background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

“Doctor Strange 2” ขึ้นแท่น หนังเปิดตัวด้วยรายได้สูงสุดปี 65

“Doctor Strange 2” ขึ้นแท่น  หนังเปิดตัวด้วยรายได้สูงสุดปี 65

“Doctor Strange 2” เปิดตัวสุดสัปดาห์แรกในสหรัฐด้วยรายได้ 185 ล้านดอลลาร์ ครองบัลลังก์หนังทำรายได้เปิดตัวสูงสุดในปีนี้ ขณะรายได้รวมทั่วโลกเก็บได้ราว 450 ล้านดอลลาร์

วันที่ 9 พ.ค. บ็อกซ์ ออฟฟิศ (Box Office) ของสหรัฐ ได้รายงานรายได้ของภาพยนตร์ประจำสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (วันที่ 6-8 พ.ค.) โดย “Doctor Strange in the Multiverse of Madness” หรือ “หมอแปลก” ภาค 2 ทำรายได้เปิดตัว 3 วันแรกไป 185 ล้านดอลลาร์ในสหรัฐ  ทำให้กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้เปิดตัวสูงสุดของปีนี้ ล้มแชมป์เก่าอย่าง “The Batman” เวอร์ชัน “โรเบิร์ต แพตทินสัน” ที่ทำรายได้ไป 134 ล้านดอลลาร์ เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว

นอกจากนี้ Doctor Strange 2 ยังกลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้เปิดตัวสูงสุดตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นอันดับ 2 รองจาก “Spider-Man: No Way Home” ภาพยนตร์จาก “จักรวาลมาร์เวล” (Marvel Cinematic Universe: MCU) เรื่องก่อนหน้า ที่กวาดรายได้เปิดตัวไปมากถึง 260 ล้านดอลลาร์

รายได้เฉพาะวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันแรกที่ภาพยนตร์เข้าฉายสามารถทำรายได้ไปถึง 90 ล้านดอลลาร์ โดยครองอันดับที่ 7 ของรายได้วันเปิดตัวสูงสุดตลอดกาล ซึ่งมากกว่ารายได้เปิดตัวสุดสัปดาห์แรกของ “Doctor Strange” ภาคแรกที่ทำรายได้ในสหรัฐไปเพียง 85 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

Doctor Strange 2 เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ 4,534 แห่งทั่วสหรัฐ ได้เฉลี่ยต่อจออยู่ที่ประมาณ 40,802 ดอลลาร์ และรายได้ 33 ล้านดอลลาร์ มาจากการเข้าฉายในระบบ IMAX 

ขณะที่รายได้นอกสหรัฐ (ไม่นับรวมจีนที่ยังไม่ได้กำหนดวันเข้าฉาย รัสเซียและยูเครนที่กำลังทำสงครามกัน) อยู่ที่ราว 265 ล้านดอลลาร์ ทำให้รายได้รวมทั่วโลกอยู่ที่ 450 ล้านดอลลาร์ จากการเข้าฉายเพียง 3 วันเท่านั้น

บ็อกซ์ ออฟฟิศ คาดการณ์ว่า Doctor Strange 2 จะยังคงสามารถเก็บรายได้ต่อไปได้อย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ เนื่องจากช่วงนี้ยังไม่มีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องอื่นเข้าฉาย จนกระทั่งวันที่ 27 พ.ค. ที่ “Top Gun: Maverick” ภาคต่อของภาพยนตร์ในตำนานจะเข้าฉาย ตามมาด้วย “Jurassic World Dominion” การปิดฉากไตรภาคของภาพยนตร์โลกไดโนเสาร์ ที่เข้าฉายวันที่ 10 มิ.ย. และ การกลับมาของเทพเจ้าสายฟ้า “Thor: Love and Thunder” ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องต่อไปของจักรวาลมาร์เวล เข้าฉายวันที่ 8 ก.ค. 

ที่ผ่านมา ภาพยนตร์ในจักรวาลมาร์เวล ทั้ง 27 เรื่อง สามารถทำเงินได้มากกว่า 400 ล้านดอลลาร์ทั้งหมด มีเพียงภาพยนตร์แค่ 3 เรื่องเท่านั้นที่ทำรายได้ต่ำกว่าหลัก 400 ล้าน คือ "The Incredible Hulk" (2551) ภาพยนตร์เรื่องที่ 2 ของจักรวาล ทำรายได้ต่ำสุดเพียง 264 ล้าน

ตามมาด้วย "Captain America: The First Avenger" (2554) การเปิดตัวของกัปตันอเมริกา และ "Black Widow" (2564) ที่ออกฉายในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 จนดิสนีย์ตัดสินใจนำเข้าฉายใน Disney Plus สตรีมมิงของค่ายในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่ก็ยังสามารถครองอันดับที่ 13 ของภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดของปี 2564 ด้วยรายได้ 379 ล้านดอลลาร์ 

ส่งผลให้จักรวาลมาร์เวลกลายเป็นแฟรนไชส์ภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดของโลกด้วยมูลค่ากว่า 26,113 ล้านดอลลาร์ 

สำหรับรายได้ภาพยนตร์อันดับอื่น ๆ ที่น่าสนใจ (และน่าเป็นห่วง) คงจะหนีไม่พ้น “Fantastic Beasts: The Secrets of Dumbledore” ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของโลกเวทมนตร์ (Wizard World) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเก็บรายได้เพิ่มในสหรัฐได้เพียง 4 ล้านดอลลาร์เท่านั้น ทำให้รายได้รวมในสหรัฐทำไปได้ 86 ล้านดอลลาร์ จากการฉายแล้วร่วม 3 สัปดาห์ อาจจะเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในแฟรนไชส์ที่ทำรายได้ในสหรัฐไม่ถึงหลักร้อยล้านดอลลาร์ ส่วนรายได้รวมทั่วโลกอยู่ที่ 363 ล้านดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งมีโอกาสสูงอย่างมากที่ค่าย Warner Bros. จะไม่สร้างภาคต่อ

ที่มา: Box Office Mojo, Comic Book, Insider