วันวาเลนไทน์โอกาสดูแลใจ กรมสุขภาพจิต เผยความรักที่ดีทุกรูปแบบ- ความสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ช่วยลดความเครียด ลดความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล แนะจับสัญญาณ "รักเป็นพิษ"
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 กรมสุขภาพจิต เน้นย้ำ วันวาเลนไทน์ เป็นโอกาสสำคัญใน การดูแลสุขภาพจิต ผ่านความรักในทุกรูปแบบ ไม่จำกัดเฉพาะความรักระหว่างคู่รัก แต่รวมถึงความรักต่อตนเอง ครอบครัว เพื่อน และสังคม โดยชี้ว่าความสัมพันธ์ที่ดี เหมาะสม และปลอดภัย เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมพลังใจ ลดความเครียด และลดความเสี่ยงของ ปัญหาสุขภาพจิต พร้อมแนะนำแนวทางดูแลใจในความสัมพันธ์อย่างเหมาะสมแก่ประชาชน
นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า วันวาเลนไทน์เป็นโอกาสสำคัญในการดูแลใจ ผ่านความรักในทุกรูปแบบ ไม่จำกัดเฉพาะความรักระหว่างคู่รักเท่านั้น แต่รวมถึงความรักต่อตนเอง ครอบครัว เพื่อน และสังคม
จากหลักวิชาการด้านสุขภาพจิต พบว่า ความสัมพันธ์ที่ดี ปลอดภัย และมีการสนับสนุนซึ่งกันและกัน เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมพลังใจ ลดความเครียด ลดความรู้สึกโดดเดี่ยว และลดความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล โดยเฉพาะในสังคมปัจจุบันที่ประชาชนต้องเผชิญกับความกดดันจากการทำงาน เศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างรวดเร็ว
“ความรักที่เอื้อต่อสุขภาพจิตควรตั้งอยู่บนความเข้าใจ การสื่อสารอย่างเคารพ การให้เกียรติซึ่งกันและกัน การยอมรับความแตกต่าง และไม่ก่อให้เกิดการควบคุม บังคับ การคุกคาม หรือความรุนแรงในทุกรูปแบบ”นพ.กิตติศักดิ์กล่าว
กรมสุขภาพจิตจึงขอเชิญชวนประชาชนใช้ วันแห่งความรัก เป็นช่วงเวลาในการทบทวนบทบาทของตนเองในความสัมพันธ์ เสริมสร้างสายใยที่เกื้อหนุนต่อใจ และร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย อบอุ่น และเอื้อต่อสุขภาพจิตที่ดีในครอบครัว ชุมชน และสังคมโดยรวม
นพ.จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มเติมว่า ความรักที่มีคุณภาพไม่ได้หมายถึงเพียงความรู้สึกดีต่อกันเท่านั้น แต่คือการสร้างสภาวะที่เกื้อกูลต่อใจ
กรมสุขภาพจิตอยากเน้นย้ำถึง 2 รูปแบบความรักที่สำคัญ คือ
1. ความรักตนเอง หัวใจสำคัญ คือ การมีความจริงใจต่อความรู้สึกของตนเอง โดยยอมรับและทำความเข้าใจอารมณ์ที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา ไม่กดทับหรือปฏิเสธความเจ็บปวด การเห็นคุณค่าในตัวเองจะช่วยให้เราสามารถกำหนดขอบเขต ในความสัมพันธ์ได้อย่างเหมาะสม เพื่อปกป้องสุขภาวะทางจิตของตนเอง ก่อนที่จะส่งต่อความรักให้ผู้อื่น
2. ความรักต่อผู้อื่น คือ การพัฒนาความสัมพันธ์บนพื้นฐานของความเข้าใจและการสื่อสารอย่างเปิดใจ เราควรให้เกียรติในความแตกต่าง ไม่ใช้ถ้อยคำที่ลดทอนคุณค่าหรือทำร้ายจิตใจกัน ขณะเดียวกันต้องเคารพในพื้นที่ส่วนตัวและการตัดสินใจของอีกฝ่าย เพื่อให้ความสัมพันธ์สามารถเติบโตได้อย่างสมดุลและยั่งยืน
"สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การมีสติรู้เท่าทันความสัมพันธ์ หากวันใดที่ความรักเริ่มทำลายสุขภาพจิต เพราะการรักตัวเองที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ การไม่ยอมให้ความรักนั้นมาทำร้ายใจเรา โดยต้องหมั่นสังเกตสัญญาณเตือนของความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ ไม่ว่าจะเป็นการถูกควบคุม การข่มขู่ หรือการทำร้ายความรู้สึกซ้ำ ๆ จนทำให้สูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง" นพ.จุมภฏกล่าว





