ภาพรวมประเทศไทย "มะเร็ง" ยังเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 และมีผู้ป่วยรายใหม่ราว 200,000 ราย/ปี โดยโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในประเทศไทย (รวมทุกเพศ) คือ มะเร็งตับและท่อน้ำดี
"มะเร็ง" ไม่ใช่โรคที่เกิดจากพันธุกรรมอย่างเดียว แต่กว่า 40–50% ของมะเร็งมีความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การกินอาหารปิ้งย่างไหม้เกรียม การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การไม่ออกกำลังกาย และการกินอาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบเป็นประจำ การรู้เท่าทันความเสี่ยงเหล่านี้จะช่วยให้เราปรับพฤติกรรม ลดโอกาสเกิดโรค และตรวจพบมะเร็งได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
ผศ. นพ.ธเนศ เดชศักดิพล สาขาวิชามะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่าภาพรวมประเทศไทย มะเร็งยังเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 และมีผู้ป่วยรายใหม่ราว 200,000 ราย/ปี โดยมะเร็งที่พบบ่อย 3 อันดับแรก (Top 3) แยกตามเพศ ได้แก่
- ผู้หญิง: เต้านม, ปากมดลูก และ ลำไส้
- ผู้ชาย: ตับ/ทางเดินน้ำดี, ลำไส้ และ ปอด
“มะเร็งเกิดจากพันธุกรรม 5–10% จากพฤติกรรม/ไลฟ์สไตล์ 40–50% และที่เหลือ “ไม่ทราบสาเหตุชัดเจน”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
ปัจจัยที่ทำให้เกิดมะเร็ง มีดังนี้
- พันธุกรรม
บางคนมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเนื่องจากพันธุกรรมที่ได้รับจากครอบครัว ยีนบางตัวอาจมีความผิดปกติที่สืบทอดมาจากพ่อแม่ ซึ่งทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งสูงขึ้น เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่
- สิ่งแวดล้อมและมลภาวะ
การสัมผัสกับสารเคมีบางชนิด รังสีอันตราย หรือมลภาวะทางอากาศ สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งได้ แม้ว่าโดยรวมบุคคลนั้นจะมีสุขภาพดี
- อาหารและการใช้ชีวิต
แม้บางคนจะมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ดี เช่น การออกกำลังกายและทานอาหารที่สมดุล แต่อาจยังสัมผัสกับสารก่อมะเร็งในอาหาร เช่น สารกันบูด สารเคมีในยาฆ่าแมลง หรือสารพิษจากการปิ้งย่าง
- ไวรัสบางชนิด
การติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น ไวรัสตับอักเสบ B และ C ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งตับ หรือ HPV ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูก สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งได้
- ความผิดปกติในการแบ่งเซลล์ตามธรรมชาติ
เซลล์ในร่างกายมีการแบ่งตัวและซ่อมแซมตนเองอยู่ตลอดเวลา ในกระบวนการนี้บางครั้งอาจเกิดข้อผิดพลาดในการซ่อมแซม DNA ซึ่งอาจนำไปสู่การกลายพันธุ์และเกิดมะเร็ง
- อายุ
โอกาสในการเป็นมะเร็งจะเพิ่มขึ้นตามอายุ แม้ว่าจะดูแลสุขภาพดีตลอดชีวิตก็ตาม เพราะเซลล์ร่างกายเสื่อมลงและมีโอกาสเกิดความผิดปกติได้ง่ายขึ้น
แนวทางลดความเสี่ยงที่ทำได้จริง
ไม่สูบบุหรี่ ลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนเพียงพอ และตรวจสุขภาพคัดกรองตามวัย
“ชีวิตประจำวัน” พาเราเข้าใกล้มะเร็งได้
มะเร็งเป็นโรคที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์อย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่อร่างกายได้รับปัจจัยกระตุ้นซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน เช่น สารก่อมะเร็งจากอาหาร ควันบุหรี่ หรือภาวะอักเสบเรื้อรัง เซลล์อาจเกิดความผิดปกติและกลายเป็นมะเร็งได้
แม้บางปัจจัยจะควบคุมไม่ได้ เช่น อายุหรือพันธุกรรม แต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวันจำนวนมากสามารถปรับเปลี่ยนได้ การลดความเสี่ยงตั้งแต่วันนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่เพื่อป้องกันได้ 100% แต่เพื่อ ลดโอกาสเกิดโรคให้น้อยที่สุด
มะเร็ง “ยอดฮิต” ที่คนไทยเจอบ่อย
มะเร็งที่พบในคนไทยมีความแตกต่างกันระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย ทั้งจากปัจจัยด้านฮอร์โมน พฤติกรรมการใช้ชีวิต และโรคประจำตัวบางอย่าง การแยกดูตามเพศจึงช่วยให้เข้าใจความเสี่ยงของตนเองได้ชัดขึ้น และเลือกการคัดกรองที่เหมาะสมกับช่วงวัยได้ง่ายขึ้น
มะเร็งที่พบได้บ่อยในผู้หญิงไทย ได้แก่
- มะเร็งเต้านม
- มะเร็งปากมดลูก
- มะเร็งลำไส้ใหญ่
มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิง และสามารถเกิดได้ตั้งแต่อายุยังไม่มาก การสังเกตความผิดปกติของเต้านมและการคัดกรองตามช่วงอายุ มีส่วนช่วยให้ตรวจพบโรคได้เร็วขึ้น
มะเร็งที่พบบ่อยในผู้ชายไทย ได้แก่
- มะเร็งตับและท่อน้ำดี
- มะเร็งลำไส้ใหญ่
- มะเร็งปอด
มะเร็งตับและท่อน้ำดีมีความสัมพันธ์กับโรคตับเรื้อรังและพฤติกรรมการกิน ขณะที่มะเร็งปอดสัมพันธ์กับการสูบบุหรี่และควันบุหรี่โดยตรง
6 พฤติกรรมใกล้ตัวที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง
พฤติกรรมในชีวิตประจำวันบางอย่าง แม้ดูเหมือนไม่อันตรายหรือทำกันเป็นปกติ แต่หากทำซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน อาจกลายเป็นปัจจัยสะสมที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งได้โดยไม่รู้ตัว การรู้เท่าทันพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าต้องเลิกทั้งหมด แต่ช่วยให้เลือกปรับ ลด หรือระมัดระวังได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น
1) กินอาหารปิ้งย่าง “ไหม้เกรียม” บ่อย ๆ
อาหารที่ย่างจนไหม้จะเกิดสารก่อมะเร็ง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งทางเดินอาหาร โดยเฉพาะลำไส้ใหญ่และกระเพาะอาหาร การลดความถี่ เลี่ยงส่วนไหม้ และการหมักเนื้อด้วยเครื่องเทศหรือมะนาวก่อนย่าง ช่วยลดปริมาณสารก่อมะเร็งได้
วิธีลดเสี่ยงที่ทำได้จริง
- ลดความถี่: อย่างน้อยเดือนหนึ่งประมาณไม่เกิน 2–3 ครั้ง
- เลี่ยงส่วนไหม้เกรียม: ปิ้งไฟไม่แรงเกิน พลิกเนื้อบ่อย ๆ และ “ไม่เอาดำ”
- หมักก่อนย่าง: หมักด้วย มะนาว/เครื่องเทศ/กระเทียม ก่อนปิ้งย่าง ช่วยลดสารก่อมะเร็งได้ถึง 40–50%
2) สูบบุหรี่ และรับควันบุหรี่มือสอง
บุหรี่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลายอวัยวะ ไม่เฉพาะปอด แต่รวมถึงช่องปาก หลอดอาหาร และกระเพาะปัสสาวะ แม้ไม่ได้สูบเอง การได้รับควันบุหรี่มือสองก็เพิ่มความเสี่ยงได้เช่นกัน
3) บุหรี่ไฟฟ้า: ปอดเสียแน่ ส่วนความเสี่ยงมะเร็งยังต้องติดตามระยะยาว
แม้บุหรี่ไฟฟ้าจะมีกลิ่นน้อย แต่ยังส่งผลเสียต่อปอดโดยตรง ส่วนความเสี่ยงมะเร็งในระยะยาวยังอยู่ระหว่างการติดตามข้อมูล
4) ไม่ออกกำลังกาย ปล่อยให้อ้วน
น้ำหนักเกินทำให้ร่างกายเกิดภาวะอักเสบเรื้อรัง ฮอร์โมนและอินซูลินผิดปกติ ซึ่งสัมพันธ์กับมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมากและลำไส้ใหญ่
5) ดื่มแอลกอฮอล์เกินพอดี
การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากและต่อเนื่องเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตับและทางเดินอาหาร อย่างไรก็ตามการจำกัดปริมาณช่วยลดความเสี่ยงได้โดยทั่วไป
- ผู้หญิง: ดื่มได้วันละไม่เกิน 1 แก้ว
