บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC Group ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับบริษัท กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ จำกัด (Gift Fertility)จัดตั้ง “ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก (Fertility Center)”ครบวงจร ด้วยเม็ดเงินลงทุนเบื้องต้นกว่า 100 ล้านบาท ยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ (Medical Hub) ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ความร่วมมือด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ระหว่าง PRINC Group และ Gift Fertility ใช้งบลงทุนเริ่มต้นกว่า 100 ล้านบาท (Joint Venture) ด้วยโมเดลธุรกิจแบบ “Hub and Spoke” (ศูนย์กลางเครือข่าย) เพื่อให้เกิดการส่งต่อคนไข้ที่ไร้รอยต่อ ขณะเดียวกัน จะมีการสร้าง “Satellite Clinic (คลินิกเครือข่าย)” ตามโรงพยาบาลในเครือพริ้นซ์ เช่น รพ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ รพ.พริ้นซ์ พิษณุโลก และสาขากำแพงเพชร เพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษา เจาะเลือด อัลตราซาวนด์ และส่งต่อผู้ป่วยเข้ามาทำหัตถการสำคัญที่ศูนย์ปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์จะช่วยให้ผู้รับบริการในต่างจังหวัดเข้าถึงการรักษาระดับสากลได้โดยไม่ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
PRINC Group จับมือ ฮีโร่นักเตะ บอกต่อเคล็ดลับสุขภาพดี พลังใจต้องมาคู่พลังกาย
เจาะ“ธาลัสซีเมีย”-เด็กเกิดน้อย
แม้ประเทศไทยจะเผชิญสภาวะอัตราการเกิดลดลงต่ำสุดในรอบกว่า 76 ปี แต่มูลค่าตลาดเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ (IVF Market) กลับเติบโตสวนทาง โดยคาดการณ์จาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ว่าในปี 2568-2569 มูลค่าตลาดจะทะลุ 6,000 ล้านบาท ด้วยอัตราการเติบโต (CAGR) ต่อปีที่ระดับ 3-6%
ขณะเดียวกันข้อมูลของ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า คนไทยมีภาวะเป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมียสูงถึง 30-40% ของประชากร กลุ่มคนที่มีภาวะแฝงทางพันธุกรรมนี้เมื่อต้องการมีบุตร จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีทำเด็กหลอดแก้วร่วมกับการคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อน (PGT-M) เพื่อให้ได้บุตรที่ปลอดโรค ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ยกระดับมูลค่าการรักษาต่อเคส (Ticket Size) ให้สูงขึ้น การตั้งศูนย์ครบวงจรของ PRINC x Gift จึงตอบโจทย์ Demand ทางการแพทย์ (Medical Necessity) ส่วนนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“ฆนัท ศิริสุวัฒน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-CEO) บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC Group กล่าวว่า เฟสแรกของการลงทุนจะเริ่มต้นด้วยการสร้าง “Hub” หรือศูนย์กลางที่มีห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน (Embryo Lab) แบบครบวงจร ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ คาดว่าจะเปิดให้บริการทันทีหลังได้รับการอนุมัติใบอนุญาตจากหน่วยงานราชการ สาเหตุที่เลือกปากน้ำโพเป็นยุทธศาสตร์หลัก
เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ซึ่งปัจจุบันในพื้นที่ยังขาดแคลนเทคโนโลยีขั้นสูงด้านการเจริญพันธุ์ ขณะที่ รพ.พริ้นซ์ ปากน้ำโพ มีความพร้อมด้านบุคลากรทางการแพทย์อย่างเต็มเปี่ยม จึงมองว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ได้เปรียบในการเปิดให้บริการ โดยผลการดำเนินงาน PRINC Group ปี 2568 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 6,063.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.33% เมื่อเทียบกับปี 2567
มุ่งขยายขอบเขตการรักษา (Medical Capability) สู่โรคซับซ้อน
“นพ.วิชญเวทย์ รักษ์กุลชน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-CEO) PRINC Group กล่าวว่า สำหรับยุทธศาสตร์หลักในปี 2569 บริษัทมุ่งเน้นการเติบโตผ่านการขยายเครือข่าย ทั้งการควบรวมกิจการ (M&A) โดยจะรับรู้รายได้เพิ่มเติมผ่านการเข้าลงทุนในกลุ่มโรงพยาบาล ป.แพทย์ จ.นครราชสีมา ( 282 เตียง) และการเปิดโรงพยาบาลใหม่ในจังหวัดกำแพงเพชร ( 59 เตียง) ปัจจุบัน PRINC Group มีโรงพยาบาลในเครือ 19 แห่ง ครอบคลุม 15 จังหวัด และมีจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยรวม 1,725 เตียง
