วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน 2569

Login
Login

ใช้ชีวิตประจำวัน พฤติกรรมเล็กๆ เสี่ยง 'มะเร็ง' อะไรบ้าง?

ภาพรวมประเทศไทย  "มะเร็ง" ยังเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 และมีผู้ป่วยรายใหม่ราว 200,000 ราย/ปี โดยโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในประเทศไทย (รวมทุกเพศ) คือ มะเร็งตับและท่อน้ำดี

"มะเร็ง" ไม่ใช่โรคที่เกิดจากพันธุกรรมอย่างเดียว แต่กว่า 40–50% ของมะเร็งมีความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การกินอาหารปิ้งย่างไหม้เกรียม การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การไม่ออกกำลังกาย และการกินอาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบเป็นประจำ การรู้เท่าทันความเสี่ยงเหล่านี้จะช่วยให้เราปรับพฤติกรรม ลดโอกาสเกิดโรค และตรวจพบมะเร็งได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ผศ. นพ.ธเนศ เดชศักดิพล
สาขาวิชามะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่าภาพรวมประเทศไทย  มะเร็งยังเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 และมีผู้ป่วยรายใหม่ราว 200,000 ราย/ปี โดยมะเร็งที่พบบ่อย 3 อันดับแรก (Top 3) แยกตามเพศ ได้แก่

  • ผู้หญิง: เต้านม, ปากมดลูก และ ลำไส้
  • ผู้ชาย: ตับ/ทางเดินน้ำดี, ลำไส้ และ ปอด

“มะเร็งเกิดจากพันธุกรรม 5–10%  จากพฤติกรรม/ไลฟ์สไตล์ 40–50%  และที่เหลือ “ไม่ทราบสาเหตุชัดเจน”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

เปิดสถิติ 'โรคมะเร็ง' ปี 2026 'มะเร็งปอด'คร่าชีวิตอันดับ 1

ชนิด 'โรคมะเร็ง' ที่ทำคนไทยเสียชีวิตมากที่สุด

ปัจจัยที่ทำให้เกิดมะเร็ง มีดังนี้

  • พันธุกรรม

บางคนมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเนื่องจากพันธุกรรมที่ได้รับจากครอบครัว ยีนบางตัวอาจมีความผิดปกติที่สืบทอดมาจากพ่อแม่ ซึ่งทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งสูงขึ้น เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่

  • สิ่งแวดล้อมและมลภาวะ

การสัมผัสกับสารเคมีบางชนิด รังสีอันตราย หรือมลภาวะทางอากาศ สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งได้ แม้ว่าโดยรวมบุคคลนั้นจะมีสุขภาพดี

  • อาหารและการใช้ชีวิต

 แม้บางคนจะมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ดี เช่น การออกกำลังกายและทานอาหารที่สมดุล แต่อาจยังสัมผัสกับสารก่อมะเร็งในอาหาร เช่น สารกันบูด สารเคมีในยาฆ่าแมลง หรือสารพิษจากการปิ้งย่าง

  • ไวรัสบางชนิด

การติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น ไวรัสตับอักเสบ B และ C ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งตับ หรือ HPV ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูก สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งได้

  • ความผิดปกติในการแบ่งเซลล์ตามธรรมชาติ

เซลล์ในร่างกายมีการแบ่งตัวและซ่อมแซมตนเองอยู่ตลอดเวลา ในกระบวนการนี้บางครั้งอาจเกิดข้อผิดพลาดในการซ่อมแซม DNA ซึ่งอาจนำไปสู่การกลายพันธุ์และเกิดมะเร็ง

  • อายุ

โอกาสในการเป็นมะเร็งจะเพิ่มขึ้นตามอายุ แม้ว่าจะดูแลสุขภาพดีตลอดชีวิตก็ตาม เพราะเซลล์ร่างกายเสื่อมลงและมีโอกาสเกิดความผิดปกติได้ง่ายขึ้น

แนวทางลดความเสี่ยงที่ทำได้จริง

ไม่สูบบุหรี่ ลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนเพียงพอ และตรวจสุขภาพคัดกรองตามวัย

“ชีวิตประจำวัน” พาเราเข้าใกล้มะเร็งได้ 

มะเร็งเป็นโรคที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์อย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่อร่างกายได้รับปัจจัยกระตุ้นซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน เช่น สารก่อมะเร็งจากอาหาร ควันบุหรี่ หรือภาวะอักเสบเรื้อรัง เซลล์อาจเกิดความผิดปกติและกลายเป็นมะเร็งได้

แม้บางปัจจัยจะควบคุมไม่ได้ เช่น อายุหรือพันธุกรรม แต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวันจำนวนมากสามารถปรับเปลี่ยนได้ การลดความเสี่ยงตั้งแต่วันนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่เพื่อป้องกันได้ 100% แต่เพื่อ ลดโอกาสเกิดโรคให้น้อยที่สุด

มะเร็ง “ยอดฮิต” ที่คนไทยเจอบ่อย 

มะเร็งที่พบในคนไทยมีความแตกต่างกันระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย ทั้งจากปัจจัยด้านฮอร์โมน พฤติกรรมการใช้ชีวิต และโรคประจำตัวบางอย่าง การแยกดูตามเพศจึงช่วยให้เข้าใจความเสี่ยงของตนเองได้ชัดขึ้น และเลือกการคัดกรองที่เหมาะสมกับช่วงวัยได้ง่ายขึ้น

มะเร็งที่พบได้บ่อยในผู้หญิงไทย ได้แก่

  • มะเร็งเต้านม
  • มะเร็งปากมดลูก
  • มะเร็งลำไส้ใหญ่

มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิง และสามารถเกิดได้ตั้งแต่อายุยังไม่มาก การสังเกตความผิดปกติของเต้านมและการคัดกรองตามช่วงอายุ มีส่วนช่วยให้ตรวจพบโรคได้เร็วขึ้น

มะเร็งที่พบบ่อยในผู้ชายไทย ได้แก่

  • มะเร็งตับและท่อน้ำดี
  • มะเร็งลำไส้ใหญ่
  • มะเร็งปอด

มะเร็งตับและท่อน้ำดีมีความสัมพันธ์กับโรคตับเรื้อรังและพฤติกรรมการกิน ขณะที่มะเร็งปอดสัมพันธ์กับการสูบบุหรี่และควันบุหรี่โดยตรง

6 พฤติกรรมใกล้ตัวที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง

พฤติกรรมในชีวิตประจำวันบางอย่าง แม้ดูเหมือนไม่อันตรายหรือทำกันเป็นปกติ แต่หากทำซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน อาจกลายเป็นปัจจัยสะสมที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งได้โดยไม่รู้ตัว การรู้เท่าทันพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าต้องเลิกทั้งหมด แต่ช่วยให้เลือกปรับ ลด หรือระมัดระวังได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น 

1) กินอาหารปิ้งย่าง “ไหม้เกรียม” บ่อย ๆ

อาหารที่ย่างจนไหม้จะเกิดสารก่อมะเร็ง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งทางเดินอาหาร โดยเฉพาะลำไส้ใหญ่และกระเพาะอาหาร การลดความถี่ เลี่ยงส่วนไหม้ และการหมักเนื้อด้วยเครื่องเทศหรือมะนาวก่อนย่าง ช่วยลดปริมาณสารก่อมะเร็งได้

วิธีลดเสี่ยงที่ทำได้จริง

  • ลดความถี่: อย่างน้อยเดือนหนึ่งประมาณไม่เกิน 2–3 ครั้ง
  • เลี่ยงส่วนไหม้เกรียม: ปิ้งไฟไม่แรงเกิน พลิกเนื้อบ่อย ๆ และ “ไม่เอาดำ”
  • หมักก่อนย่าง: หมักด้วย มะนาว/เครื่องเทศ/กระเทียม ก่อนปิ้งย่าง ช่วยลดสารก่อมะเร็งได้ถึง 40–50%

2) สูบบุหรี่ และรับควันบุหรี่มือสอง

บุหรี่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลายอวัยวะ ไม่เฉพาะปอด แต่รวมถึงช่องปาก หลอดอาหาร และกระเพาะปัสสาวะ แม้ไม่ได้สูบเอง การได้รับควันบุหรี่มือสองก็เพิ่มความเสี่ยงได้เช่นกัน

3) บุหรี่ไฟฟ้า: ปอดเสียแน่ ส่วนความเสี่ยงมะเร็งยังต้องติดตามระยะยาว

แม้บุหรี่ไฟฟ้าจะมีกลิ่นน้อย แต่ยังส่งผลเสียต่อปอดโดยตรง ส่วนความเสี่ยงมะเร็งในระยะยาวยังอยู่ระหว่างการติดตามข้อมูล

4) ไม่ออกกำลังกาย ปล่อยให้อ้วน

น้ำหนักเกินทำให้ร่างกายเกิดภาวะอักเสบเรื้อรัง ฮอร์โมนและอินซูลินผิดปกติ ซึ่งสัมพันธ์กับมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมากและลำไส้ใหญ่

5) ดื่มแอลกอฮอล์เกินพอดี

การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากและต่อเนื่องเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตับและทางเดินอาหาร อย่างไรก็ตามการจำกัดปริมาณช่วยลดความเสี่ยงได้โดยทั่วไป

