background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

“ทัวร์เที่ยวไทย” ขยายเวลา เริ่ม 11 กรกฎาคม ถึง 31 ตุลาคม 2565

“ทัวร์เที่ยวไทย” ขยายเวลา  เริ่ม 11 กรกฎาคม ถึง 31 ตุลาคม 2565

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ขยายเวลาโครงการ "ทัวร์เที่ยวไทย" เพื่อให้คนไทยได้ท่องเที่ยวช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจ เริ่มจองสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคมนี้

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ยื่นข้อเสนอขอขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการทัวร์เที่ยวไทย ต่อ คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ (คงก.)

ในการประชุม คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ วันที่ 31 พฤษภาคม 2565 และวันที่ 21 มิถุนายน 2565

คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้อนุมัติโครงการ ทัวร์เที่ยวไทย ให้สิ้นสุดโครงการถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2565

และขยายระยะเวลาการเบิกจ่ายเงินจนถึงเดือนธันวาคม 2565 โดยกำหนดให้ประชาชนใช้สิทธิได้ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2565

 

และเบิกจ่ายงบประมาณให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2565 พลิกฟื้น ธุรกิจท่องเที่ยว ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของประชาชน เสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและธุรกิจนำเที่ยว 

“ทัวร์เที่ยวไทย” ขยายเวลา  เริ่ม 11 กรกฎาคม ถึง 31 ตุลาคม 2565 Cr. ข่าวสารท่องเที่ยว ททท.

  • ขยายเวลากระตุ้นการท่องเที่ยว

ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า โครงการ ทัวร์เที่ยวไทย เป็นโครงการที่รัฐบาลสนับสนุนค่าแพคเกจท่องเที่ยว 40% ให้แก่ประชาชน ไม่เกิน 5,000 บาท/สิทธิ กำหนด 1 สิทธิ/คน (จำนวนสิทธิคงเหลือ ณ วันที่ 7 ก.ค. 2565 คือ 131,415 สิทธิ)

“การขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งผลักดัน มาตรการช่วยเหลือและเยียวยา ผู้ประกอบธุรกิจด้านการท่องเที่ยวตลอดห่วงโซ่อุปทานที่ได้รับผลกระทบเพื่อฟื้นฟูภาคธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศที่ซบเซา

อันเนื่องมาจาก การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยใช้ การท่องเที่ยว เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบายของรัฐบาล

และได้ขอขยายระยะเวลาการสิ้นสุดโครงการถึง วันที่ 31 ตุลาคม 2565 และขยายระยะเวลาการเบิกจ่ายเงินให้แล้วเสร็จภายใน วันที่ 30 ธันวาคม 2565 โดยใช้วงเงินงบประมาณเดิม (งบประมาณ 1,000 ล้านบาท)

สำหรับ ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ที่มีความประสงค์เข้าร่วมโครงการ ต้องมีคุณสมบัติเป็น ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว (ทั้งแบบบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล)

ที่ได้รับอนุญาตหรือดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายและยังเปิดให้บริการตามปกติ ต้องจดทะเบียนก่อนวันที่ 1 มกราคม 2563 และมีการต่ออายุอย่างต่อเนื่องจนจบโครงการ

ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนหรือถูกดำเนินคดีอาญาในโครงการกำลังใจ เราเที่ยวด้วยกัน หรือโครงการอื่น ๆ ของรัฐ

เปิดใช้บริการแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ระบุเป็นประเภท ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว เท่านั้น และลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านเว็บไซต์ www.ทัวร์เที่ยวไทย.ไทย

“ทัวร์เที่ยวไทย” ขยายเวลา  เริ่ม 11 กรกฎาคม ถึง 31 ตุลาคม 2565 Cr. ข่าวสารท่องเที่ยว ททท.

โดยมีเงื่อนไข คือ  1 บริษัท ต่อ 1,000 สิทธิ และ รายการนำเที่ยว 30 รายการ ต่อ 1 บริษัท กรณีผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวรายเดิมที่ลงทะเบียนในเว็บไซต์แล้ว

ส่งรายการนำเที่ยวใหม่วันที่ 27 มิถุนายน  – 15 กันยายน 2565 / เปิดจองรายการนำเที่ยวเดิมวันที่ 11 กรกฎาคม 2565 / เริ่มออกเดินทางทริปแรกวันที่ 18 กรกฎาคม 2565 เสร็จสิ้นวันที่ 31 ตุลาคม 2565 / ส่งรายการนำเที่ยวครั้งสุดท้ายวันที่ 15 กันยายน 2565

กรณี ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวรายใหม่ ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนในเว็บไซต์ สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ทัวร์เที่ยวไทย.ไทย ได้ตั้งแต่ 27 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป

ส่งรายการนำเที่ยววันที่ 3 กรกฎาคม – 15 กันยายน 2565 / เริ่มออกเดินทางทริปแรกวันที่ 18 กรกฎาคม 2565 เสร็จสิ้นวันที่ 31 ตุลาคม 2565 / ส่งรายการนำเที่ยวครั้งสุดท้ายวันที่ 15 กันยายน 2565

สำหรับ ประชาชนทั่วไป ที่มีความประสงค์เข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติ คือ เป็นผู้มีบัตรประจำตัวประชาชนและเป็นบุคคลสัญชาติไทย มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ต้องแสดงตนรับสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน“เป๋าตัง”

โดยผู้ที่เข้าร่วมโครงการไม่สามารถใช้แพคเกจท่องเที่ยวของโครงการ ทัวร์เที่ยวไทย ในช่วงเวลาเดียวกับการเข้าพักโรงแรม/ที่พักของโครงการเราเที่ยวด้วยกันได้

“ทัวร์เที่ยวไทย” ขยายเวลา  เริ่ม 11 กรกฎาคม ถึง 31 ตุลาคม 2565 Cr. ข่าวสารท่องเที่ยว ททท.

สามารถเลือกจองรายการนำเที่ยวที่สนใจผ่านเว็บไซต์ www.ทัวร์เที่ยวไทย.ไทย ได้ตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม - 31 ตุลาคม 2565

ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมโครงการต้องซื้อรายการนำเที่ยวก่อนออกเดินทาง 7 วัน และชำระค่ารายการนำเที่ยวจำนวน 60% ของราคารายการนำเที่ยวให้กับผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”ภายในเที่ยงคืนของวันที่ทำการจอง

และสามารถ ยกเลิกการจองรายการนำเที่ยว ก่อนชำระเงินเท่านั้น กรณีชำระเงินแล้วมีเหตุสุดวิสัยไม่สามารถเดินทางได้ การคืนเงินให้ปฏิบัติตาม พรบ. ธุรกิจนำเที่ยว ปี 2551 และไม่สามารถโอนสิทธิ์การเดินทางให้บุคคลอื่นได้

จากความสำเร็จของโครงการ ฯ ที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยวออกเดินทางแล้ว 63,506 คน มีจำนวนผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวเสนอขายรายการไปทั้งสิ้น 375 ราย สร้างรายได้รวมมูลค่า 728,166,429.40 บาท

แบ่งเป็นจำนวนเงินที่นักท่องเที่ยวใช้จ่ายมูลค่า 445,314,012.40 บาท และจำนวนเงินที่รัฐบาลสนับสนุนมูลค่า282,852,416.80 บาท  (ข้อมูล ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2565) 

ททท. เชื่อมั่นว่าการขยายระยะเวลาโครงการทัวร์เที่ยวไทยในครั้งนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการพลิกฟื้นธุรกิจท่องเที่ยว ช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและธุรกิจนำเที่ยว และกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