วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

เลิกเชื่อ 'กรนคือเรื่องปกติ' ชี้ 32% ทั่วโลกเพลียเรื้อรังแม้พักผ่อนพอ

เลิกเชื่อ 'กรนคือเรื่องปกติ' ชี้ 32% ทั่วโลกเพลียเรื้อรังแม้พักผ่อนพอ

ResMed  ชวนคนไทยเลิกเชื่อ"กรนคือเรื่องปกติ" ชี้ 32% ทั่วโลกเพลียเรื้อรังแม้พักผ่อนพอ เร่งเปลี่ยนทัศนคติ สกัดภัยเงียบภาวะหยุดหายใจ-โรคเรื้อรัง

สถิติโลกชี้ประชากรกว่า 53% ประสบปัญหาการนอนหลับ ขณะที่ 32% มี”ภาวะเหนื่อยล้าเรื้อรัง”ระหว่างวัน จากการพักผ่อนไม่เพียงพ ขณะที่คนไทยกว่า 7.7 ล้านคนตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA)

เรสเมด (ResMed) เร่งยกระดับความตระหนักรู้ในวันนอนหลับโลกปี 2026 เปิดตัวแคมเปญ “Every Journey Begins with Better Sleep” เปลี่ยนความเชื่อคนไทย “นอนกรดคือเรื่องปกติ” ชี้เป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องแก้ไขส่งคาแรคเตอร์ ‘Sleep Monster’  สัญลักษณ์แทนภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจ ที่คอยรบกวนการนอนและดูดพลังงานคน และรถโมบายล์กระจกใสบุกย่านธุรกิจ-สวนสาธารณะทั่วกรุง หวังเปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยให้หยุดมองข้ามเสียงกรน และเข้าสู่ระบบคัดกรองสุขภาพเชิงรุกผ่าน Digital Health Ecosystem 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

'นอนกรน-นอนหลับมากเกินไป' เสี่ยงภาวะซึมเศร้ามากกว่าคนปกติ 40%

'DPU Open House 2026’ ชวน GEN Z ค้นหาตัวตน ปลุกศักยภาพเปลี่ยนอนาคต

“นอนกรน” ไม่ใช่เรื่องปกติ แต่คือสัญญาณเตือนภัยสุขภาพ

แม้เสียงนอนกรนจะถูกมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันของใครหลายคน แต่ในความเป็นจริง นี่อาจเป็น “สัญญาณอันตราย” ที่กำลังบ่งชี้ถึงปัญหาสุขภาพที่รุนแรงกว่าที่คิด โดยเฉพาะ “ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น” หรือ OSA (Obstructive Sleep Apnea) ซึ่งกำลังกลายเป็นภัยเงียบที่คุกคามคุณภาพชีวิตของคนไทยจำนวนมากโดยไม่รู้ตัว

ข้อมูลล่าสุดสะท้อนภาพปัญหาที่ชัดเจนขึ้น เมื่อพบว่าคนไทยกว่า 7.7 ล้านคน มีความเสี่ยงต่อภาวะ OSA ขณะที่ในระดับโลก ผลสำรวจ Resmed’s 2026 Global Sleep Survey ซึ่งเก็บข้อมูลจากประชากรกกว่า 30,000 คนใน 13 ประเทศ ระบุว่า 53% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีปัญหาคุณภาพการนอน โดยสามารถนอนหลับได้ดีเพียง 4 คืนหรือน้อยกว่าต่อสัปดาห์ และอีก 32% รู้สึกเหนื่อยล้าระหว่างวัน จากการพักผ่อนไม่เพียงพอ

ตัวเลขเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนปัญหาสุขภาพส่วนบุคคล แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงผลกระทบในระดับเศรษฐกิจและสังคม ทั้งประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง ความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุจากการหลับใน รวมถึงโรคเรื้อรังที่ตามมา เช่น โรคหัวใจและความดันโลหิตสูง

เลิกเชื่อ 'กรนคือเรื่องปกติ' ชี้ 32% ทั่วโลกเพลียเรื้อรังแม้พักผ่อนพอ

"นอนกรน" สัญญาณเตือนภาวะ OSA

น.ส.พิมพ์มนัส รินทร์ศรี ผู้จัดการฝ่ายขายประจำภูมิภาค บริษัท เรสเมด เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ความท้าทายสำคัญคือ คนจำนวนมากยังไม่ตระหนักว่า “นอนกรน” คือหนึ่งในสัญญาณเตือนหลักของภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA) อาการที่พบได้บ่อย เช่น ง่วงซึมในเวลากลางวัน อ่อนเพลียเรื้อรัง แม้จะนอนครบชั่วโมง หรือมีเสียงกรนดังผิดปกติ ล้วนเป็น Red Flag ที่ไม่ควรมองข้าม

เพื่อยกระดับการรับรู้และเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค เรสเมดจึงเปิดตัวแคมเปญ “Every Journey Begins with Better Sleep: เริ่มต้นคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยการนอนที่มีคุณภาพ” เนื่องในโอกาสวันนอนหลับโลก (World Sleep Day) ปี 2026 โดยใช้กลยุทธ์การสื่อสารที่ทำให้เรื่องสุขภาพที่ซับซ้อน “เข้าใจง่ายและจับต้องได้” มากขึ้น

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของแคมเปญคือการนำเสนอคาแรคเตอร์ “Sleep Monster” หรือ “ปีศาจแห่งการนอนหลับ” ซึ่งถูกออกแบบมาเป็นสัญลักษณ์แทนภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจ ที่คอยรบกวนการนอนและดูดพลังงานชีวิตของผู้คนในยามค่ำคืน แนวคิดนี้ถูกพัฒนาเพื่อสื่อสารให้คนทั่วไปเข้าใจภาพของ “ภัยเงียบ” ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

เลิกเชื่อ 'กรนคือเรื่องปกติ' ชี้ 32% ทั่วโลกเพลียเรื้อรังแม้พักผ่อนพอ

น.ส.อรุชา พรหมยานนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดประจำภูมิภาค กล่าวว่า อุปสรรคสำคัญคือ “มายาคติ” ที่ฝังอยู่ในสังคมว่า การนอนกรนเป็นเรื่องปกติ ซึ่งทำให้ผู้คนจำนวนมากไม่เคยคิดจะตรวจเช็กสุขภาพการนอนของตนเองเพื่อเจาะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในชีวิตประจำวัน แคมเปญนี้จึงนำกิจกรรม Mobile Awareness Drive เข้ามาเป็นเครื่องมือหลัก ผ่าน “รถโมบายล์กระจกใส” ที่จำลองสถานการณ์ Sleep Monster กำลังก่อกวนการนอน โดยออกเดินสายไปยังพื้นที่สำคัญของเมือง ตั้งแต่ย่านธุรกิจ ไปจนถึงพื้นที่พักผ่อนยอดนิยมอย่าง “สวนรถไฟ” (สวนวชิรเบญจทัศ) เพื่อสร้างประสบการณ์ตรงและกระตุ้นให้เกิดการตระหนักรู้

แนวทางดังกล่าวสะท้อนการใช้ Digital Health Ecosystem เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพเชิงรุก โดยเรสเมดเปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการประเมินความเสี่ยงได้ง่ายขึ้น ผ่าน LINE Official Account: @Resmedthailand ซึ่งสามารถทำแบบประเมิน OSA เบื้องต้นได้ฟรี รวมถึงรับคำปรึกษาและข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ

การผลักดันให้ “การตรวจเช็กการนอน” กลายเป็นเรื่องใกล้ตัว ถือเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากการรักษาเชิงรับ ไปสู่การป้องกันเชิงรุก โดยเฉพาะในยุคที่สุขภาพไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรักษาโรค แต่หมายถึงการบริหารคุณภาพชีวิตในระยะยาว

ท้ายที่สุด แคมเปญนี้ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมการตลาด แต่เป็นการสื่อสารเชิงสังคมที่ชี้ให้เห็นว่า “การนอน” คือหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานของสุขภาพที่ถูกมองข้ามมากที่สุด และการลงทุนกับการนอน คือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดทั้งในมิติของสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประเทศในภาพรวม

เลิกเชื่อ 'กรนคือเรื่องปกติ' ชี้ 32% ทั่วโลกเพลียเรื้อรังแม้พักผ่อนพอ

เลิกเชื่อ 'กรนคือเรื่องปกติ' ชี้ 32% ทั่วโลกเพลียเรื้อรังแม้พักผ่อนพอ

เลิกเชื่อ 'กรนคือเรื่องปกติ' ชี้ 32% ทั่วโลกเพลียเรื้อรังแม้พักผ่อนพอ