“คามิลลา”พร้อมขึ้นเป็นราชินีแห่งอังกฤษ หลัง"ควีนเอลิซาเบธที่ 2"เปิดทาง

“คามิลลา”พร้อมขึ้นเป็นราชินีแห่งอังกฤษ หลัง"ควีนเอลิซาเบธที่ 2"เปิดทาง

"ควีนเอลิซาเบธที่ 2" ทรงออกมาชื่นชม"คามิลลา"หลายครั้งที่ได้ช่วยงานในฐานะสมาชิกราชวงศ์อย่างเต็มที่ และตรัสว่าเมื่อเจ้าฟ้าชายชาร์ลส ทรงขึ้นเป็นกษัตริย์ พระองค์หวังว่า"คามิลลา"จะเป็นที่รู้จักในฐานะราชินี

ขณะนี้ โลกกำลังจับตามองไปที่ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ หรือพระนามเดิม คามิลลา ปาร์กเกอร์ โบว์ลส์ พระชายาของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส รัชทายาทอันดับ 1 ของราชวงศ์อังกฤษ หลังจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงออกมาชื่นชมดัชเชสว่า ได้ช่วยงานในฐานะสมาชิกราชวงศ์อย่างเต็มที่มาโดยตลอด 

และที่สำคัญ สมเด็จพระราชินีตรัสว่า เมื่อเจ้าฟ้าชายชาร์ลส ทรงขึ้นเป็นกษัตริย์ “ข้าพเจ้าหวังว่า คามิลลา จะเป็นที่รู้จักในฐานะพระราชินีและปฏิบัติพระกรณียกิจต่อไป” ทรงกล่าวเรื่องนี้ในแถลงการณ์ของพระองค์ที่ออกมา เนื่องในพระราชวโรกาสฉลองการครองสิริราชสมบัติ 70 ปี ของพระองค์ในเดือนมิถุนายนนี้

สยบข่าวลือเรื่องราชบัลลังก์

คำแถลงการณ์ที่ออกมาในเดือนกุมภาพันธ์เป็นการสยบข่าวลือ 2 ข่าวด้วยกันคือ ข่าวลือที่ว่า สมเด็จพระราชินี ทรงอยากยกบัลลังก์ให้เจ้าชายวิลเลียม พระโอรสองค์โตของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส เพราะพระองค์ทรงอยากได้กษัตริย์ที่เป็นคนรุ่นใหม่ ในขณะที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์มีพระชนมายุ 73 พรรษาแล้ว

และข่าวลือที่ 2 คือ ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการหย่าร้างระหว่าง เจ้าชายแห่งเวลส์กับเจ้าหญิงไดอานา ผู้ล่วงลับ จะเป็นได้แค่พระชายา (Princess Consort) ไม่ได้เป็นพระราชินี (Queen Consort) เมื่อพระสวามีขึ้นครองราชย์สมบัติ

“คามิลลา”พร้อมขึ้นเป็นราชินีแห่งอังกฤษ หลัง"ควีนเอลิซาเบธที่ 2"เปิดทาง (เจ้าชายแห่งเวลส์และคามิลล่า พาร์กเกอร์ โบว์ลส ถ่ายรูปในวันพิธีอภิเษกสมรสในปี 2005)


“คามิลลา”พร้อมขึ้นเป็นราชินีแห่งอังกฤษ หลัง"ควีนเอลิซาเบธที่ 2"เปิดทาง

เป็นที่รู้กันดีว่า ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ ทรงเป็นคู่รักของเจ้าฟ้าชายชาร์ลสมาก่อนที่พระองค์จะอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงไดอาน่าเสียอีก

และความสัมพันธ์ของทั้งสอง ก็ดำเนินต่อไป ทั้งๆ ที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลสยังทรงอยู่กับเจ้าหญิงไดอาน่าและมีพระราชโอรส 2 พระองค์ 

เจ้าหญิงไดอาน่าเคยให้สัมภาษณ์ถึงการหย่าร้างกับพระสวามีว่า สาเหตุหลักประการหนึ่งของการหย่าร้างก็คือ คามิลลา นั่นเอง

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ทั้งเจ้าฟ้าชายชาร์ลสกับคามิลลา ก็ยังมั่นคงในความรัก จนกระทั่งสมเด็จพระราชินีทรงอนุญาตให้เข้าพิธีอภิเษกสมรสในปี 2005

