้าที่คลื่นกาแฟสมัยใหม่จะถั่งโถมเข้าแดนซามูไรเสียอีก และก็เพิ่งครบรอบปีที่ 13 ของการเปิดร้านไปเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมานี้เอง

ใน  A Film About Coffee ภาพยนตร์สารคดีที่ผลิตขึ้นเมื่อปีค.ศ. 2014 ว่าด้วยการเดินทางของเมล็ดกาแฟจากไร่ในฮอนดูรัสและรวันดาสู่ร้านกาแฟพิเศษในโตเกียว, พอร์ตแลนด์, ซีแอตเทิ้ล, ซานฟรานซิสโก และนิวยอร์ค มีมือวางอันดับต้นๆ ของโลกกาแฟพิเศษ ร่วมแสดงอยู่ในสารคดีชุดนี้ด้วย ได้แก่ ไมเคิล ฟิลิปส์  แชมป์โลกบาริสต้า 2010, ปีเตอร์ กุยเลียโน่ ระดับโปรอีกคนของวงการ และคัตซึยูกิ ทานากะ จากแบร์ พอนด์ เอสเพรสโซ

อดีตนั้น ทานากะ เคยเป็นผู้อำนวยการฝ่ายครีเอทีฟของบริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่แห่งของญี่ปุ่น เคยผลิตภาพยนตร์โฆษณาให้กับบริษัทเบียร์ฮาซาฮีที่หันมาทำธุรกิจกาแฟกระป๋องด้วยเมื่อปีค.ศ. 1986 เป็นโฆษณาที่มี "ดิเอโก้ มาราโดน่า" นักเตะมหัศจรรย์ทีมชาติอาร์เจนติน่า เป็นพรีเซนเตอร์ให้ จากนั้นไม่นาน ทานากะก็ย้ายออกจากญี่ปุ่นไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยอะริโซน่าในสหรัฐ เรียนจบก็ไปทำงานให้กับบริษัทเฟดเอ็กซ์

ระหว่างอยู่ที่อเมริกาเกิด “ตกหลุมรัก” กาแฟขึ้นมาในจังหวะเกิดคลื่นลูกที่ 3 ของโลกกาแฟพอดี จึงเริ่มสนใจในศาสตร์กาแฟ ไปเรียนจนได้รับประกาศนียบัตรบาริสต้าจากสถาบันการเรียนรู้กาแฟพิเศษ Counter Culture Coffee  พร้อมด้วยแทมเปอร์กาแฟเอสเพรสโซสลักชื่อหนึ่งอัน เป็นเครื่องหมายการันตีว่าจบมาจริงนะ

ล่าสุดจาก "Bear Pond Espresso" แตกไลน์ใหม่ เปิดตัว “กาแฟแท่ง”! A Film About Coffe ที่คัตซึยูกิ ทานากะ มีบทบาทร่วมแสดงอยู่ด้วย / ภาพ : www.instagram.com/moondogg_espresso_roastars

ทานากะเคยให้สัมภาษณ์คอลัมนิสต์ของนิตยสารฟอร์บส์ เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมว่า “กาแฟแท่ง” เป็นทางเลือกที่สามารถทดแทนการดื่มกาแฟและช็อคโกแลตบาร์ได้เป็นอย่างดี กาแฟแท่งแต่ละชิ้นของแบร์ พอนด์ฯ มีปริมาณคาเฟอีน 50 มิลลิกรัม หรือราวครึ่งหนึ่งของกาแฟหนึ่งแก้ว อย่างไรก็ดี ระดับคาเฟอีนและรสชาติ ปรับแต่งกันได้ตามประเภทของเมล็ดกาแฟคั่วบดที่นำมาใช้

เมื่อ 5 ปีก่อน มีเชนโรงแรมบูติคของอเมริกันติดต่อเข้ามาหา อยากเป็น “หุ้นส่วนทางธุรกิจ” กับทานากะ เพื่อทำร้านกาแฟในแบบที่ไม่เหมือนใคร แต่บังเอิญเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ขึ้นมา โปรเจคจึงล้มไป แต่ไอเดียหนึ่งที่เกิดขึ้นกับค๊อฟฟี่แมนสายอาร์ทติสคนนี้ก็คือ อยากแปรรูปกาแฟจากของเหลวให้เป็นของแข็งกินได้เหมือนช็อคโกแลตบาร์ เนื่องจากตอนออกไปพบปะผู้คนข้างนอก ตัวเขาเองรู้สึกหงุดหงิดที่ไม่อาจให้คนเหล่านี้ได้เทสกาแฟในรสชาติของแบร์ พอนด์ฯ

แต่หากมีกาแฟแท่งที่พกติดตัวไปไหนต่อไหนได้เหมือนนามบัตร เรื่องมันก็ง่ายขึ้นมาทันที

เป้าหมายทานากะ ก็คือ ต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เป็นที่จดจำของทุกคนที่ได้ลิ้มลอง แต่ถ้ามีบางคนเกิดไม่ชอบขึ้นมา ทานากะตอบว่า เขาโอเค เพราะรสชาติเของร้านอาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน ถ้าทุกคนชอบเหมือนกันหมด แสดงว่าเป็นแค่ผลิตภัณฑ์ทั่วๆ ไป เขาต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับกลุ่มคนที่พร้อมเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ และเมื่อได้ชิมแล้วพยายามนึกถึงถึงรสชาติว่ามีอะไรบ้าง

ทานากะ เปรียบสินค้าตัวใหม่ของร้าน ว่า เป็น “คลื่นลูกเล็กๆ” แล้วก็เชื่อว่าหากคลื่นลูกเล็กๆ รวมตัวกันมากๆ ก็กลายเป็นคลื่นลูกใหญ่หรือบิ๊กเวฟที่สามารถสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆหรือเปลี่ยนแปลงวิธีคิดของคนได้

ขณะที่คลื่นลูกแรกของโลกกาแฟคือกาแฟในรูปสินค้าโภคภัณฑ์ที่เริ่มขึ้นในช่วงทศวรรษ 1960 คลื่นลูกที่สองเกิดขึ้นหลังการเปิดร้านสตาร์บัคส์ ทานากะบอกว่า ตอนนี้เราอยู่ในคลื่นลูกที่สามที่มีผู้เชี่ยวชาญกาแฟมากขึ้น แล้วคลื่นลูกต่อไปล่ะ? แน่นอนว่าไม่มีใครรู้แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะคลื่นแต่ละลูกที่ก่อตัวขึ้นล้วนเป็นผลมาจากระลอกคลื่นเล็กๆ ทั้งสิ้น

บาริสต้าในตำนานคนนี้ ตั้งความหวังอย่างแรงกล้าเอาไว้ ขอเป็นคนสร้างหนึ่งในระลอกคลื่นลูกเล็กๆ เหล่านั้น

และเพื่อบรรลุเป้าหมาย คัตซึยูกิ ทานากะกับภรรยามีแผนขับรถเดินสายเยือนร้านกาแฟทั่วญี่ปุ่น พร้อมด้วยสุนัขตัวโปรด เพื่อโปรโมท "กาแฟแท่ง" หรือ "coffee bar" ที่แบร์ พอนด์ฯ ผลิตขึ้นมา เหนือสิ่งอื่นใด ทานากะปรารถนาว่า เจ้าของร้านเหล่านั้นจะร่วมรับรู้ได้ถึงคลื่นกาแฟลูกต่อไปที่กำลังก่อตัวขึ้นจากระดับรากหญ้า และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมสร้างระลอกคลื่นเล็กๆ ลูกใหม่ขึ้น...เฉกเช่นเดียวกับเขานั่นเอง!