หลังผ่านพ้นวิกฤติอุทกภัยครั้งใหญ่ ผู้ประกอบการ เมืองหาดใหญ่ กำลังตัดสินใจว่าจะ “ไปต่อ” อย่างไร ในวันที่นักท่องเที่ยวหายไปกว่า 70-80%
เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวของเมืองยังฟื้นตัวไม่เต็มร้อย โรงแรมและที่พักกลับมาเปิดให้บริการได้เพียง 30-50% ส่วนรายได้จากคนในพื้นที่นั้นกำลังซื้อหายไปกว่า 60% ผู้ประกอบการร้านขายยาต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ในวันที่ผู้คนใช้บริการร้านยาโครงการ “รับยา 30 บาทที่ร้านขายยา” เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
“เผด็จ บริสุทธิ์” เภสัชกรเจ้าของร้านขายยา W Pharmacy ซึ่งเปิดให้บริการมากว่า 30 ปี หนึ่งในผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ทั้งบ้านพักอาศัย 3 หลัง และร้านขายยาที่สินค้าถูกน้ำซัดออกไปนอกร้านจนแทบไม่เหลือซากให้เคลมกับบริษัทยา แต่ในวิกฤติครั้งนี้คือบทเรียนสำคัญที่เกิดเป็นกลยุทธ์ความอยู่รอด หลังจากลูกค้าในพื้นที่เหลือสัก 30-40% ส่วนหนึ่งไปใช้สิทธิบัตรทองรับยาฟรี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
แนะ 3 วิธีใช้สิทธิ 30 บาทรักษาทุกที่ง่ายๆ ที่ร้านยาและคลินิก
ร้านยากรุงเทพ ตั้งเป้าขยายสาขา ดึงเทคโนโลยีช่วยเภสัชกรดูแลสุขภาพ
Downsizing?ทางรอดหลังน้ำท่วม
เดิมร้านขายยาของ เผด็จ เป็นร้านขายยาปลีกขนาด 2 คูหา วันนี้เขาได้ลดไซส์ขนาดธุรกิจลง เหลือ 1 คูหา เนื่องจากการเปิดร้านยามาตรฐาน 1 คูหาในปัจจุบัน ต้องใช้งบลงทุนเริ่มต้นสูงถึง 1.5 - 3 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายนี้รวมถึงค่าตกแต่งสถานที่ให้ผ่านเกณฑ์ GPP (Good Pharmacy Practice) สต็อกยาเริ่มต้น และระบบคอมพิวเตอร์ ที่สำคัญยังมี GPP (Regulatory Pressure) กฎหมายบังคับให้ร้านขายยา ต้องมีมาตรฐานสถานที่เข้มงวด เช่น การควบคุมอุณหภูมิและแสงสว่าง รวมถึง “ต้องมีเภสัชกรอยู่ปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลา” ซึ่งทำให้ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) สูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะค่าจ้างเภสัชกรที่ฐานเงินเดือนเริ่มต้น 40,000 - 50,000บาท
หากเกิดภัยพิบัติเพียงครั้งเดียว มูลค่าความเสียหายอาจหมายถึงเงินลงทุนทั้งชีวิต ดังนั้นการ “Downsizing” เหลือ 1 คูหา จึงเป็นการจำกัดความเสี่ยงให้อยู่ในวงเงินที่รับไหว สอดคล้องกับโมเดลการบริหารสต็อกแบบเอาเท่าที่ดูแลได้ เพื่อไม่ให้เงินจมไปกับสต็อกสินค้า
“เผด็จ” บอกว่า นอกจากขนาดธุรกิจแล้ว รูปแบบการบริหารจัดการภายในร้านก็ถูกรื้อระบบใหม่เพื่อรองรับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หากต้องมีการลงทุนใหม่ในอนาคต เฟอร์นิเจอร์ไม้บิวท์อินที่สวยงามแต่ไม่ทนน้ำจะถูกตัดออกจากตัวเลือก และเลือกเฟอร์นิเจอร์อลูมิเนียมที่ทนน้ำ และจัดเก็บสต๊อกสินค้าป้องกันน้ำท่วม
การปรับตัวของผู้ประกอบการหาดใหญ่ ที่ไม่ได้มองแค่ความสวยงาม (Aesthetics)ของร้านค้าอีกต่อไป แต่มองถึง “ฟังก์ชันการใช้งาน” (Functionality)และความคล่องตัว (Agility)ที่ต้องทนทานและเคลื่อนย้ายง่าย ซึ่งในวันที่กำไรจากการขายยามีจำกัดและมีความเสี่ยงสูง สิ่งที่ช่วยให้เผด็จ “หายใจหายคอ” ได้ และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจไม่สะดุด คือการบริหารความเสี่ยงผ่าน “ประกันภัย”
เขาเป็นลูกค้าของธนชาตประกันภัยมานานกว่า 7 ปี ในวันที่รถยนต์ถูกน้ำท่วม 3 คัน แต่ด้วยความที่ประกันภัยรถ ประเภทคืนทุนไว้ ได้รับอนุมัติสินไหมคืนทุนเต็มจำนวนนำมาเป็น “สภาพคล่อง” (Cash Flow) ที่ช่วยให้สามารถนำไปดาวน์รถคันใหม่เพื่อดำเนินธุรกิจต่อได้ทันที โดยไม่ต้องกระทบเงินเก็บส่วนตัว
"การทำธุรกิจยุคใหม่การบริหารความเสี่ยงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ดีที่สุดในยามวิกฤติ ที่ช่วยเปลี่ยน “สินทรัพย์ที่จมน้ำ” ให้กลับมาเป็น “เงินสด” หมุนเวียนได้จริง ฝากถึงภาครัฐว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการจริงๆ คือ “Soft Loan” (สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ) ในจำนวนที่เหมาะสมกับธุรกิจที่มีเงื่อนไขผ่อนปรน ไม่ใช่เงินเยียวยาระยะสั้น"
เหตุการณ์อุทกภัยครั้งนี้ บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน)ได้อนุมัติจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้ไปแล้วรวมมูลค่ากว่า 700 ล้านบาท(จากยอดเคลมรวมกว่า 3,000 เคส ครอบคลุมทั้งรถยนต์และที่อยู่อาศัย “วิชินี โอรพันธ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า นอกจากการช่วยเหลือลูกค้าในช่วงวิกฤติแล้ว การสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง คืออีกหนึ่งกลไกสำคัญที่จะช่วยลดผลกระทบในระยะยาว





