วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

'3 งด 4 เสริม 2 เสี่ยง' อาหารที่ควรใส่บาตร ประโยชน์ตามหลักโภชนาการ

'3 งด 4 เสริม 2 เสี่ยง' อาหารที่ควรใส่บาตร ประโยชน์ตามหลักโภชนาการ

ข้อมูลจากโรงพยาบาลสงฆ์และกรมการแพทย์ ปี 2568 จากการลงพื้นที่คัดกรองสุขภาพพระสงฆ์และสามเณร 50 วัด พบภาวะเสี่ยงและโรคที่น่ากังวล โดยพบภาวะไขมันในเลือดสูงถึง 46.33% ภาวะโรคอ้วน 35.63% และโรคเบาหวาน 18.79%

กระทรวงสาธารณสุข ได้ระบุถึงต้นตอของวิกฤตสุขภาพนี้อย่างเป็นว่า สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการฉันอาหารที่มีผู้นำมาถวายซึ่งไม่สามารถเลือกได้ ซึ่งมักเป็นภัตตาหารที่ไม่สมดุล มีรสหวาน มัน และเค็มจัด นอกจากนี้ สาเหตุการมรณภาพของพระสงฆ์นอกจากวัยชรา ยังมาจากโรคหัวใจล้มเหลวและความดันโลหิตสูง ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงโดยตรงจากการฉันภัตตาหารที่ไม่สมดุลหรือปัจจัยอื่น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

'เบาหวานคณาราม' สธ.ใช้วัดเป็นฐานปรับพฤติกรรม-ลดป่วย

กทม. เปิดหอผู้ป่วยพระสงฆ์อาพาธ มุ่งยกระดับสุขภาพพระแบบองค์รวม

ภัยแฝงความหวาน“น้ำปานะ”

เมื่ออาหารมื้อหลักที่ญาติโยมนำมาถวายมักเน้นไปที่อาหารรสจัด แกงกะทิ และของทอด ซึ่งให้พลังงานสูงแต่กลับขาดโปรตีนและใยอาหารที่จำเป็น ทำให้พระสงฆ์ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอและต้องพึ่งพา “น้ำปานะ” เพื่อดับกระหายและเพิ่มพลังงานระหว่างวัน ความน่ากังวลคือ น้ำปานะที่ฆราวาสนิยมนำมาถวาย เช่น น้ำผลไม้กล่อง ชาเขียวขวด เครื่องดื่มชูกำลัง หรือกาแฟกระป๋องสำเร็จรูป ล้วนอุดมไปด้วยน้ำตาลในปริมาณมหาศาล

สถิติจากข้อมูลจาก โครงการสงฆ์ไทยไกลโรค โดยคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สสส. ชี้ให้เห็นว่าชี้ว่าพระสงฆ์อาจได้รับน้ำตาลแฝงจากเครื่องดื่มเหล่านี้เฉลี่ยสูงถึง 7 ช้อนชาต่อวัน ซึ่งเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากลที่แนะนำว่าร่างกายไม่ควรบริโภคน้ำตาลเกิน 6 ช้อนชา (หรือประมาณ 24 กรัม) ต่อวัน การรับน้ำตาลส่วนเกินที่แฝงมากับความสดชื่นนี้สะสมทุกวัน จึงเป็นสาเหตุหลักที่ผลักดันให้พระสงฆ์เสี่ยงต่อโรคเบาหวานและภาวะอ้วนลงพุง

ข้อจำกัดเมื่อผู้รับ“เลือกฉัน” ไม่ได้

อีกหนึ่งรากฐานสำคัญของปัญหาคือข้อจำกัดทางวัตรปฏิบัติและพระธรรมวินัย พระภิกษุสงฆ์ต้องดำรงชีพด้วยความมักน้อยและมีหน้าที่ “ฉลองศรัทธาญาติโยม” นั่นหมายความว่า พระสงฆ์ไม่สามารถเอ่ยปากเรียกร้อง เลือกเมนู หรือปฏิเสธภัตตาหารที่ฆราวาสตั้งใจนำมาถวายได้

