ปัจจุบันความซับซ้อนของสุขภาพเพิ่มสูงขึ้น ผู้ป่วยหนึ่งคนไม่ได้เดินเข้ามาพร้อมกับโรคเพียงโรคเดียว แต่อาจมาพร้อมกับ "ร่างแห" ของปัจจัยเสี่ยงและโรคร่วมที่เกี่ยวเนื่องกัน ความท้าทายของวงการแพทย์จึงไม่ใช่การรักษาโรคที่แสดงอาการ อาจต้องมองให้เห็น "ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่" ก่อนที่มันจะสายเกินไป
เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล กำลังสร้างปรากฏการณ์การเปลี่ยนกระบวนทัศน์ จากความสำเร็จของ Digital Health ที่มุ่งเน้นการเข้าถึงผ่านแอปพลิเคชัน Health Up (ที่มียอดดาวน์โหลดกว่า 1 ล้านครั้ง) ก้าวสู่การเป็น Intelligent Health Ecosystem อย่างเต็มตัวด้วยการเปิดตัว “Addwise Comorbid” แพลตฟอร์มผู้ช่วยแพทย์อัจฉริยะ ที่เปลี่ยนนิยามของการตรวจรักษาจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สู่การดูแลสุขภาพที่ "คิดและป้องกัน" เพื่อผู้ป่วยอย่างแท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
'Shop.BeDee'by BDMS แพลตฟอร์ม Healthcare ดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล
“คุณค่าต่อผู้ป่วย”คือเป้าหมายสูงสุด
นพ.อนันตศักดิ์ อภัยรัตน์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการแพทย์ เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล กล่าวว่าโรงพยาบาลได้เปลี่ยนผ่านสู่ Value-Based Healthcare หรือการรักษาต้องก้าวข้ามการมองเฉพาะโรคที่อยู่ตรงหน้าไปสู่การเข้าใจสุขภาพของผู้ป่วยอย่างเป็นองค์รวม เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางสุขภาพที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ภายใต้การเป็น Partner for Life ที่ไม่ใช่การอยู่ร่วมกับผู้ป่วยให้นานที่สุด แต่ต้องรู้จักผู้ป่วยให้ดีพอ ด้วยการมองเห็นความเสี่ยงได้เร็วขึ้น และสามารถเชื่อมต่อผู้ป่วยไปสู่การดูแลที่เหมาะสมในทุกช่วงของชีวิต
“เครือโรงพยาบาลฯ นำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญทางการแพทย์กว่า 40 ปี มาเชื่อมโยงกับข้อมูลและเทคโนโลยี โดย Addwise Comorbid เป็นองค์ประกอบสำคัญในการยกระดับระบบนิเวศสุขภาพ ไปสู่มาตรฐานใหม่ที่ไม่ใช่เพียงแพลตฟอร์ม แต่เป็นการดูแลให้มีประสิทธิภาพและแม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งข้อมูลจากระบบจะช่วยให้แพทย์ได้นั่งคุยกับผู้ป่วยเพื่อร่วมกันพิจารณาและเลือกจัดการความเสี่ยง เปรียบเสมือนการประกอบร่างสุขภาพของผู้ป่วยให้สมบูรณ์”
แม้จะมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่เป้าหมายจะเป็นการหลอมรวม "ข้อมูล เทคโนโลยี และจิตวิญญาณความเชี่ยวชาญของแพทย์" เพื่อให้มองเห็นผู้ป่วยได้ครบและลึกซึ้งกว่าโรคที่เห็นตรงหน้า
“LA” ตัวเชื่อมระหว่างเทคโนโลยีและคน
นพ.อนันตศักดิ์ กล่าวต่อว่าขณะนี้ผู้ช่วยดูแลสุขภาพระยะยาว หรือ Longevity Assistant (LA) มีบทบาทในการเป็นตัวกลางที่เชื่อมโยงระหว่างเทคโนโลยีและมนุษย์ อันนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาลยุคใหม่ ซึ่ง LA เชื่อมโยงระบบนิเวศ ที่ทำหน้าที่เป็นเนวิเกเตอร์ บูรณาการผู้ป่วย แพทย์ และแพลตฟอร์ม Addwise Comorbid เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
นอกจากนั้น LA จะรวบรวบข้อมูลเชิงลึก ผ่านการเป็นผู้รับฟัง เก็บข้อมูลสุขภาพ รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้ป่วยผ่าน iPad ให้ข้อมูลในทุกมิติครบถ้วนก่อนจะส่งต่อให้แพทย์ตัดสินใจรักษา คัดกรองเบื้องต้น ช่วยซักประวัติและคัดกรองตามที่ระบบคำนวณมาให้ ทำให้เมื่อผู้ป่วยพบแพทย์ แพทย์จะเห็นข้อมูลเชิงลึกและความเสี่ยงต่างๆ ได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาซักประวัติใหม่ทั้งหมด