นอกจากการขยายสาขาแล้ว บริษัทยังมุ่งขยายขอบเขตการรักษา (Medical Capability) สู่โรคซับซ้อน และขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเพื่อเติมเต็ม Ecosystem ด้านสุขภาพ ซึ่งรวมถึงการดูแลผู้สูงอายุภายใต้ธุรกิจ ‘บ้านอาจารย์พงศ์ศักดิ์’ ที่จะเปิดสาขาแรกในเดือนมี.ค. 2569 และไฮไลต์สำคัญคือ การเปิดตัวศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก (Fertility Center) ร่วมกับพันธมิตรที่มีศักยภาพระดับสากลอย่าง Gift Fertility
เน้นตลาดต่างชาติ(Medical Tourism)
ปัจจุบัน สัดส่วนลูกค้าของ รพ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ มีชาวต่างชาติอยู่ที่ประมาณ 10% ในขณะที่ Gift Fertility สาขากรุงเทพฯ มีฐานลูกค้าต่างชาติสูงถึง 30-40% ท่ามกลางสถานการณ์ภายนอกและสงครามที่อาจกระทบการเดินทางบ้าง แต่ปัจจัยพื้นฐานของไทยยังแข็งแกร่ง บริษัทตั้งเป้าการเติบโตด้านรายได้จากโปรเจกต์นี้ในระดับ Double Digit โดยจะเริ่มรับรู้รายได้จากสาขาโคราชในไตรมาสที่ 1 และสาขาพิษณุโลก รวมถึงกำแพงเพชร ในช่วงไตรมาสที่ 3 ตามลำดับ
จุดแข็งต้นทุนที่ได้เปรียบสิงคโปร์
“มร.ไลโอเนล โซห์ วี ฉัว” ประธานกรรมการ บริษัท กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ จำกัด (Gift Fertility) กล่าวว่าการรักษาผู้มีบุตรยาก จะเน้นที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวก็ไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีความร่วมมือและการบูรณาการ การสร้างโมเดลการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการทำเด็กหลอดแก้วและการรักษาภาวะมีบุตรยากที่มีคุณภาพสูงการร่วมมือครั้งนี้ คือการสร้างโครงสร้างเครือข่ายที่บูรณาการเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งต่อผู้ป่วย ปรับปรุงความต่อเนื่องในการดูแล และยกระดับมาตรฐานการบริการโดยรวม ซึ่งจะช่วยผสานการให้คำปรึกษาในระยะเริ่มต้นเข้ากับการวินิจฉัยขั้นสูงร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยจะได้รับการดูแลที่ครอบคลุม รวดเร็ว ไร้รอยต่อ และทำให้บริการด้านภาวะมีบุตรยากสามารถเข้าถึงได้ง่ายโดยไม่ถูกจำกัดด้วยอุปสรรคทางภูมิศาสตร์อีกต่อไป
"ประเทศไทยมีมาตรฐานห้องปฏิบัติการและทีมแพทย์ที่ทัดเทียมกับประเทศสิงคโปร์ แต่มีความได้เปรียบด้านต้นทุนที่จับต้องได้มากกว่า มีอัตราความสำเร็จสูง (High Success Rate) อ้างอิงจากสถิติผู้เข้ารับบริการ ปัจจุบันอายุเฉลี่ยของคนไข้อยู่ที่ 41-42 ปี โดยศูนย์ฯ มีสถิติความสำเร็จในการตั้งครรภ์สูงสุดในผู้ป่วยอายุ 47 ปี สำหรับกลุ่มที่อายุต่ำกว่า 38 ปี มีโอกาสสำเร็จสูงถึง 70-80% และกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป โอกาสสำเร็จอยู่ที่ 50-70%"
นอกจากนี้ผู้เข้ารับบริการในวัย 30 ต้นๆ จะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยราว 1 แสนบาทต้นๆ ส่วนกลุ่มที่อายุ 40 ปีขึ้นไป หรือเคสที่ซับซ้อนและต้องใช้เทคโนโลยีสูง ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 3 แสนบาท ทำให้ไทยเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของชาวต่างชาติ
สร้างระบบนิเวศแบบองค์รวม
ก้าวต่อไปของอุตสาหกรรมนี้ ไม่ใช่แค่การแข่งขันด้านเทคโนโลยี แต่คือการสร้างระบบนิเวศแบบองค์รวม ภายใต้วิสัยทัศน์ “Total Fertility Solution” ซึ่งประกอบด้วย 3 เสาหลัก Preventive (การป้องกัน) บริการตรวจเช็กภาวะเจริญพันธุ์ ตรวจพันธุกรรม และติดตามสุขภาพระบบสืบพันธุ์ Curative (การรักษา) เทคโนโลยี IUI, IVF, ICSI, การแช่แข็งไข่ และตรวจคัดกรองพันธุกรรมตัวอ่อน (PGT) ด้วยมาตรฐาน JCI ที่ PRINC Group ผลักดัน Wellness (การส่งเสริมสุขภาวะ) การฟื้นฟูสมดุลฮอร์โมน และดูแลสุขภาพระยะยาว
รวมทั้งนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพตามแผน Digital Transformation ศูนย์ได้นำคอนเซปต์ SMART FERTILITY CARE มาใช้ โดยมี Fertility Experience Application ช่วยแจ้งเตือนนัดหมายแบบเฉพาะบุคคล และระบบ Electronic Witnessing (RI Witness™) ซึ่งใช้เทคโนโลยี RFID ในการยืนยันและระบุตัวตนของเซลล์สืบพันธุ์ เพื่อป้องกันความผิดพลาดจากการสลับตัวอ่อนหรือน้ำเชื้อ 100% สร้างความมั่นใจสูงสุดให้แก่ผู้เข้ารับบริการภายใต้การนำของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
“การผนึกกำลังระหว่าง PRINC Group และ Gift Fertility ในครั้งนี้ จึงถือเป็น Game Changer สำคัญที่จะพลิกโฉมวงการรักษาผู้มีบุตรยากในระดับภูมิภาค สร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืน และส่งมอบผลตอบแทนทางสังคม (Social Impact) ด้วยการเติมเต็มรอยยิ้มให้กับครอบครัวชาวไทยและต่างชาติได้อย่างแท้จริง”