“คามิลลา”พร้อมขึ้นเป็นราชินีแห่งอังกฤษ หลัง"ควีนเอลิซาเบธที่ 2"เปิดทาง

บทบาทคามิลลา พระชายาเจ้าฟ้าชายชาร์ลส

หลายคนอาจคิดว่า คามิลลาเป็นมือที่ 3 นำมาซึ่งรักร้าวระหว่างเจ้าฟ้าชายชาร์ลสและเจ้าหญิงไดอาน่า แต่สำหรับอีกหลายคน เธอเป็นผู้หญิงที่เปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพและนิสัยบางประการของพระสวามี

ทิน่า บราวส์ เขียนในหนังสืออัตชีวประวัติเรื่อง The Palace Papers ว่า เจ้าชายแห่งเวลส์ทรงเป็นคนเครียด วิตกกังวลและจอมบงการ เรื่องนี้เป็นที่รู้กันอย่างดีในบรรดาข้าราชบริพารของพระองค์ 

“ส่วนคามิลลาเป็นคนที่มีบุคลิกภาพผ่อนคลายและเป็นกันเองกว่าพระสวามีมาก พระองค์ทรงช่วยให้พระสวามีผ่อนคลาย หากทรงมีอารมณ์ฉุนเฉียว ทรงใช้ความสงบสยบเรื่องราวอันไม่พึงประสงค์ต่างๆ"

“คามิลลา”พร้อมขึ้นเป็นราชินีแห่งอังกฤษ หลัง"ควีนเอลิซาเบธที่ 2"เปิดทาง

 (เจ้าชายแห่งเวลส์และพระชายาทรงร่วมงานพิธีระหว่างการเสด็จเยือนแคนาดา โดยมีจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีและครอบครัวให้การต้อนรับ)

เพนนี จูโนว์ นักเขียนอีกคนหนึ่งกล่าวว่า ดูเหมือนว่า อิทธิพลของคามิลลาที่มีต่อพระสวามีในหลายๆ ปีที่ผ่านมา ทำให้พระสวามีทรงมีความสุขมากขึ้น 

“เจ้าฟ้าชายชาร์ลส ทรงเคยเป็นคนขี้หงุดหงิด เครียดและไม่หัวเราะบ่อยนัก คามิลลาช่วยเปลี่ยนแปลงพระสวามีอย่างสิ้นเชิง พระสวามีมีความสุขมากขึ้นและมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น นี่เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างมาก”

จูโนว์ เชื่อว่า สมเด็จพระราชินีทรงชอบคามิลลามาก มีหลายคนเชื่อว่า ก่อนหน้าที่เจ้าชายแห่งเวลส์และคามิลลาจะทรงเข้าพิธีอภิเษกสมรส สมเด็จพระราชินีทรงไม่ชอบคามิลลา และต้องการให้เธอออกไปจากชีวิตพระโอรสของพระองค์

จริงๆ แล้ว พระองค์อาจคิดอย่างนั้นก็ได้ เพราะเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสองอาจทำความเสียหายต่อสถาบันกษัตริย์ 

“ตอนนี้ พระองค์ทรงเห็นว่า คามิลลามีความภักดีและเชื่อมั่นในตัวเจ้าชายชาร์ลส พระราชโอรสของพระองค์ นั่นทำให้สมเด็จพระราชินีทรงซาบซึ้งกับสิ่งที่คามิลลาทำ”

ส่วนแพททริค แฮริสัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อมวลชนของกองงานในพระองค์ของเจ้าชายแห่งเวลส์มากว่า 14 ปีกล่าวว่า เขารู้สึกตื่นเต้นที่ควีนอลิซาเบธมีคำกล่าวเรื่องคามิลลาเช่นนั้น เพราะเธอทำงานอย่างหนักและไม่เคยทำอะไรผิดพลาด เธอเคยพูดว่า 

“ฉันทำเพราะฉันรักบอส เป็นหน้าที่ของฉันที่จะอยู่เคียงข้างพระองค์” (คามิลลาทรงเรียกพระสวามีว่า บอส)

สื่อมวลชนอังกฤษรายงานว่า ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ ทรงเป็นแม่ที่ปกป้องลูก 2 คนที่เกิดจากสามีเก่าอย่างมากจากข่าวในแท็บลอยต์และสื่อต่างๆ 

คามิลลาและสัมพันธภาพราชวงศ์

นอกจากนี้ เธอยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับแอนดรูว์ สามีเก่า ส่วนเบน อีเลียต หลานคนหนึ่งของเธอกล่าวว่า คามิลลามีครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่มีความใกล้ชิดแ ละสนับสนุนเธออย่างมาก และเธอก็ให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นอันดับแรก