“การสร้าง Human Touch ในโลกดิจิทัล LA จะช่วยให้เข้าใจบริบทของผู้ป่วยได้ลึกซึ้งกว่า ขณะที่ บุคลากรทางการแพทย์ผู้ที่จะมาทำหน้าที่ LA คือ พยาบาลที่มีความรู้ทางการแพทย์และทักษะการสื่อสารกับคนไข้ได้ดี ดังนั้น LA ในแพลตฟอร์มจะประสานงานทีมสหสาขาวิชาชีพ เพิ่มประสิทธิภาพและความต่อเนื่องในการรักษา ผสานความฉลาดของอัลกอริทึมเข้ากับความเข้าใจ เห็นใจในฐานะมนุษย์”
ครอบคลุม 9 ระบบสำคัญของร่างกาย
นพ.เจตน์ จอห์น เทพทรงวัจ ผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลและสารสนเทศทางการแพทย์ รพ.พญาไท 2 และที่ปรึกษาฝ่ายข้อมูลและสารสนเทศทางการแพทย์ เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล กล่าวว่า Addwise Comorbid ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อทำหน้าที่เสมือนเข็มทิศทางการแพทย์ที่ช่วยให้แพทย์เห็นความเสี่ยงที่อาจถูกมองข้าม โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ป่วยมีความซับซ้อนของโรคหลายระบบพร้อมกัน ซึ่งเน้นความปลอดภัยในการป้องกันข้อมูลคลาดเคลื่อนได้ 100%
ด้วยกลไกการทำงานและประสิทธิภาพที่ใช้หลักการ Review of Systems (ROS) ครอบคลุม 9 ระบบสำคัญของร่างกาย อาทิ ระบบสายตา (ตา) ,ระบบหูและจมูก ,ระบบหัวใจ,ระบบทางเดินหายใจ (ปอด)การตรวจภายใน และการประเมินประวัติการรับวัคซีน เป็นต้น
"คุณค่าของระบบไม่ได้อยู่เพียงว่าเทคโนโลยีฉลาดแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าสามารถช่วยให้แพทย์ดูแลผู้ป่วยได้อย่างเป็นระบบและปลอดภัยขึ้นอย่างไร Addwise Comorbid จึงทำหน้าที่เป็น Clinical Decision Support System โดยการประเมิน วินิจฉัย และตัดสินใจด้านการรักษายังคงอยู่ภายใต้ Clinical Judgment ของแพทย์ผู้ดูแล" นพ.เจตน์ กล่าว
3 มิติ มาตรฐานระดับ Academy
นพ.ทวนทศพร สุวรรณจูฑะ ผู้อำนวยการฝ่ายมาตรฐานการแพทย์ เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล กล่าวว่าในด้านของความยั่งยืนนั้น เครือโรงพยาบาลฯ ได้จัดตั้ง Addwise Comorbid Academy ขึ้น ควบคู่ไปกับตัวแพลตฟอร์ม โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อวางมาตรฐานการนำระบบไปใช้จริง ให้เกิดความมั่นใจว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้ในสถานพยาบาลจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีทิศทางเดียวกันทั้งเครือ
โดยครอบคลุมการสร้างมาตรฐานใน 3 มิติหลัก ได้แก่
1.การฝึกอบรมแพทย์ (Doctor Training): เพื่อให้แพทย์มีความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือ Clinical Intelligence นี้ประกอบกับดุลยพินิจทางคลินิกของตนเอง
2.การพัฒนาศักยภาพของ LA : มุ่งเน้นการฝึกฝนบุคลากร (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพยาบาล) ให้ทำหน้าที่เป็น Clinical Navigator ที่มีทักษะในการสื่อสาร การรับฟัง และการรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยอย่างครบถ้วน
3.การวางระบบรับรองความสามารถ (Certification): มีการสร้างระบบประเมินและออกใบรับรองเพื่อยืนยันว่าบุคลากรมีความพร้อมและมีทักษะตามมาตรฐานที่กำหนดในการดูแลผู้ป่วยผ่านระบบนี้
“เทคโนโลยีช่วยให้เรามองเห็นข้อมูลได้เป็นระบบ แต่ Human Touch ช่วยให้เราเข้าใจบริบทของผู้ป่วยได้ลึกขึ้น Longevity Assistant จึงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเชื่อม Clinical Intelligence เข้ากับ Clinical Workflow ทำให้ข้อมูล ความเชี่ยวชาญของแพทย์ และการดูแลผู้ป่วยสามารถเดินหน้าไปด้วยกันอย่างเป็นเอกภาพและต่อเนื่อง”
ทิศทางในอนาคตของ เครือรพ.พญาไท-เครือรพ.เปาโล จะต่อยอดความสามารถของ AI ในมิติต่างๆ ภายใต้มาตรฐานการรับรองทางการแพทย์ เพื่อเป้าหมายสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพที่ไม่ได้เน้นเพียงแค่จำนวนผู้ป่วย แต่เน้น "คุณภาพชีวิต" ที่ยั่งยืน