- ผู้ชาย: ดื่มได้วันละไม่เกิน 2 แก้ว
6) อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ/ดิบเป็นประจำ
อาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ โดยเฉพาะบางเมนูพื้นถิ่น มีความเกี่ยวข้องกับมะเร็งตับและท่อน้ำดี การกินซ้ำ ๆ เป็นเวลานานยิ่งเพิ่มความเสี่ยง
อาการที่ควรเริ่ม “ตั้งข้อสงสัย” และไปพบแพทย์
- น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- เหนื่อยง่าย ไอเรื้อรัง เสียงแหบ
- ปวดท้องบ่อย หรือถ่ายผิดปกติ
- มีเลือดปนอุจจาระหรือปัสสาวะ
- มีก้อน แผล หรือไฝที่เปลี่ยนแปลงเร็ว
หากอาการเหล่านี้เป็นต่อเนื่อง ไม่ควรละเลย
คัดกรองมะเร็งตามวัย แบบที่คนทั่วไปเอาไปใช้ได้
การคัดกรองมะเร็งไม่ได้มีสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน แต่ควรเลือกตามช่วงอายุและปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบุคคล การเริ่มตรวจในช่วงวัยที่เหมาะสมช่วยเพิ่มโอกาสพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และลดความเสี่ยงจากการตรวจที่ไม่จำเป็น
อายุประมาณ 30 ปี
* ผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์: เริ่มคัดกรอง มะเร็งปากมดลูก
* ผู้หญิง: แนะนำให้ ตรวจเต้านมด้วยตัวเองทุกเดือน (ทำได้ตั้งแต่อายุ 30 ปี) และช่วงที่แนะนำคือ หลังมีประจำเดือน 7 วัน
อายุประมาณ 40 ปี
* ผู้หญิง: ควรคัดกรอง มะเร็งเต้านม ปีละ 1 ครั้ง
อายุประมาณ 45-50 ปี
* ควรตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่
* ผู้ชายพิจารณาการตรวจต่อมลูกหมากตามความเสี่ยง
อายุ 55 ปี (เฉพาะกลุ่มเสี่ยง)
* คนที่สูบบุหรี่จัด: ควรตรวจคัดกรอง มะเร็งปอด
และสำหรับผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น ผู้มีโรคตับแข็ง ตับอักเสบเรื้อรัง: ควรติดตามคัดกรองมะเร็งตับอย่างต่อเนื่อง
มะเร็งไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการสะสมพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน การปรับวิถีชีวิต เลือกกิน ออกกำลังกาย และคัดกรองตามวัย คือวิธีลดความเสี่ยงที่ทุกคนทำได้ตั้งแต่วันนี้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยงมะเร็ง
Q1: ชอบกินปิ้งย่าง ต้องเลิกเลยไหม ? A: ไม่จำเป็น แค่ลดความถี่ เลี่ยงส่วนไหม้ และกินอย่างพอดี
Q2: บุหรี่ทำให้เสี่ยงแค่มะเร็งปอดจริงไหม ? A: ไม่จริง บุหรี่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลายอวัยวะ
Q3: บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าไหม ? A: ไม่ปลอดภัย และยังต้องติดตามผลระยะยาว
Q4: ถ้าคนในบ้านเคยเป็นมะเร็ง เราเสี่ยงมากไหม ? A: มะเร็งจากพันธุกรรมพบไม่มาก พฤติกรรมในชีวิตประจำวันยังมีผลสำคัญ
Q5: ปลาดิบกินได้ไหม ? A: กินได้เป็นครั้งคราว แต่ไม่ควรกินเป็นประจำหรือปริมาณมาก
ดังนั้น ต่อให้ตอนนี้มี “สุขภาพที่ดีก็มีสิทธิเป็นมะเร็งได้” เพราะโอกาสเกิดมะเร็งมาจากหลายปัจจัย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการดูแลสุขภาพเพียงอย่างเดียว “มะเร็ง” เป็นโรคที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของเซลล์ในร่างกาย และสาเหตุของการกลายพันธุ์นี้มีหลายประการ อาทิ พันธุกรรม สิ่งแวดล้อม อาหารการกิน พฤติกรรมการใช้ชีวิต
การดูแลสุขภาพสามารถลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งได้ แต่ไม่สามารถป้องกันได้ 100% เนื่องจากมีปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุม
อ้างอิง: Rama Channel , โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต


