คิดงานไม่ออกต้องรู้! เปิดเคล็ดลับวิธีบูสต์สมองให้ "มนุษย์เงินเดือน" กระตุกไอเดียสุดปังด้วย "กิจวัตร 10 นาที" ซึ่งจะช่วยกำหนดให้ "จิตใต้สำนึก" ทำงานได้ต่อเนื่องแม้ในขณะนอนหลับ ช่วยปรับปรุงกระบวนการความคิดให้ไหลลื่น
ชีวิตการทำงานของ "มนุษย์เงินเดือน" บางครั้งก็อาจเจอปัญหาสมองเบลอ คิดงานไม่ออก โดยเฉพาะคนทำงานออฟฟิศสาย "ครีเอทีฟ" ที่ต้องคิดไอเดียปังๆ ให้ได้ในทุกวัน แต่ถ้าช่วงไหนไอเดียเริ่มตื้อตัน ลองใช้วิธีตามหลัก "กิจวัตร 10 นาที" ที่มุ่งกำหนดให้ "จิตใต้สำนึก" ทำงานให้เต็มประสิทธิภาพแม้ในขณะหลับ ซึ่งมีส่วนช่วยให้สมองลื่นไหลเหมาะกับการคิดไอเดียสร้างสรรค์
แล้ว "กิจวัตร 10 นาที" คืออะไร? มีขั้นตอนในการบูสต์สมองอย่างไรบ้าง? กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ชวนหาคำตอบไปพร้อมกัน
1. "กิจวัตร 10 นาที" คืออะไร?
กิจวัตร 10 นาที คือ การกำหนดให้ "จิตใต้สำนึก" ทำงานในขณะที่คุณหลับฝัน ซึ่งมีส่วนช่วยปรับปรุงให้สมองของเราทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเป็นหนึ่งในเคล็ดลับของผู้ที่ประสบความสำเร็จหลายคน
ยกตัวอย่างเช่น Thomas Alva Edison ผู้คิดค้นหลอดไฟสำเร็จคนแรกของโลก เคยกล่าวไว้ว่า "อย่าเพิ่งเข้านอน หากคุณยังไม่ได้ร้องขอให้จิตใต้สำนึกทำงานในขณะหลับ"
2. จิตใต้สำนึก มีอิทธิพลต่อความสำเร็จ
หลักคิด "กิจวัตร 10 นาที" มีความเชื่อมโยงกับ "จิตใต้สำนึก" ของคนเราเนื่องจากจิตใต้สำนึกมีอิทธิพลต่อการขับเคลื่อนชีวิตมากถึง 90% เช่น ความคิด อารมณ์ ความรู้สึก ควบคุมการกระทำ การตัดสินใจ ความมั่นใจ การเห็นคุณค่าในตนเอง ฯลฯ
โดยปกติแล้ว "จิตใต้สำนึก" จะทำงานตลอดเวลาทั้งในเวลาตื่นและในขณะนอนหลับ โดยเข้ามาแทรกแซงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นโดยที่เราไม่ตัวรู้ ดังนั้นจึงมีส่วนในการสร้างความสำเร็จในด้านต่างๆ ของชีวิตด้วย
ขณะที่ "จิตสำนึก" มีอิทธิพลต่อคนเราเพียง 10% ได้แก่ คำพูด การกระทำ บุคลิกภาพภายนอก มีส่วนในการสร้างความสำเร็จเช่นกันแต่เป็นส่วนน้อย
3. วิธีบูสต์สมองด้วยหลัก "กิจวัตร 10 นาที"
เริ่มจากให้คุณแบ่งเวลาช่วงก่อนเข้านอน 10 นาที และช่วงหลังจากตื่นนอน 10 นาที เพื่อกำหนดให้จิตใต้สำนึกทำงานอย่างต่อเนื่อง ช่วยปรับปรุงสมาธิและการทำงานของสมอง มีขั้นตอนดังนี้
- ก่อนนอน 10 นาที
ให้คุณเขียนสิ่งที่ต้องทำในวันพรุ่งนี้ เช่น สิ่งที่อยากหาคำตอบ เป้าหมาย ปัญหาที่ต้องแก้ไข สิ่งที่อยากทำให้สำเร็จ จากนั้นให้นั่งสมาธิ (อาจใช้เวลานั่งสมาธิ 10 นาทีหรือนานกว่านั้นก็ได้) แล้วเข้านอนด้วยจิตใจที่สงบปลอดโปร่ง ทั้งนี้ ความคิดสร้างสรรค์มักจะเกิดขึ้นในช่วงหลับลึกและฝัน
- หลังตื่นนอน 10 นาที
หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเรียกความสดชื่นแล้วให้ นั่งสมาธิสักครู่ จากนั้นให้นำโน้ตที่เขียนไว้เมื่อคืนออกมาอ่าน แล้วจดบันทึกไอเดียที่คิดออก ณ ขณะนั้นทันที
เนื่องจากช่วงเวลาหลังตื่นนอนเป็นช่วงที่สมองส่วนหน้าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด จึงเหมาะสำหรับการคิดสร้างสรรค์ ไอเดียดีๆ มักจะคิดออกในช่วงเช้าที่สมองปลอดโปร่งที่สุดนั่นเอง
--------------------------------------------
อ้างอิง : หนังสือควรอ่านก่อนอายุ 30, The Gap And The Gain, SUBCONSCIOUS MIND





