ภาคธุรกิจ Wellness ของประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญที่ขับเคลื่อนประเทศ สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนมุมมองต่อรายจ่ายด้านสุขภาพ ให้กลายเป็นการลงทุนระยะยาวเชิงป้องกัน โดยทิศทางหลักของ Health Economy หลักการแพทย์เชิงป้องกัน (Prevention), ประสิทธิภาพการเคลื่อนไหว(ออกกำลังกาย) (Mobility) และ การฟื้นฟูระบบร่างกาย (Recovery)
ในงานเสวนา KTC FIT Talk 23 หัวข้อ “สุขภาพในยุคที่ค่ารักษาแพงขึ้น แต่การป้องกันยังคุ้มค่าเสมอ” จัดโดย บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากทั้ง 3 แวดวง ได้แก่ การแพทย์ ธุรกิจฟิตเนสและการฟื้นฟูสุขภาพ มาร่วมนำเสนอข้อมูลและฉายภาพรวมของการบูรณาการสุขภาพแบบครบวงจร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
แพทย์เตือน 'ไวรัสตับอักเสบเอ' มากับอาหาร–น้ำดื่ม แพร่เชื้อง่ายกว่าที่คิด
ป้องกันโรคใช้ต้นทุนต่ำกว่าการรักษา
ปัจจุบันแนวโน้มโรคของคนไทยในแต่ละช่วงวัยเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานอายุ 20-35 ปี ที่เริ่มเผชิญกับความเครียดสะสม การนอนหลับผิดปกติ และพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ส่งผลต่อหัวใจโดยไม่รู้ตัว ขณะที่กลุ่มอายุ 35-50 ปี เริ่มพบโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของภาวะเสียชีวิตเฉียบพลัน (Sudden Death)
“พญ.ปิยนาฏ ปรียานนท์” อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด ผู้ชำนาญการด้านการสวนหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาล MedPark กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่าภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หลอดเลือดหัวใจตีบ หรือแม้แต่ความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง สามารถเกิดขึ้นในคนอายุน้อยลง และหลายกรณีไม่แสดงอาการล่วงหน้า ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยดูแข็งแรง แต่กลับเกิดเหตุการณ์เฉียบพลันโดยไม่ทันตั้งตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่วงการแพทย์ให้ความสำคัญมากขึ้นในช่วงหลัง
การตรวจสุขภาพเชิงลึกจึงไม่ใช่เพียงการยืนยันว่า ‘ป่วยหรือไม่’ แต่คือการค้นหาความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อเหตุการณ์เฉียบพลันที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด แนวคิดของการประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า เช่น การดูความผิดปกติของหัวใจและหลอดเลือด หรือการตรวจที่ช่วยคัดกรองความเสี่ยงต่อSudden Deathจึงเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในกลุ่มคนที่ต้องการดูแลสุขภาพเชิงรุก
สุขภาพดีขั้นพื้นฐานสร้างได้ด้วยวินัย
“ธัญวษกา นวัตธามกุล” ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Kaew Pilates Studio กล่าวว่าพิลาทิส คือการสร้างพื้นฐานของร่างกาย ทั้งแกนกลางลำตัว (Core) และท่าทางการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง (Posture) ซึ่งช่วยลดการบาดเจ็บและค่าใช้จ่ายด้านการรักษาในระยะยาว สอดคล้องกับพฤติกรรมคนทำงานยุคใหม่ ที่ร่างกายเริ่มเสื่อมจากพฤติกรรมมากกว่าอายุจริง โดยเฉพาะช่วงอายุ 25-30 ปี ทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนมุมมองจากการออกกำลังกายเพื่อรูปร่าง ไปสู่การดูแลร่างกายให้ใช้งานได้ดีในระยะยาว เทรนด์การเคลื่อนไหวอย่างมีประสิทธิภาพ (Mobility) และการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน (Longevity) จึงเติบโตอย่างชัดเจน
พร้อมชี้ว่าสุขภาพดีขั้นพื้นฐานสร้างได้ด้วยวินัย โดยไม่ต้องจ่ายแพง เริ่มจาก “การนอนหลับ” 7-8 ชั่วโมง ซึ่งเป็นยาวิเศษที่แทบไม่ต้องเสียเงิน หากจะลงทุน ควรเลือกหมอน ที่นอน และรองเท้าที่รับกับสรีระ เพื่อป้องกันอาการปวดคอ หลัง และข้อเข่าเรื้อรังที่อาจทำให้เสียค่ารักษาบานปลาย ส่วนเรื่องอาหารให้เน้นแบบไม่แปรรูป (Whole foods)ครบ5หมู่ การออกกำลังกายก็ทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน เริ่มแค่วันละ 10-20 นาทีโดยไม่ต้องกดดันตัวเอง และที่สำคัญต้องดูแลสุขภาพใจ (Mental Health)หากิจกรรมฮีลใจควบคู่ไปด้วย
ฟื้นฟูร่างกาย (Recovery) มาแรง
การฟื้นฟูร่างกายและระบบประสาทมีความสำคัญไม่แพ้การออกกำลังกายหรือโภชนาการ โดยในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะคนเมืองที่ใช้ชีวิตเร่งรีบและมีความเครียดสูง เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จากเดิมที่ใช้บริการเพื่อการผ่อนคลายเป็นครั้งคราว เริ่มเข้าใจแนวคิดการฟื้นฟูร่างกาย (Recovery) มากขึ้น และเลือกดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
"นพมน สามารถ" ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัทออนเซ็น รีทรีต แอนด์ สปา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)YunomoriOnsen เผยว่าเวลเนส (Wellness) กำลังเปลี่ยนจากสิ่งฟุ่มเฟือยเป็นครั้งคราว (Occasional Luxury) ไปสู่กิจวัตรประจำ (Regular Habit) เมื่อผู้บริโภคเข้าใจการทำงานของร่างกายมากขึ้น ทั้งระบบประสาท การไหลเวียนเลือด และสมดุลฮอร์โมน การดูแลสุขภาพผ่านออนเซ็นหรือสปา จึงไม่ใช่เพียงการผ่อนคลายระยะสั้น แต่เป็นเครื่องมือดูแลสุขภาพในระยะยาว
“เห็นได้จากพฤติกรรมลูกค้าที่ไม่ได้ถามว่า ‘คุ้มไหม’ แต่ถามว่า ‘ควรมาบ่อยแค่ไหนถึงจะเห็นผล’ ขณะเดียวกัน การพักผ่อนเชิงคุณภาพ (Quality Rest) ถือเป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพ เนื่องจากช่วยฟื้นฟูร่างกายและลดความเสี่ยงด้านสุขภาพทั้งกายและใจในระยะยาว”
ส่งผลให้ Wellness ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่กลายเป็นความจำเป็นของคนเมือง และสอดรับกับการเติบโตของเศรษฐกิจการฟื้นฟูสุขภาพ (Healing Economy) ที่ขับเคลื่อนจากความเครียดของวิถีชีวิตเมือง ความเข้าใจเรื่องสุขภาพและการสูงวัย (Aging) ที่ลึกซึ้ง รวมถึงทัศนคติของคนรุ่นใหม่ที่มองการใช้จ่ายด้านสุขภาพเป็นการลงทุนมากกว่าค่าใช้จ่าย
นพมน เน้นย้ำถึงการฟื้นฟู (Recovery) ว่า สิ่งสำคัญคือ “การพักที่ได้พักจริงๆ” การลดละเลิกสมาร์ตโฟนก่อนนอนเพื่อเลี่ยงแสงสีฟ้า คือการฟื้นฟูร่างกายฟรีๆ ที่หลายคนมองข้าม
ผู้บริโภคลงทุนด้านสุขภาพมากขึ้น
“สิรีรัตน์ คอวนิช” ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของสมาชิกในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าผู้บริโภคไทยยอมลงทุนด้านสุขภาพมากขึ้นอย่างชัดเจน โดยครอบคลุมการดูแลแบบองค์รวม ทั้งการออกกำลังกาย การตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน อาหารเพื่อสุขภาพ และการดูแลสุขภาพจิต ส่งผลให้เศรษฐกิจสุขภาพกลายเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญของผู้บริโภคไทย
ทั้งนี้ สัดส่วนการใช้จ่ายด้านสุขภาพมีการเติบโตขึ้นอย่างมาก โดยมีตัวเลขสถิติที่ดังนี้ กลุ่มวัยเริ่มต้นทำงาน (อายุ20-29ปี) เป็นกลุ่มที่น่าจับตามอง เนื่องจากมีสัดส่วนการใช้จ่ายในหมวดการดูแลสุขภาพเติบโตสูงสุดถึงเกือบ 40% ภาพรวมการเติบโตในปี 2568 การใช้จ่ายผ่าบัตรเคทีซีในหมวดบริการทางการแพทย์และความงามเติบโตขึ้น 6% ขณะที่หมวดฟิตเนสมีการเติบโตสูงถึง 20%
ในมิติของการสนับสนุนให้คนไทยเข้าถึงการดูแลสุขภาพทางด้าน เคทีซี (KTC) ได้มุ่งสร้างระบบนิเวศด้านสุขภาพ (Wellness Ecosystem) เพื่อผลักดันให้การดูแลตัวเองเป็นไลฟ์สไตล์ที่ยั่งยืนและเข้าถึงง่ายขึ้น โดยดึงพันธมิตรชั้นนำด้านสุขภาพกว่า 5,700 แห่งทั่วประเทศ มาร่วมขับเคลื่อนผ่านแคมเปญ “Health Level Up” และกิจกรรม “Burn & Earn” ตลอดปี 2569 เพื่อสนับสนุนให้คนไทยสามารถเริ่มต้นดูแลสุขภาพแบบครบวงจรได้อย่างต่อเนื่องและทำได้จริงในชีวิตประจำวัน


