ปัญหาสุขภาพของผู้หญิงเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนและต้องการความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยเฉพาะเรื่องของ "ตกขาว" ซึ่งเป็นภาวะที่ผู้หญิงเกือบทุกคนต้องเคยประสบในชีวิตประจำวัน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจ เป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิง ทว่า การมีตกขาวที่ผิดปกติ อาจบ่งบอกเรื่องสุขภาพ
แหล่งกำเนิดของตกขาว
ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ. วิทยา ถิฐาพันธ์ สูติ-นรีแพทย์ และ กรรมการแพทยสภา อธิบายใน “ก้าวทันโรคกับแพทยสภา”ว่า ตกขาวเป็นสิ่งที่ถูกขับออกมาทางช่องคลอดและสามารถมองเห็นได้ แต่สิ่งนั้นต้องไม่ใช่เลือด หากเป็นเลือดจะถูกเรียกว่าเป็นอาการเลือดออกผิดปกติ ตกขาวที่ปกติของผู้หญิงจะมีลักษณะมูกใสหรือมีลักษณะคล้ายแป้งเปียก แต่ที่เรียกว่าตกขาวอาจจะไม่ได้มีสีขาวเสมอไป อาจมีสีเหลืองอ่อนหรือใสเหมือนน้ำมูกเด็กที่เป็นภูมิแพ้ก็ได้
โดยปกติแล้วผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์จะมีตกขาวในปริมาณที่ไม่มากนัก พอให้รู้สึกว่ามีอะไรอยู่ในช่องคลอด แต่จะไม่ไหลออกมาจนเลอะเทอะ ที่สำคัญต้องไม่มีกลิ่นเหม็น แต่อาจมีกลิ่นคาวเล็กน้อยได้เนื่องจากตกขาวตามธรรมชาติจะมีสภาพเป็นกรด
แหล่งกำเนิดของตกขาวมาจากหลายส่วนในร่างกายประกอบกัน มูกจากต่อมบริเวณปากมดลูก สารน้ำที่ซึมออกมาจากผนังช่องคลอด รวมถึงเซลล์จากท่อนำไข่และโพรงมดลูก นอกจากนี้ ยังมีต่อมบริเวณปีกช่องคลอดที่ชื่อว่าต่อมบาโทลินและต่อมข้างท่อปัสสาวะที่ช่วยสร้างมูกออกมา
ตกขาวสะท้อนการทำงานของรังไข่
หน้าที่หลักของตกขาว คือ การเป็นตัวหล่อลื่นและปกป้องผนังช่องคลอดไม่ให้แห้งจนแตก ซึ่งหากขาดตกขาวจะทำให้เกิดอาการเจ็บแสบ โดยเฉพาะในผู้หญิงสูงอายุที่ฮอร์โมนลดลง และรักษาความสมดุลของแบคทีเรียชนิดดีที่ช่วยสร้างกรดแลกติก เพื่อยับยั้งเชื้อโรคและทำลายสเปิร์มที่ค้างอยู่ภายหลังการมีเพศสัมพันธ์
ทั้งนี้ ตกขาวสะท้อนถึงสุขภาพการทำงานของรังไข่ได้ หากผู้หญิงวัยประมาณ 30 ปีไม่มีตกขาวเลย อาจเป็นสัญญาณว่ารังไข่ไม่ทำงานหรือขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน นอกจากนี้ ลักษณะของตกขาวจะเปลี่ยนแปลงไปตามรอบเดือน โดยในช่วงก่อนไข่ตกประมาณกลางรอบเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะสูงขึ้นทำให้ตกขาวมีลักษณะใสและเหนียวยืดได้เหมือนกาว
แต่หลังจากไข่ตกแล้วฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะเข้ามามีบทบาทแทน ทำให้ตกขาวเปลี่ยนเป็นสีขุ่นและไม่เหนียว หากใครที่มีตกขาวมูกใสเพียงอย่างเดียวตลอดทั้งเดือนโดยไม่มีช่วงขุ่นเลย อาจสันนิษฐานได้ว่ามีภาวะไข่ไม่ตกซึ่งนำไปสู่ปัญหามีบุตรยาก
ตกขาวผิดปกติ สัญญาณที่ต้องระวัง
อย่างไรก็ตาม เมื่อใดที่ตกขาวมีความผิดปกติ ในด้านปริมาณที่มากเกินไปจนรำคาญ หรือน้อยเกินไปจนแสบคัน รวมถึง มีสีและกลิ่นที่เปลี่ยนไป เป็นสัญญาณที่ต้องระวัง สาเหตุที่ทำให้ตกขาวผิดปกติมีทั้งปัจจัยภายในและภายนอก เช่น ความเครียดและการอดนอน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสมองและฮอร์โมนคอร์ติซอล ทำให้การสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ช่องคลอดแห้งและระคายเคืองได้ง่าย
ในทางกลับกัน การอดนอนเรื้อรังยังทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายเสียไป จนแบคทีเรียในช่องคลอดทำงานผิดปกติและเกิดการติดเชื้อตามมาในภายหลังได้ อีกทั้ง การเลือกใช้ยาคุมกำเนิดที่มีปริมาณเอสโตรเจนสูงเกินไปก็อาจกระตุ้นให้มีตกขาวออกมามากผิดปกติได้เช่นกัน
โรคยอดฮิตเกี่ยวข้องกับตกขาวผิดปกติ
โรคยอดฮิตที่เกี่ยวข้องกับตกขาวผิดปกติ คือ
- การติดเชื้อรา มักเกิดจากเชื้อที่ชื่อว่า "แคนดิดา" โดยเชื้อชนิดนี้ชอบสภาพอากาศที่ร้อน ชื้น และมีความหวาน กลุ่มเสี่ยงจึงเป็นผู้ที่มีเหงื่อออกมาก ผู้ที่สวมใส่กางเกงที่คับเกินไปจนอับชื้น เช่น กางเกงยีนส์ ผู้ที่มีภาวะอ้วน คนท้อง หรือผู้ป่วยเบาหวาน
ลักษณะเด่นของการติดเชื้อรานั้น ตกขาวจะมีลักษณะคล้ายคราบขุยนมเด็กหรือนมบูด และมีอาการคันแสบอย่างรุนแรง โดยการรักษาไม่ยากแต่หากไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การเลิกใช้แผ่นอนามัยบางๆ ที่ทำให้เกิดการอุดตันและอับชื้น เชื้อราก็สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีก
- ติดเชื้อแบคทีเรีย หากพฤติกรรมการดูแลสุขอนามัยที่ผิดวิธี เช่น การสวนล้างช่องคลอด เพราะการล้างเข้าไปข้างในจะทำลายแบคทีเรียชนิดดีและทำลายสภาพความเป็นกรด ทำให้เชื้อแบคทีเรียอื่นๆ เข้าไปแทรกแซงและเกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น หากมีการติดเชื้อแบคทีเรีย ตกขาวจะมีสีขาวหรือเทานวลและมีกลิ่นเหม็นรุนแรงคล้ายปลาเน่า โดยเฉพาะหลังมีเพศสัมพันธ์หรือใกล้ช่วงมีรอบเดือน
- เกิดจากพยาธิ อาการที่เกิดจากพยาธิในช่องคลอด ซึ่งติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยตกขาวจะมีลักษณะเป็นสีเหลืองอมเขียวและเป็นฟอง มีกลิ่นเหม็น หากทิ้งไว้ไม่รักษา เชื้ออาจลามไปที่ปากมดลูกจนทำให้เกิดการอักเสบแดงเหมือนผิวสตรอว์เบอร์รี และมีอาการเจ็บท้องน้อยตามมา ในกรณีนี้จำเป็นต้องได้รับการรักษาทั้งผู้หญิงและคู่นอน เพื่อป้องกันการติดเชื้อวนกลับมาใหม่
นอกจากนี้ การพบตกขาวที่มีชิ้นเนื้อหลุดออกมา ซึ่งอาจเกิดจากการแท้งบุตรที่เนื้อเยื่อหลุดออกมาไม่หมด หรือการมีสิ่งแปลกปลอมค้างอยู่ในช่องคลอด เช่น ผ้าอนามัยแบบสอด หรือถุงยางอนามัยที่หลุดติดอยู่ และหากมีตกขาวปนเลือดที่มีกลิ่นเหม็นเน่ามากในผู้หญิงที่ค่อนข้างมีอายุ อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคมะเร็งปากมดลูก
ดังนั้น หากพบความผิดปกติใดๆ ไม่ควรซื้อยามาเหน็บหรือรับประทานเองเพราะความอาย แต่ควรมาพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้อง เพราะช่องคลอดมีกลไกทำความสะอาดตัวเองได้อยู่แล้ว การดูแลภายนอกให้สะอาดและแห้ง ไม่อับชื้น และสังเกตการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอจึงเป็นหัวใจสำคัญของการมีสุขอนามัยที่ดี