รศ.ดร.ภญ.จงจิตร อังคทะวานิช ผู้จัดการโครงการขับเคลื่อนสงฆ์ไทยไกลโรคเพื่อการดูแลโภชนาการพระสงฆ์ในระดับประเทศ (สสส.) กล่าวว่า จากการเก็บข้อมูลฝั่งฆราวาสพบว่า อาหารส่วนใหญ่ในการถวายพระมาจากการซื้ออาหารชุดใส่บาตร โดยมีหลักการเลือกอาหารคือ ความสะดวกและราคา เลือกเมนูที่ผู้ล่วงลับชอบบริโภค ซึ่งเมนูหลักที่แม่ค้านิยม เช่น ไข่พะโล้ แกงเขียวหวาน หมูทอด และขนมหวาน ทำให้พระสงฆ์จำเป็นต้องฉันเพื่อให้ญาติโยมได้บุญ ไม่เสียศรัทธา วงจรการรับสารอาหารที่ไม่สมดุลจึงถูกตอกย้ำซ้ำๆ ในทุกมื้อเช้า เพราะอำนาจในการกำหนดโภชนาการของพระสงฆ์นั้นตกอยู่ในมือของฆราวาสอย่างสิ้นเชิง

“บิณฑบาต” เผาผลาญได้กี่แคลอรี่

เรามักเข้าใจผิดว่าการที่พระสงฆ์ออกเดินบิณฑบาตทุกเช้าเป็นการออกกำลังกายที่เพียงพอแล้ว แต่ในทางการแพทย์ การเดินบิณฑบาตด้วยกิริยาสำรวมจัดเป็นการเคลื่อนไหวร่างกายระดับเบาเท่านั้น

ข้อมูล จากคู่มือการบริหารขันธ์ของกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าการเดินบิณฑบาตเป็นเวลาประมาณ 40 นาที จะช่วยเผาผลาญพลังงานได้เพียงราวๆ 190 ถึง 210 กิโลแคลอรี่เท่านั้น (ตัวเลขอาจยืดหยุ่นตามอายุและน้ำหนักตัว) ซึ่งเมื่อนำไปเทียบกับพลังงานมหาศาลจากแกงกะทิ ของทอด และน้ำปานะรสหวานจัดที่ได้รับตลอดทั้งวัน พลังงานที่ถูกใช้ไปจึงแทบไม่เพียงพอต่อการหักล้างพลังงานที่รับเข้ามา นอกจากนี้ ด้วยสมณสารูป พระสงฆ์จึงไม่สามารถวิ่งจ็อกกิ้ง แกว่งแขนแรงๆ หรือเข้าฟิตเนสเพื่อเร่งอัตราการเผาผลาญได้เหมือนฆราวาสทั่วไป พลังงานส่วนเกินจึงกลายเป็นไขมันสะสมในที่สุด

แนวทางการแก้ไขระดับประเทศ

วิกฤตสุขภาพของพระสงฆ์นำมาสู่การตื่นตัวในระดับชาติ เห็นได้จากการที่ มหาเถรสมาคม ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สสส. และ สช. ได้ประกาศใช้ 'ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ' เพื่อเป็นกรอบทิศทางในการดูแลสุขภาวะของพระภิกษุ ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อน 'โครงการสงฆ์ไทยไกลโรค' โดยคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

"โครงการขับเคลื่อนพระสงฆ์ปลอดโรค NCDs สุขภาพดีทั่วไทย" โดยกระทรวงสาธารณสุข ที่ทั้งสองมุ่งเน้นการป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของฆราวาสยุคใหม่ซึ่งเป็นต้นทางของโภชนาการ ก็มีแนวทางปฏิบัติที่สามารถทำได้จริงเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา

ข้อควรรู้ "3 งด 4 เสริม 2 เลี่ยง"

โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้แนะนำถึงเตรียมอาหารใส่บาตรตามหลักโภชนาการ

  • 3 งด งดอาหารที่มีรสหวาน มัน หรือเค็มจัด งดอาหารสำเร็จรูป งดการสั่งอาหารเดลิเวอรี่มาถวายโดยไม่ได้คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ
  • 4 เสริม เสริมข้าวกล้อง เพื่อเพิ่มใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุ เสริมเมนูผัก เสริมเมนูปลา ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีและย่อยง่าย เสริมนมวัว เพื่อเป็นแหล่งโปรตีนและแคลเซียมที่ส่งผลดีต่อร่างกาย
  • 2 เลี่ยง เลี่ยงเมนูทอดและผัดที่มีไขมันสูง เลี่ยงเมนูแกงกะทิ เนื่องจากเป็นอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง

คำแนะนำจากโครงการ สงฆ์ไทยไกลโรค มีความพยายามรณรงค์ให้ฆราวาสปรับค่านิยมใหม่ โดยเน้นการใส่ใจสุขภาพของผู้รับ (พระสงฆ์) เป็นหลัก แทนการเลือกซื้ออาหารตามความชอบของตนเองหรือเพื่ออุทิศให้ญาติผู้ล่วงลับเพียงอย่างเดียว สร้างความตระหนักรู้ก่อนถวาย เป็นการกระตุ้นให้ผู้ใส่บาตรตั้งคำถามกับตัวเองก่อนเสมอว่า เมนูที่กำลังจะนำไปถวายนั้นเกื้อกูลต่อสุขภาพ หรือจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงแด่พระสงฆ์

เสริมสงฆ์ไทยสุขภาพดีแบบองค์รวม

ปัจจุบันการขับเคลื่อนนโยบายดูแลสุขภาพพระสงฆ์มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ยกระดับวัดให้เป็น "วัดส่งเสริมสุขภาพ" แล้วกว่า 22,000 แห่งทั่วประเทศ (ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 18,171 แห่ง) พร้อมทั้งลงพื้นที่คัดกรองสุขภาพพระสงฆ์ไปแล้วกว่า 72,000 รูป และฝึกอบรมพระคิลานุปัฏฐาก หรือพระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพ จำนวน 13,114 รูป เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการดูแลพระอาพาธ นอกจากนี้ยังได้เชื่อมโยงฐานข้อมูลพระสงฆ์จำนวน 240,000 รูปเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อให้เข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาลอย่างครอบคลุม

สำหรับเป้าหมายในอนาคตภายใต้"โครงการขับเคลื่อนพระสงฆ์ปลอดโรค NCDs สุขภาพดีทั่วไทย" กระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าขยายการตรวจคัดกรองโรคให้ครอบคลุมถึงร้อยละ 80 ของพระสงฆ์ทั่วประเทศ จากจำนวนทั้งหมดประมาณ 270,000 รูป เพื่อสร้างกลไกการดูแลสุขภาพและลดความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างยั่งยืน

การแก้ปัญหาวิกฤตสุขภาพของพระสงฆ์ต้องอาศัยการปรับตัวร่วมกันจากทุกภาคส่วน ทั้งระดับนโยบายที่คอยขับเคลื่อนโครงสร้าง และภาคประชาชนผู้เป็นต้นทางของการถวายโภชนาการ การหันมาใส่ใจเลือกอาหารตักบาตรที่ลดหวาน มัน เค็ม และเน้นประโยชน์ต่อร่างกายมากขึ้น จึงเป็นทางออกสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคภัยต่างๆ และส่งเสริมสุขภาวะที่ดีแด่พระภิกษุสงฆ์ได้อย่างยั่งยืน ซึ่งนอกจากจะช่วยทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาแล้ว ยังถือเป็นการทำบุญที่ส่งผลให้ผู้รับมีสุขภาพแข็งแรง และผู้ให้ก็ได้รับความอิ่มเอมและสบายใจอย่างแท้จริง