วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

เทียบราคา “สตรีมมิง” ในไทย ราคาเท่าไร ได้อะไรบ้าง

เทียบราคา “สตรีมมิง” ในไทย ราคาเท่าไร ได้อะไรบ้าง

เปิดราคาเริ่มต้นของบริการ “สตรีมมิง” ยอดนิยมในประเทศไทย ทั้งสายดูซีรีส์ ภาพยนตร์ และสายฟังเพลง แต่ละเจ้าให้สิทธิประโยชน์และแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

ท่ามกลางการเติบโตของสตรีมมิงในประเทศไทย ที่มีให้ผู้บริโภคได้เลือกใช้อย่างมากมาย ทั้งบริการดูหนังและฟังเพลง จนทำให้หลายคนเลือกไม่ถูกว่าจะสมัครอันไหนดี

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ได้เทียบราคาบริการสตรีมมิง และจุดเด่นของแต่ละเจ้ามาให้เห็น เพื่อเป็นช่วยในการตัดสินใจ โดยข้อมูลที่นำมาใช้ในบทความเป็นนี้เป็นราคาแพ็คเก็จเริ่มต้นบนหน้าเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของแต่ละบริการ ไม่รวมโปรโมชันจากผู้สนับสนุนอื่น ๆ ณ วันที่ 28 เม.ย. 2565

 

  • ดูซีรีส์-หนัง

1. Netflix

เริ่มต้นกันที่เจ้าตลาดสตรีมมิงอย่าง “Netflix” ที่มีซีรีส์และภาพยนตร์จากหลายมุมโลกให้เลือกชม พร้อมทั้งคอนเทนต์สุดพิเศษที่หาชมไม่ได้จากที่อื่นที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เช่น “Squad Game” “You” “Stranger Things” “Money Heist” และอื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงละครไทยหลายเรื่องก็มีให้ได้รับชมเช่นกัน โดยมีแพ็คเก็จ Mobile สำหรับสายชอบดูหนังผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตในราคาเพียง 99 บาท แต่จะได้ความคุณภาพความละเอียดของภาพเพียง 480p เท่านั้น และอีกหนึ่งข้อเสีย คือ คอนเทนต์ในแต่ละประเทศอาจจะมีไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับลิขสิทธิ์ของประเทศนั้น ๆ 

 

ราคาเริ่มต้น: 99 บาท/เดือน

รับชมผ่าน: สมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ต

รับชมพร้อมกัน: 1 จอ

คุณภาพ: 480p

 

2. Disney+ Hotstar

Disney+ Hotstar” สตรีมมิงรายล่าสุดที่พึ่งเปิดตัวในไทยเมื่อปีที่แล้ว ในราคาเหมา ๆ รายปี 799 บาทต่อปี (หากเป็นลูกค้า AIS จะได้รับแพ็คเก็จรายสุดพิเศษ) โดยซีรีส์และภาพยนตร์จากเครือดิสนีย์ให้ชมอย่างจุใจ พร้อมพากย์ไทย อีกทั้งยังมีคอนเทนต์สุดพิเศษที่หาชมจากที่อื่นไม่ได้อีกมากมาย ทั้งซีรีส์ในจักรวาลมาร์เวล สตาร์ วอร์ส สารคดีชั้นเยี่ยมจาก “National Geographic” รวมถึงซีรีส์และภาพยนตร์ชื่อดังของเอเชียและของไทย

 

ราคาเริ่มต้น: 799 บาท/ปี

รับชมผ่าน: ทุกแพลตฟอร์ม

รับชมพร้อมกัน: 2 จอ

คุณภาพ: HD

3. Apple TV Plus

Apple Inc.” บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก ได้ก้าวลงสู่ตลาดสตรีมมิงด้วยการเปิดตัว “Apple TV Plus” ที่มีซีรีส์ ภาพยนตร์ และรายการจากผู้ผลิต นักแสดงชื่อดัง ซึ่งกวาดรางวัลมาแล้วทั่วโลก อย่างเช่น “CODA” ที่คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากการประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้งล่าสุด ซึ่งเป็นภาพยนตร์จากสตรีมมิงเรื่องแรกที่ได้รับรางวัลนี้ นอกจากนี้ยังมีซีรีส์ที่ได้รับความนิยมอีกหลายเรื่อง เช่น The Morning Show และ See สำหรับผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์ของ Apple ไม่ว่าจะเป็น iPhone iPad หรือ MacBook จะได้รับสิทธิ์ชม Apple TV Plus ฟรี 3 เดือน หลังจากนั้นจะเสียค่าบริการเดือนละ 99 บาท

 

ราคาเริ่มต้น: 99 บาท/เดือน

รับชมผ่าน: ทุกแพลตฟอร์ม

รับชมพร้อมกัน: 6 จอ

คุณภาพ: HD

 

4. Viu 

คอซีรีส์เกาหลีคงจะรู้จักเป็นอย่างดีกับ “Viu” สตรีมมิงที่รวบรวมภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้เกาหลีไว้มากที่สุด ซึ่งสามารถรับชมได้ฟรี แต่มีโฆษณาคั่น หาไม่อยากรับชมโฆษณา ก็สามารถสมัครเป็นสมาชิก VIP ได้ นอกจากนี้ยังได้รับสิทธิพิเศษในการสามารถรับชมคอนเทนต์ต่าง ๆ ในเวอร์ชันพากย์ไทย ซึ่งมีทั้งเสียงภาคกลาง เสียงภาคเหนือ และเสียงภาคอีสาน ให้ได้เลือกชมอีกด้วย อีกทั้งยังสามารถรับชมซีรีส์ตอนใหม่หลังจากออกอากาศในประเทศต้นทางภายในระยะเวลา 8 ชั่วโมงอีกด้วย โดยราคาสมาชิกรายเดือนเริ่มต้นที่ 119 บาท /เดือน

 

ราคาเริ่มต้น: 119 บาท/เดือน

รับชมผ่าน: ทุกแพลตฟอร์ม

รับชมพร้อมกัน: 3 อุปกรณ์ + 1 คอมพิวเตอร์

คุณภาพ: HD

5. WeTV

WeTV” เป็นสตรีมมิงสัญชาติจีน ที่นอกจะอุดมไปด้วยซีรีส์จีนแล้ว ยังมีซีรีส์วายไทยเป็นอีกหนึ่งจุดแข็ง รวมถึงผลิตออริจินัล คอนเทนต์เอาใจคนไทยที่มีหลากหลายแนว รวมถึงละครไทยจากช่อง 3 ช่อง ONE 31 และ ช่อง PPTV ก็มีให้รับชมด้วยเช่นกัน ซึ่ง WeTV สามารถรับชมได้แบบฟรี แต่ก็มีแบบ VIP สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการชมโฆษณา นอกจากนี้ยังได้รับสิทธิดูคอนเทนต์ล่วงหน้า 1-2 ตอน (แล้วแต่เรื่อง) ก่อนผู้ชมแบบฟรีอีกด้วย โดยราคาสมาชิกรายเดือนเริ่มต้นที่ 59 บาท /เดือน 

 

ราคาเริ่มต้น: 59 บาท/เดือน

รับชมผ่าน: ทุกแพลตฟอร์ม

รับชมพร้อมกัน: 2 จอ

คุณภาพ: HD

 

6. iQIYI

อีกหนึ่งสตรีมมิงสัญชาติจีน เจ้าของฉายา Netflix เมืองจีน อย่าง “iQIYI” ที่อัดแน่นไปด้วยซีรีส์ รายการวาไรตี้จากจีน ไทย เกาหลี และอนิเมะญี่ปุ่นอีกหลายเรื่อง พร้อมด้วยคอนเทนต์สุดพิเศษที่มีเฉพาะ iQIYI และ คอนเทนต์สำหรับ VIP เท่านั้น ซึ่งสามารถสมัครได้ในราคา 35 บาท/เดือน

 

ราคาเริ่มต้น: 35 บาท/เดือน

รับชมผ่าน: ทุกแพลตฟอร์ม

รับชมพร้อมกัน: 2 จอ

คุณภาพ: HD

 

  • ฟังเพลง

1. Spotify

บริการฟังเพลงสตรีมมิงเจ้าใหญ่ของโลกอย่าง “Spotify” นอกจากมีเพลงมากมายจากทั่วทุกมุมโลกให้ได้ฟังแล้ว ยังมี AI ที่ทำหน้าที่คอยเลือกแนวเพลงผู้ใช้งานชอบให้ฟังอย่างเต็มอิ่มอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีรายการพอดแคสต์ชั้นนำมากมายให้เลือกฟังกันได้อย่างเพลิดเพลิน และในช่วงปลายปี Spotify มีการจัดทำรายการ “Wrappedสรุปให้ว่าในปีที่ผ่านมา ผู้ใช้ฟังเพลงใดมากที่สุด และใครคือศิลปินคนโปรด เนื่องด้วย Spotify สามารถใช้งานได้ฟรี จึงมีโฆษณาคั่นระหว่างเพลง และปิดกั้นฟังก์ชันบางส่วนไว้ หากต้องการเปิดรับประสบการณ์เต็มรูปแบบสามารถสมัคร Spotify Premium ได้ในราคา 129 บาท/เดือน

