ดราม่า "กรุงเทพฯกลางแปลง" เจอแฉค่าใช้จ่าย 160 ล้าน ผู้กำกับหนังชื่อดังฉะคนโพสต์อย่าสร้างความแตกแยก เช็กเลยโปรแกรมฉายหนังตลอดเดือนกรกฎาคม 2565 พร้อมย้อนประวัติความเป็นมา "หนังกลางแปลง" เริ่มมีตั้งแต่สมัยใด?
หลังจากที่เทศกาล "กรุงเทพกลางแปลง" เจอแซะใช้เงิน 160 ล้านบาท ในการฉาย "หนังกลางแปลง" ให้ประชาชนดูฟรี ล่าสุด "บัณฑิต ทองดี" ผู้กำกับหนัง ได้ออกมาเปิดเผยถึงข้อมูลค่าใช้จ่ายของการจัดงานที่แท้จริงว่า ในการฉายหนัง 25 ครั้งนั้นมีค่าใช้จ่ายเพียง 150,000 บาท โดย กทม.ไม่เสียค่าเช่าจอสักบาท
ซึ่งภายหลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้ออกมาโพสต์ข้อความพาดพิงถึงเทศกาล "กรุงเทพกลางแปลง" ที่มีการฉายหนังกลางแปลง โดยระบุว่ามีการใช้เงินสูงถึง 160 ล้านบาทนั้น ซึ่งข้อความดังกล่าวระบุว่า
"ข่าวส่งมาถึงผมแจ้งมาว่าราคาจัดจ้าง คือ จอละ 8 ล้านบาท ราคาห่างดันราวห้ากับนรก ช่วงที่อดีตผู้ว่าอัศวินจัดฉายแถวคลองผดุงกรุงเกษม #งานนี้ชัชช่าผู้มากับความบันเทิงต้องใช้เงินเท่าไหร่ ตลอดงานทั้งหมดใช้ 20 จอ เท่ากับ 160 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายจริงๆ ผมไม่ทราบเลยนะครับ เพราะพรรคพวกผมเคยจ้างเมื่อเร็วๆด้วยระบบเดียวกัน หนังโคตรมันถึง 3 เรื่องด้วยเงินค่าจ้างไม่กี่หมื่นบาท"
ล่าสุด "บัณฑิต ทองดี" ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง อดีตนายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ได้ออกมาพูดถึงกรณีดังกล่าวว่า
"ผมไม่ได้เป็นโต้โผจัดงานนะครับ นายกสมาคมผู้กำกับ กับทีมทำงานย่อย เป็นโต้โผ แต่ผมให้คำปรึกษาทีมจัดงานมาตลอด รู้ข้อมูลทุกอย่าง รวมไปถึงเรื่องค่าใช้จ่าย งานนี้ กทม.ไม่เสียเงินค่าเช่าจอสักบาทครับ
กทม.ประสานงานเรื่องการอนุเคราะห์สถานที่เป็นหลัก หอภาพยนตร์เป็นเจ้าภาพเรื่องการฉาย โดยสมาคมหนังกลางแปลงคิดราคาให้เหลือแค่ 150,000 บาท ในการฉาย 25 ครั้ง เป็นแค่ค่าแรงทีมงานฉายหนังเท่านั้นครับ เท่ากับจุดละประมาณ 6,000 เองครับ อย่าสร้างความแตกแยกด้วยความเข้าใจผิดเลยครับ"
ประวัติความเป็นมาหนังกลางแปลงในประเทศไทยมีขึ้นตั้งแต่เมื่อใด?
"หนังกลางแปลง" หรือการฉายภาพยนตร์เริ่มเข้ามาในประเทศไทย หรือ สยาม ตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์สยาม รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี
แต่ด้วยความนิยมการชมภาพยนตร์ที่เพิ่มมากขึ้น บวกกับข้อจำกัดในเรื่องการฉายภาพยนตร์ที่ต้องฉายในสถานที่ปิด เช่น โรงมหรสพ โรงแรม โรงละคร ทำให้คณะหนังเร่เริ่มปรับตัวและเปลี่ยนแปลงรูปแบบการฉายภาพยนตร์ (ฉายหนัง) เพื่อให้คนดูเข้าถึงได้มากขึ้น จากนั้นจึงกลายเป็นที่มาของการฉาย "หนังกลางแปลง" มหรสพบันเทิงยามค่ำคืนของชาวสยาม
ทั้งนี้ "หนังกลางแปลง" หรือที่คนสมัยนั้นรู้จักกันในชื่อของ "หนังขายยา" โดยเป็นการฉายภาพยนตร์ให้ชมฟรี สลับกับการขายสินค้า ซึ่งยุคเฟื่องฟูของหนังกลางแปลงอยู่ในช่วงปี พ.ศ. 2521 - 2535 กระทั่งยุคหลัง พ.ศ. 2537 เป็นต้นมา ถือเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง เนื่องจากมีแผ่น วีซีดี , ดีวีดี โรงภาพยนตร์มัลติเพล็กซ์ (โรงหนังที่ทันสมัย) หรือแม้แต่การดูหนังผ่านช่องทางออนไลน์ อาทิ เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) จึงทำให้มีการว่าจ้างฉายหนังกลางแปลงลดน้อยลงไปจนหลายเจ้าต้องปิดตัวลง
เทศกาล "กรุงเทพฯกลางแปลง" เป็นการจัดฉายหนังกลางแปลงกระจายไปหลายพื้นที่รอบเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) ตลอดเดือนกรกฎาคม 2565 นี้ ซึ่งสถานจัดฉายหนังได้แก่ ลานคนเมือง , สยามสแควร์ , สวนเบญจกิติ , ตลาดสวนบางแคภิรมย์ , สวนรถไฟ , สวน 60 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ โดยในแต่ละสัปดาห์ตลอดเดือนกรกฎาคมจะมีการฉายหนังกลางแปลงให้ชมฟรี 2 จุด แต่ละจุดจะฉายหนังเพียงวันละ 1 เรื่องเท่านั้น
สำหรับโปรแกรมฉายหนัง "กรุงเทพฯกลางแปลง" มีดังนี้
วันที่ 7-9 กรกฎาคม 2565
- สถานที่ : ลานคนเมือง
- ภาพยนตร์ : 2499 อันธพาลครองเมือง , เวลาในขวดแก้ว , แพรดำ
- สถานที่ : TDPK
- ภาพยนตร์ : รถไฟฟ้ามาหานะเธอ , 36 , แม่นาคพระโขนง (2502)
วันที่ 14-16 กรกฎาคม 2565
- สถานที่ : ศูนย์เยาวชนคลองเตย
- ภาพยนตร์ : RRR , มนต์รักทรานซิสเตอร์ , บุญชูผู้น่ารัก
- สถานที่ : สวนรถไฟ
- ภาพยนตร์ : 4Kings , Portrait of a Lady on Fire , One for the Road วันสุดท้ายก่อนบายเธอ
วันที่ 21-23 กรกฎาคม 2565
- สถานที่ : สวนเบญจกิติ
- ภาพยนตร์ : มหานคร , อนธการ , Wheel of Fortune and Fantasy
- สถานที่ : ตลาดสวนบางแคภิรมย์
- ภาพยนตร์ : Fast and Furious , ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ , เพื่อนสนิท
วันที่ 28-30 กรกฎาคม 2565
- สถานที่ : Block I สยามสแควร์
- ภาพยนตร์ : รักแห่งสยาม , Season Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย , สยามสแควร์
- สถานที่ : สวน 60 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ
- ภาพยนตร์ : คู่กรรม , พี่นาค , มือปืน
วันที่ 31 กรกฎาคม 2565 (วันสุดท้าย)
- สถานที่ : สวนครูองุ่น
- ภาพยนตร์ : School Town King
- สถานที่ : สุขุมวิท 31
- ภาพยนตร์ : One for the Road วันสุดท้ายก่อนบายเธอ