แหล่งข่าวในวังยังเล่าว่า คามิลลายังเป็นตัวกลางในการสมานรอยร้าวของความสัมพันธ์ระหว่างพระสวามีกับเจ้าชายแฮรี่ พระราชโอรสองค์เล็กอีกด้วย 

เพื่อนคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า คามิลลาเป็นผู้แนะให้พระสวามีเสนอตัวเป็นผู้ทรงนำเมแกน มาร์เคิล ไปส่งยังเจ้าชายแฮรี่ตามธรรมเนียมตะวันตกในระหว่างพิธีอภิเษกสมรสที่จัดขึ้นที่โบสถ์เซนต์จอร์จ ภายในพระราชวังวินด์เซอร์ในปี 2018 เพราะในขณะนั้น เมแกนมีปัญหากับพ่อจริงๆ ของเธอ

สื่ออังกฤษรายงานว่า เมื่อสถานการณ์โควิด-19 ในอังกฤษคลี่คลายลง ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์และพระสวามี ทรงเป็นราชวงศ์อังกฤษที่เดินทางไปปฏิบัติพระภารกิจต่างประเทศคือไปประเทศแคนาดา

“คามิลลา”พร้อมขึ้นเป็นราชินีแห่งอังกฤษ หลัง"ควีนเอลิซาเบธที่ 2"เปิดทาง

(พิธีอภิเษกสมรสเจ้าชายแฮรี่และเมแกน มาร์เคิล โดยมีเจ้าฟ้าชายชาร์ลส เป็นผู้ส่งตัวเจ้าสาวที่โบสถ์เซนต์จอร์จ ภายในพระราชวังวินด์เซอร์ในปี 2018)

ไลฟ์สไตล์คามิลลา

ถึงแม้คามิลลาจะสามารถทำให้การทำงานเป็นเรื่องสนุกได้ แต่การเดินทางไปทำงานต่างประเทศก็เป็นเรื่องยากสำหรับเธอ

แฮริสันเล่าว่า เธอมักมีคนติดตามกลุ่มเล็กๆ ซึ่งประกอบด้วยเลขานุการส่วนตัว ผู้ช่วย คนดูแลเสื้อผ้าและผมเท่านั้น เธอมักแต่งหน้าเองและมีข้าวของในการเดินทางน้อยกว่าพระสวามี คามิลล่าไม่ชอบการเดินทางด้วยเครื่องบินและทนความร้อนไม่ได้

บางครั้งเธอต้องพยายามทำงานไปพร้อมๆ กับพระสวามีที่ชอบทำงานต่อเนื่องโดยไม่ทานอาหารกลางวัน

แต่คามิลลาเคยพูดว่า “ฉันจะไม่ทำงานหนักอย่างพระองค์ ฉันจะไม่ทำงาน 5 อย่างใน 1 วันโดยไม่ทานอาหารกลางวันและออกงานอีก 2 แห่งในตอนเย็น พระองค์ทำได้ แต่ฉันไม่สามารถ”

ฟิโอน่า แคลร์ ช่างผมผู้ทำหน้าที่นี้มาเกือบ 10 ปีของดัชเชสกล่าวว่า ตอนนี้ดัชเชสพบสไตล์ของตัวเธอเองแล้ว

“ฉันพูดไม่ได้ว่า เธอสนใจเรื่องเสื้อผ้า แต่เธอค้นพบสิ่งที่เหมาะกับตัวเธอ เธอสง่างามและรู้ว่า นี่ใช้ได้ เธอมีทีมที่เยี่ยมยอดที่เธอไว้ใจที่จะทำให้เธอดูดี”

แคลร์กล่าวอีกว่า ความสำเร็จของคามิลลาคือ เธอไม่เคยที่จะพยายามทำตัวเด่นกว่าพระสวามีหรือเปลี่ยนแปลงบทบาทเพื่อสิ่งนั้น ฉันคิดว่า เธอทำให้เห็นพลังของความเงียบ เธอพบที่ๆ ของตัวเองและนั่นทำให้เธอประสบความสำเร็จ

ยังไม่มีใครรู้ว่า สมเด็จพระราชินีอลิซาเบธจะทรงสละพระราชสมบัติให้พระราชโอรสองค์โต ซึ่งรอคอยการก้าวขึ้นเป็นกษัตริย์มาเป็นเวลานานแล้ว

แต่น่าจะเป็นการเปลี่ยนผ่านแผ่นดินที่น่าจับตามองอย่างมาก เพราะจะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปีเลยทีเดียว

.................

รูปและเรื่อง : BBC, Vanity Fair, Showbiz Cheat Sheet, Daily Express, Wikipedia