 

ราคาเริ่มต้น: 129 บาท/เดือน

คุณภาพเสียงสุดสุด: 320 kbit/s

 

2. Apple Music

Apple Music” เป็นบริการฟังเพลงสตรีมมิงจาก Apple Inc. บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก โดยมีค่าบริการ 129 บาท/เดือน ซึ่งสามารถฟังเพลงได้จากทั่วทุกมุมโลก และคุณภาพเสียงระดับ Lossless และ Dolby Atmos ที่จะช่วยเติมเต็มประสบการณ์การฟังเพลงได้อย่างดี (ควรใส่หูฟัง เพื่อให้ได้อรรถรสยิ่งขึ้น) นอกจากนี้ ในบางอัลบั้มของศิลปินบางคนยังมีเพลง หรือ ข้อความที่มีเฉพาะใน Apple Music อีกทั้งยังมีเพลย์ลิสต์ที่จัดให้เฉพาะผู้ใช้งานแต่ละคนที่อัปเดตทุกวัน รวมถึงมีรายการวิทยุและสัมภาษณ์ศิลปินชื่อดังทั่วโลกให้ได้ฟังกันอย่างเพลิดเพลินอีกด้วย แต่ข้อเสียหนึ่งของ Apple Music คือในปัจจุบันยังคงไม่มีเพลงจากค่าย RS (อาร์เอส)

 

ราคาเริ่มต้น: 129 บาท/เดือน

คุณภาพเสียงสุงสุด: Lossless - Dolby Atmos

 

3. JOOX

อีกหนึ่งบริการสตรีมมิงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในไทยอย่าง “JOOX” เนื่องจากใช้งานได้ง่าย และสามารถใช้ได้ฟรี อีกทั้งยังมีเพลงให้เลือกฟังจำนวนมาก พร้อมทั้งเพลงสุดพิเศษ จากศิลปินชื่อดังของไทยที่หาฟังจากที่อื่นไม่ได้ที่เรียกว่า “JOOX Original” มาให้ฟังก่อนใคร ซึ่งหากอยากสมัคร JOOX VIP ก็เสียค่าบริการเพียง 49 บาท/เดือน โดยสามารถดาวน์โหลดเพลงได้ไม่อั้น และสามารถรับฟังเพลงในคุณภาพเสียงถึง 1411 kbps

 

ราคาเริ่มต้น: 49 บาท/เดือน

คุณภาพเสียงสุดสุด: 1411 kbps

 

4. YouTube Music 

YouTube Music” เป็นอีกสตรีมมิงหนึ่งที่สามารถใช้งานได้ฟรี แต่หากฟังเพลงแบบไม่มีโฆษณาคั่นให้รำคาญ พร้อมเล่นเพลงได้ขณะล็อกหน้าจอหรือขณะใช้แอปพลิเคชันอื่น ใช้โหมดเฉพาะเสียงเท่านั้น รวมถึงดาวน์โหลดและฟังแบบออฟไลน์ได้ ก็สามารถสมัคร YouTube Music Premium ได้ในราคา 169 บาท /เดือน แต่อยากดูคอนเทนต์อื่น ๆ ในยูทูบ นอกจากเพลงแบบไม่มีโฆษณาคั่นด้วยสามารถสมัคร YouTube Premium ได้ในราคา 209 บาท/เดือน

 

ราคาเริ่มต้น: 169 บาท/เดือน

คุณภาพเสียงสุดสุด: 256 kbps AAC

 

5. Tidal 

มาถึงบริการสตรีมมิงที่ถูกยกว่าให้คุณภาพเสียงดีที่สุดอย่าง “Tidal” ที่ให้คุณภาพเสียงแทบไม่ต่างจากการฟังแผ่นซีดี (ซึ่งแน่นอนว่าอุปกรณ์ที่ใช้ฟังก็จะต้องมีคุณภาพสูงด้วยเพื่อให้เสียงออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ) มีสมาชิกรายเดือนที่ 129 บาท/เดือน แต่แทบจะไม่มีเพลงไทยเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับค่ายเพลงใหญ่ของไทยแกรมมี่และอาร์เอส

 

ราคาเริ่มต้น: 129 บาท /เดือน

คุณภาพเสียงสูงสุด: 1411 kbps

 

เทียบราคา “สตรีมมิง” ในไทย ราคาเท่าไร ได้อะไรบ้าง
กราฟิก: วิชัย นาคสุวรรณ