  • ผู้หญิง: ดื่มได้วันละไม่เกิน 1 แก้ว
  • ผู้ชาย: ดื่มได้วันละไม่เกิน 2 แก้ว

6) อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ/ดิบเป็นประจำ

อาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ โดยเฉพาะบางเมนูพื้นถิ่น มีความเกี่ยวข้องกับมะเร็งตับและท่อน้ำดี การกินซ้ำ ๆ เป็นเวลานานยิ่งเพิ่มความเสี่ยง

อาการที่ควรเริ่ม “ตั้งข้อสงสัย” และไปพบแพทย์

  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • เหนื่อยง่าย ไอเรื้อรัง เสียงแหบ
  • ปวดท้องบ่อย หรือถ่ายผิดปกติ
  • มีเลือดปนอุจจาระหรือปัสสาวะ
  • มีก้อน แผล หรือไฝที่เปลี่ยนแปลงเร็ว

หากอาการเหล่านี้เป็นต่อเนื่อง ไม่ควรละเลย

คัดกรองมะเร็งตามวัย แบบที่คนทั่วไปเอาไปใช้ได้

การคัดกรองมะเร็งไม่ได้มีสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน แต่ควรเลือกตามช่วงอายุและปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบุคคล การเริ่มตรวจในช่วงวัยที่เหมาะสมช่วยเพิ่มโอกาสพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และลดความเสี่ยงจากการตรวจที่ไม่จำเป็น

อายุประมาณ 30 ปี

* ผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์: เริ่มคัดกรอง มะเร็งปากมดลูก

* ผู้หญิง: แนะนำให้ ตรวจเต้านมด้วยตัวเองทุกเดือน (ทำได้ตั้งแต่อายุ 30 ปี) และช่วงที่แนะนำคือ หลังมีประจำเดือน 7 วัน

อายุประมาณ 40 ปี

* ผู้หญิง: ควรคัดกรอง มะเร็งเต้านม ปีละ  1 ครั้ง

อายุประมาณ 45-50 ปี

* ควรตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่

* ผู้ชายพิจารณาการตรวจต่อมลูกหมากตามความเสี่ยง

อายุ 55 ปี (เฉพาะกลุ่มเสี่ยง)

* คนที่สูบบุหรี่จัด: ควรตรวจคัดกรอง มะเร็งปอด 

และสำหรับผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น ผู้มีโรคตับแข็ง ตับอักเสบเรื้อรัง: ควรติดตามคัดกรองมะเร็งตับอย่างต่อเนื่อง

มะเร็งไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการสะสมพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน การปรับวิถีชีวิต เลือกกิน ออกกำลังกาย และคัดกรองตามวัย คือวิธีลดความเสี่ยงที่ทุกคนทำได้ตั้งแต่วันนี้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยงมะเร็ง

Q1: ชอบกินปิ้งย่าง ต้องเลิกเลยไหม ?
A:  ไม่จำเป็น แค่ลดความถี่ เลี่ยงส่วนไหม้ และกินอย่างพอดี

Q2: บุหรี่ทำให้เสี่ยงแค่มะเร็งปอดจริงไหม ?
A:  ไม่จริง บุหรี่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลายอวัยวะ

Q3: บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าไหม ?
A:  ไม่ปลอดภัย และยังต้องติดตามผลระยะยาว

Q4: ถ้าคนในบ้านเคยเป็นมะเร็ง เราเสี่ยงมากไหม ?
A:  มะเร็งจากพันธุกรรมพบไม่มาก พฤติกรรมในชีวิตประจำวันยังมีผลสำคัญ

Q5: ปลาดิบกินได้ไหม ?
A:  กินได้เป็นครั้งคราว แต่ไม่ควรกินเป็นประจำหรือปริมาณมาก

 ดังนั้น ต่อให้ตอนนี้มี “สุขภาพที่ดีก็มีสิทธิเป็นมะเร็งได้” เพราะโอกาสเกิดมะเร็งมาจากหลายปัจจัย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการดูแลสุขภาพเพียงอย่างเดียว “มะเร็ง” เป็นโรคที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของเซลล์ในร่างกาย และสาเหตุของการกลายพันธุ์นี้มีหลายประการ  อาทิ พันธุกรรม สิ่งแวดล้อม อาหารการกิน พฤติกรรมการใช้ชีวิต

การดูแลสุขภาพสามารถลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งได้ แต่ไม่สามารถป้องกันได้ 100% เนื่องจากมีปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุม

อ้างอิง: Rama Channel , โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต